เสียดายไม่ได้ทำก่อนเรียนจบ : ภาษาเปลี่ยนชีวิต
          น้อยคนมากที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเสมอว่า "ชีวิตนี้ฉันไม่มีเรื่องให้เสียดาย ฉันได้ทำครบแมร่งแล้วทุกอย่าง" และเราเองก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น 
          หากคุณกำลังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถม มัธยมหรือมหาวิทยาลัย ยินดีด้วยคุณมาทันเวลา หากคุณเรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว สุดยอดเลย! อีกนิดเดียวก็จะสายเกินไปแล้ว โชคดีที่ไหวตัวทันคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ 



      เพียงแค่อยากบอกต่อมุมมองและประสบการณ์ที่มีต่อความเสียดายหากตัวเองไม่ลงมือทำ





1. ต้องภาษาอังกฤษได้และไปแลกเปลี่ยนภาษาในต่างประเทศ 

ทำไมต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้
         คุณประโยชน์ของการสื่อสารภาษาอังกฤษได้นั้น มีมากมายนับไม่ถ้วน ในบทความนี้เราจะขอพูดถึงประโยชน์อย่างหนึ่งที่ส่งผลกับตัวเราโดยเฉพาะนั้นคือ 

                                      ภาษาอังกฤษเปลี่ยนชีวิตคนได้ ! 

         เปลี่ยนได้ยังไงหน่ะหรอ แน่นอนว่าช่วยหางานและช่วยในการทำงาน ผู้รู้ภาษาย่อมได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับนักเรียน นักศึกษาภาษาอังกฤษนอกจากจะเอาไว้สอบแล้วก็แทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆในชีวิตประจำวันเลย แต่เราขอบอกเลยว่ามันมีดีมากกว่านั้น ข้อมูลต่างๆที่ไหลเวียนอยู่รอบโลก ไม่ว่าจะเป็นโอกาศทางการศึกษา ความรู้วิทยาการใหม่ๆ กระแสสังคมและความนิยมต่างๆ ล้วนเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น ทราบไหมว่าหนังสือแปลที่เราอ่านๆกันเนี่ย กว่าจะแปลมาเป็นภาษาไทยให้เราได้อ่านกันเนี่ย ใช้เวลากันเป็นปีๆ เราอ่านหนังสือฝรั่งได้เราก็มีความรู้ใหม่ล่วงหน้าคนอื่นเป็นปีๆเลย รู้อังกฤษก็เทพกว่าอยู่แล้ว 
          นอกจากนี้เทคนิคการเรียนรู้ของไทยและต่างชาติก็ไม่เหมือนกัน ถึงแม้คุณภาพการศึกษาไทยดีงามขนาดไหนก็รู้อยู่แก่ใจทุกคน(ประชด) หากมีโอกาศได้ไปศึกษาต่างประเทศ ได้เรียนรู้เทคนิคการเรียนของเขา ช่วยให้เราได้พัฒนาตัวเองแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อน ตัวอย่างง่ายๆเลย เราไม่ชอบคณิตศาสตร์มากๆ แต่พอเราลองเรียนคณิตศาสตร์แบบฝรั่ง มันง่ายกว่ามากและมันทำให้เราชอบวิชานี้นั้นมาทันทีเลย จากที่เคยโดนเพื่อนล้อความโง่คณิตในห้องเรียน เรากลายเป็นที่เปิดใจรักวิชานี้ 
          สำหรับใครที่รู้สึกว่าชั้นไม่เก่ง ชั้นไม่ฉลาด สมองฉันไม่อำนวย อย่าพึ่งดูถูกตัวเอง อาจเป็นเพียงเพราะเราใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง ให้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม ส่วนตัวเราเชื่อว่า เด็กโง่ เด็กควายทั้งหลายกลายเป็นคนเก่ง คนมีความสามารถได้ แค่ต้องสร้างอนาคต เปิดโอกาศให้ชีวิตและทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมุ่งมันเรียนภาษาอังกฤษนะ

พูดง่ายแต่ทำยาก อยู่เมืองไทยจะไปพูดอังกฤษกับใคร!
         จริงๆแล้วการไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเพื่อเรียนภาษานั้นเป็นวิธีการที่ได้ผลดีที่สุด ใช้เวลาน้อยที่สุด หากมีโอกาศได้ไปก็ไปเถอะ  ขอทุนได้นะ ทุนรัฐบาลต่าง มหาวิทยาลัย องค์กรต่างๆ ทุนพ่อแม่ก็ได้ จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนซัก 1 ปี ไปซัมเมอร์แคมป์สัก 2-3 เดือน ไปแบบWorkandTravel หรือจะย้ายโรงเรียนไปเลยก็ได้ ตามกำลังทรัพย์และความเหมาะสมของแต่ละบุคคลเนอะ
          ตอนนี้หลายๆคนคงคิดในใจว่า แหม จะไปได้ยังไง ฉันโง่อังกฤษซะขนาดนี้ ให้คนเก่งๆเข้าไปเถอะ ฉั้นยังเก่งไม่พอ  ถ้าคุณคิดแบบนี้ คุณกำลังหาข้ออ้าง เราแนะนำว่ายิ่งไม่เก่งเท่าไหร ยิ่งต้องไปเท่านั้น คนเก่งๆอ่ะ เขาอยู่ไทยก็เรียนเองได้ จะไปทำไมให้เปลืองเงิน คนโง่แบบเรานี่แหละที่ต้องไป อย่าไปกลัวฝรั่งเลย ฝรั่งก็โง่ภาษาไทยเหมือนที่เราโง่ภาษาอังกฤษนั้นแหละ 

หากการไปศึกษาต่างประเทศเป็นตัวเลือกที่คุณเอื้อมไม่ถึง
          ไปเมืองนอกไม่ได้ ก็ฝึกมันที่เมืองไทยนี่แหละ มันน่าเบื่อและยากกว่านิดหน่อยนะ แต่ปัจจุบันมีตัวเลือกช่วยเราฝึกภาษามากมาย เราจะยกตัวอย่างสิ่งที่เราใช้ฝึกอยู่บ่อยๆ
         1. ดูวีดีโอ ยูทูป ดูภาพยนต์โดยเปิดซับภาษาอังกฤษ เริ่มจากการดูแต่เรื่องที่สนใจเท่านั้นจะได้มีความอยากเรียน หากเจอศัพท์ที่รู้ ก็หยุดวีดีโอแล้วจดลงสมุดเล็กๆพร้อมหาความหมายของคำนั้นๆดูไปเรียนไป 
         2. อ่านหนังสือเสริมทักษะการอ่านแบบแบ่งระดับ (Graded Reader) เป็นหนังสือนิยายฉบับย่อ ที่มีคำศัพท์พร้อมคำแปลให้ในหน้า อ่านได้ลื่นไหล ไม่ต้องเปิดพจนาณุกรมให้อารมณ์เสีย เราเริ่มต้นโดยอ่านของ SE-ED Genius Readers จากนั้นก็ค่อยๆอัพเลเวลขึ้นไป
         3. เรามักจะใช้เวลาระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะไปโรงเรียน ไปมหาลัย ออกไปห้าง โดยการฝึกคำศัพท์เล็กๆน้อยๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Duolingo, Drop, ฺBusuu, พูดอังกฤษได้เป๊ะเวอร์, Memrise เป็นต้น หรือฟังPodcastสอนภาษา เช่น All Ears English Podcast,
         4. สำหรับใครที่เรียนเองแล้วมันรู้สึกสะเปะสะปะ ต้องการเรียนแบบมีโครงสร้าง มีหลักสูตรเป็นระบบ ก็สมัครเรียนคอร์สภาษาในสภาบันภาษาเอกชน มหาวิทยาลัย สถานฑูต เป็นต้น หากไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ต่างๆควบคู่ไปกับการฝึกด้วยตัวเองได้ 

          เทคนิคคือไม่ต้องเรียนหนัก เรียนง่ายๆ ชิลๆ เน้นเรื่องที่สนใจจริงๆ วันละเรื่อง สงสัยอะไร ตรงไหนไม่ชัดเจนก็ ถามกูเกิ้ลต่อ หัวใจหลักคือทำทุกวัน แล้วภาษาอังกฤษจะไม่ใช่งานหนัก สำหรับเราเอง ถึงแม้เราจะไปเรียนต่างประเทศมาแค่ 1ปี แต่เราก็ทำแบบนี้มาตลอด ถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว! (รู้สึกแก่จัง) ถ้าเราไม่ทำภาษาอังกฤษเราก็ลืมหมด เข้ากรุไปหมดเหมือนทุกๆคน เราทำแบบนี้มา 7 ปี เราบอกทุกคนเลยว่าเราไม่เคยอ่านหนังสือสอบ ไม่เคยติวอังกฤษ ตั้งแต่สอบมัธยม สอบเข้ามหาลัย ทำวิจัยมหาลัย สอบTOEIC แต่ก็ได้คะแนนดี ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ แล้วมันก็จะอยู่กับคุณไปตลอด

บทความนี้ยังมีต่อ 
เรื่อง 2. วิชาคนรวยที่โรงเรียนไม่สอน 
https://storylog.co/story/5c4a80ca8434a42326ef3ee7
ติดตามอ่านตอนต่อไปนะ


 
ผู้เขียน DreamTraveller
กำลังอยู่ในวัย 20 ปี แต่กลับรู้สึกแก่ราว 60 ปี เรียนจบเกียตินิยม แต่ไม่รู้จะทำอะไรกับชีวิต
เคยมองไปข้างหน้า เคยวิ่งไล่ไขว่คว้า สุดท้ายก็หลงทาง ความซึมเศร้าก็เข้ามาหา
จึงหยุดและหันหลัง มองกลับไปในอดีตยังจำได้เสมอว่าสมัยเด็กอยากเป็นนักเขียน
จึงมาเขียน เขียน เขียน เขียนเพื่อยู่ต่อไป
ติดตามงานเขียนอื่นๆได้ที่
Medium : @seedhack2017 หรือ https://medium.com/@seedhack2017
Storylog : DreamTraveller หรือ https://storylog.co/DreamTraveller

หากบทความนี้มีประโยชน์กับคุณ เลี้ยงเรากาแฟซักแก้วผ่าน Patreon นะ
https://www.patreon.com/dreamtraveller
SHARE
Written in this book
ระวังนะ ! ในนี้มีสาระ !
บทความและเรื่องราวที่เราสนใจค้นคว้า สิ่งที่ได้เรียนรู้มา มุมมองควาทคิดของเรา
Writer
DreamTraveller
Writer in making
ยังจำได้เสมอว่าสมัยเด็กอยากเป็นนักเขียน

Comments