นับถอยหลังวันเข้ามหาลัยของยักษ์ตนหนึ่ง(5)
ตอนนี้เรากำลังก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในสงครามจริงๆ


เราทำพอร์ต ส่งมันกับทางมหาลัย

และติดเข้ารอบสัม..

ทางมหาลัยเรียกคนเข้าสัมกับจำนวนที่เขารับรอบนั้นโดยมีสัดส่วนที่..
......ครึ่งต่อครึ่ง..
ในวันสัมเราไปด้วยหัวใจที่เบิกบานและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

อืม..พอหลังจากนั้นมันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว
เรารอสัมนานมาก ตั้งอต่9โมงเช้าแต่ได้เข้าสัมจริงๆเกือบๆ4โมงเย็น

ในสถานการณ์ที่เราต้องพูดตา
อหน้าใครสักคนหรืออยู่กับคนเยอะๆ
ร่างกายเราจะป้องกันตัวเองโดยการ ดีด และอยู่ไม่สุขระดับที่คนภายนอกแล้วจะเห็นว่าเราพูดมากแค่ไหน
และค่อยๆหมดแรงในเวลาต่อมา

ซึ่ง..ใช่ เราดีดมาตั้งแต่เช้า..
และพอถึงใกล้สัม จู่ๆยามันก็หมด
เรารู้สึกเหนื่อย..
และยิ่งการที่เราเห็นผลงานของคนอื่นที่ดีกว่ามันยิ่งทำให้กดดันตัว..

ถึงอาจารย์จะใจดีมากๆ
แต่เรารู้สึกว่าเรายังทำได้ไม่ดีที่สุด..
แม้ว่าบางอย่างก็ดีนะ..ไม่ได้แย่ไปเกือบทั้งหมด

เพียงถ้าได้ลองหันไปรอบๆ ว่ามีคู่แข่งที่มีผลงานดีกว่า ฝีมือดีกว่าแล้วมัน..

..อดกลัวไม่ได้
ลางของเราบอกว่า ได้อยู่แล้ว..
มันเป็นลางของความมั่นใจที่เจือไปด้วยความกลัว..

 
'ทำไมคำตอบนี้ถึงไม่พูดแบบนี้ไป'

'เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้'


มันเหมือนเสียงกระซิบที่หมือนเข็มที่ปักเข้าไปในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

555

ทำไมเราถึงกลัวแบบนี้
....

...
....
ถึงจะรู้เต็มอกว่าถ้าเรายอมรับมัน คงจะไม่เครียดอีกต่อไป
แต่เรากลัวเกินกว่าจะยอมรับและทำใจลง

มันยังคายออกมาไม่หมด
มันอึดอัดจนกระทั่งคิดว่า

ถ้าเราตาย..ความรู้สึกพวกนั้นคงหายไป...




ขนาดนี้แค่สอบเข้ามหาลัยนะ..ช่วงชีวิตทำงานจะขนาดไหนกัน
กับเรื่องแค่นี้เอง..

เอาน่า..พยายามเข้าตัวฉัน

👍👍👍👍


SHARE
Writer
AkaF
ยักษ์ชั่งฝัน
มีคนบอกว่า คนเราน่ะเปลี่ยนไปทุกวัน...นั้นเลยทำให้เราเขียนบันทึกวันนั้นไว้..เพื่อที่จะได้มองย้อนกลับมาว่าวันนี้..เราจะยังคิดเหมือนกันอยู่รึเปล่า

Comments