ดูแล้วได้อะไร ไร้สาระ
ทำไมเราถึงคิดว่าการดูหนังดูซีรี่ย์เป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ หลายคนบอกว่าการดูหนังนั้นไม่ได้ใช้สมองอย่างเต็มที่ ไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือที่ทำให้เราต้องคิดตามเวลาที่เราอ่านข้อความอยู่เสมอ แต่ผมกลับคิดว่าการดูหนังนั้นให้ประโยชน์กับเราอย่างมากมาย หรือแม้แต่การดูการ์ตูนที่เด็ก ๆ ชอบดูผมคิดว่านั่นไม่ใช่การเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ ผมคิดว่าถ้าวันนั้นผมไม่ได้ดูทีวีดูซีรี่ย์หรือการ์ตูนหรือภาพยนตร์อะไรก็แล้วแต่มันอาจทำให้ผมไม่เห็นโลกภายนอกได้มากขึ้นเท่าทุกวันนี้ การอ่านหนังสือฮาวทู หรือหนังสือทางด้านวิชาการที่สอนเราในด้านต่าง ๆ นั้น อาจจะให้ความรู้กับเราก็จริง แต่บางครั้งมันอาจจะนำมาประยุกต์ใช้ไม่ได้ถ้าขาดมุมมองที่เกิดจากการเห็นภาพสะท้อนจากเรื่องราวหรือจากจินตนาการ หนังสือนั้นอาจบอกว่าถ้าเราเจอเหตุการณ์ A ก็ให้เราทำแบบ B แต่ในชีวิตจริงนั้นเราอาจจะไม่ได้เจอ เหตุการณ์ A แบบตรง ไปตรงมา ทำให้เราทำตามแบบอย่างในหนังสือเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่เราพบเจอในเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากซีรีย์หรือภาพยนตร์ มักจะมีหลายเหตุการณ์ มันอาจจะไม่ได้บอกเราตรง ๆ ว่าให้ทำแบบไหนหรือให้ทำอย่างไรในการเอาตัวรอด แต่มันบอกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วถ้าเราทำแบบตัวละครจะเกิดอะไร ตอนนั้นตัวละครคิดอะไรอยู่ ทำไมตัวละครต้องทำแบบนั้น เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าการดูซีรี่ย์หรือภาพยนตร์เป็นเรื่องไร้สาระผมว่าไม่จริง แม้แต่การอ่านนิยายที่บางคนบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ บอกว่าผู้หญิงชอบอ่านนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ ไม่มีประโยชน์ ผมว่าไม่จริง ทุกอย่างมีประโยชน์ในตัวมันเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าให้มุมมองจากการมองแค่ด้านเดียวมาทำให้คุณมองสิ่งที่คนอื่นทำไม่เหมือนกับคุณว่าเป็นเรื่องไร้สาระ คุณลองดูซีรี่ย์แล้วหรือยัง?

ผมบอกเลยว่าผมนั้นดูซีรี่ย์ ดูภาพยนตร์ ดูการ์ตูน อ่านนิยาย อ่านมังงะมาแล้วหลายร้อยเรื่อง ผมบอกได้เลยว่าผมไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่ได้เสียไปกับสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าผมมองคนได้เก่งขึ้น ดูพฤติกรรม ท่าทางหรือสีหน้า แม้แต่การที่จะเดาว่าคนคนนี้ต่อไปจะมีพฤติกรรมเป็นอย่างไรได้ออก ผมยอมรับว่าส่วนหนึ่งมันอาจจะเกิดจากความรู้พื้นฐานที่ได้จากการอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา แต่ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าถ้าผมอ่านแค่หนังสือด้านจิตวิทยาเท่านั้น ผมอาจจะนำความรู้มาปรับใช้ไม่ได้เท่าทุกวันนี้ เรื่องราวทุกเรื่องผมให้ความเคารพและรู้สึกว่าเรื่องราวของทุก ๆ คนเป็นสิ่งที่มีค่ามันเรียกว่าประสบการณ์ ไม่ว่าจะมาจากการบอกต่อ การเล่าโดยเจ้าของเรื่อง หรือการนำมาแต่งเพิ่มเติม อาจจะสมจริงหรือเกินจริง แต่ทุก ๆ เรื่อง มีคุณค่า คนที่จะเขียนหนังสือฮาวทูขึ้นมาได้ ผู้เขียนคนนั้นคงจะต้องผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมายไม่ว่าจะเป็นการทำวิจัย การสื่อสารออกมาโดยการเขียน และตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเล่มนั้น ไม่ใช่ว่าคิดอะไรได้ก็นำมาใส่ในเนื้อหา ถ้าทำเช่นนั้นก็คงไม่มีหลักที่หนักแน่นพอที่คนส่วนใหญ่จะเชื่อและทำให้หนังสือเล่มนั้นขายดีได้ กว่าจะมาเป็นที่ยอมรับเป็นผู้เขียนที่โด่งดังเค้านั้นต้องผ่านเรื่องราวหรือซึมซับเรื่องราวของผู้คนอื่น ๆ มาอย่างมากมาย ดังนั้นอย่ามาตัดสินหรือบอกว่า สิ่งโน้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไร้สาระ อย่าทำ ให้ทำสิ่งโน้นสิ่งนี้แทนดีกว่า ชีวิตของเขามันก็เรื่องของเขา เขาจะทำอะไร มันก็เรื่องของเขา แล้วทำชีวิตของเราให้มันดีก็พอ.

ปล.ไม่ได้โฆษณาให้ netflix นะครับ แต่ดูอยู่จริง ๆ
SHARE
Writer
Chakulap
content creator
film / story / scat / 18+

Comments