มีอยู่ไม่เห็นค่า
หงืด หงืด
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ถูกปิดเสียงได้สั่นเพื่อแจ้งเตือนเจ้าของว่า เธอได้รับข้อความจากใครคนหนึ่ง
หน้าจอมือถือเครื่องนั้นปรากฏข้อความจากแอปฯ Messenger

“หืม…” เสียงแห่งความสงสัยถูกเปล่งออกจากลำคอของเธอ

“ทำไมเวลารู้สึกแย่ ๆ ต้องมาคิดถึงยูด้วยวะ” ข้อความถูกเปิดอ่านด้วยความงุนงงของหญิงสาว

“แล้วนี่ฉันต้องมีคำตอบให้กับคำถามนี้หรือเปล่านะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ทั้งที่ในใจของเธอนั้น ไม่ได้คิดจะหาคำตอบให้กับคำถามนี้ตั้งแต่แรกแล้ว


“กลับกรุงเทพฯวันไหน มีเรื่องจะคุยด้วย”
ข้อความถูกส่งผ่านแอปพลิเคชันสีเขียวไปยังบัญชีไลน์ของชายหนุ่มที่เป็นแฟนของเธอ

“อีก 2-3 วัน มีอะไรคุยมาได้เลย” แฟนหนุ่มของเธอที่เพิ่งสึกจากการบวชเป็นพระ ณ ภูมิลำเนาของเขาได้ตอบข้อความเธอกลับมา

เธอตัดสินใจโทรหาเขา แม้ความจริงแล้วเธอต้องการจะคุยเรื่องนี้ต่อหน้าเสียมากกว่า

หลังจากที่ปลายสายตอบรับการโทร และทักทายกันเพียงเล็กน้อย หญิงสาวก็เริ่มเข้าประเด็นที่เธอตั้งใจจะคุยแต่แรก

“มิ้นท์อยากเลิก” หญิงสาวบอกจุดประสงค์ในการคุยกับแฟนหนุ่มครั้งนี้ไปด้วยข้อความสั้น ๆ แต่ตรงประเด็น

“เพราะอะไร” เสียงที่ถามกลับมาของแฟนหนุ่มนั้นเรียบเฉย ราวกับนี่คือคำถามทั่วไปว่า เย็นวันนี้จะทานอะไรดี

“เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เรามีปัญหากัน คุณไม่โทรหามิ้นท์เลย ไม่ได้แคร์มิ้นท์เลย แล้วปัญหาแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว คุณน่าจะเข้าใจว่าทำไมมิ้นท์ถึงไม่โอเคกับการที่คุณจะหา candidate มาให้ คุณไม่ได้นึกถึงว่าถ้างานมิ้นท์มีปัญหาขึ้นมา มันจะส่งผลกับมิ้นท์ยังไง คุณคิดถึงแต่ตัวเอง คิดแต่ว่าอยากหัดใช้สกิลที่คุณเรียนรู้ด้วยตัวเองมา ซึ่งงานของมิ้นท์ไม่ใช่การทดลองของใคร มิ้นท์บอกไปแล้ว แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเรื่องภาระค่าใช้จ่าย เรื่องคนรอบข้างคุณที่ทำร้ายมิ้นท์ ใส่ร้ายมิ้นท์ รวมถึงเรื่องที่คุณยังเล่นทินเดอร์ตลอด 2 ปีที่เราคบกันมา”

หญิงสาวพรั่งพรูเหตุผลออกไปมากมาย ราวกับครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พูดมันออก โดยที่เธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงหรือไม่

“เลิกก็เลิก จริง ๆ เราก็คิดไว้ตั้งแต่วันแรกที่ทะเลาะกันแล้วแหละว่าจะเลิก” น้ำเสียงชายหนุ่มยังคงราบเรียบ

วินาทีหนึ่ง ภายในห้วงอกของหญิงสาวรู้สึกดับวูบไป
“นี่สินะ เพราะคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะเลิก ถึงได้เงียบหายไป” เธอคิดในใจหลังจากตั้งสติได้

“ยังไงก็ดูแลรักษาตัวนะคะ มีอะไรก็ยังปรึกษากันได้เสมอนะ” เธอปิดฉากความรักครั้งนี้ลงด้วยความเป็นเพื่อน แม้จะรู้ดีแก่ใจว่า มันไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ

“อื้ม เช่นกันนะ” ชายหนุ่มกล่าว ก่อนจะวางสายไป

หญิงสาวส่งท้ายความรักครั้งนี้ด้วยน้ำตา แต่เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความเสียใจที่เลิกกับแฟนหนุ่ม

เธอร้องไห้ให้กับความผูกพันธ์ที่ถูกสะบั้นขาด ร้องไห้ให้กับความใจหายที่แทรกซึมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เพียงชั่วอึดใจสั้น ๆ หญิงสาวได้ปาดน้ำตา และเดินออกจากห้องน้ำ เพื่อกลับไปทำงานต่อ


หงืด หงืด
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ถูกปิดเสียงได้สั่นเพื่อแจ้งเตือนเจ้าของว่า เธอได้รับข้อความจากใครคนหนึ่ง
หน้าจอมือถือเครื่องนั้นปรากฏข้อความจากแอปฯ Messenger

“หืม…” เสียงแห่งความสงสัยถูกเปล่งออกจากลำคอของเธอ

“ทำไมเวลารู้สึกแย่ ๆ ต้องมาคิดถึงยูด้วยวะ” ข้อความถูกเปิดอ่านด้วยความงุนงงของหญิงสาว

“แล้วนี่ฉันต้องมีคำตอบให้กับคำถามนี้หรือเปล่านะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ทั้งที่ในใจของเธอนั้น ไม่ได้คิดจะหาคำตอบให้กับคำถามนี้ตั้งแต่แรกแล้ว

เพราะหญิงสาวรู้ดีว่า ช่วงเวลาที่เธอกับเขายังคบกัน เธอได้สร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้เขามากมายเพียงใด และเป็นที่พึ่ง เป็นคนให้คำปรึกษาในยามที่เขาสับสนหลงทาง หรือเหนื่อยล้าจากคนรอบข้างที่คอยแต่จะคาดหวังในตัวเขาอย่างไม่จบสิ้น

หญิงสาววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างเดิม โดยไม่ได้ตอบกลับข้อความเสียด้วยซ้ำ เธอหันกลับไปกอดแขนและซบไหล่ชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอบนโซฟา เขาก้มหน้าลงมาจูบผมเธอ และเอื้อมมืออีกข้างมาจับมือหญิงสาวที่กำลังเกาะแขนของเขา สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปยังโทรทัศน์ที่ฉายรายการตลกตรงหน้า เสียงหัวเราะร่วนไปกับมุกตลก เคล้ากับความสุขของคนทั้งคู่ดังขึ้นเป็นระยะ


หากคุณยังจำได้ เราเคยบอกคุณเมื่อนานมาแล้ว

ถ้าเรากับคุณเลิกกันไป... 
คุณจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างลั้ลลา และมีคนเข้าหามากกว่าเรา
แต่เราจะเป็นคนที่มีรักดี ๆ ก่อนคุณ

SHARE
Writer
Loverdose
Wandering girl
My name is Love.

Comments