Impossible love (Binkyeong) -4-
                                                         - หลบฉันทำไม -


ความแปลกประหลาดมันเกิดขึ้นอีกแล้ว เกือบสัปดาห์ที่เราต่างเจอกันที่ทำงาน ซึ่งพี่มิ้นที่เปลี่ยนไปพยายามที่จะเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางเป็นมิตร ซึ่งฉันก็สับสนกระวนกระวายใจมาตลอด

แต่ในวันนี้ วันสุดท้ายของสัปดาห์แบบนี้ เธอก็เปลี่ยนไปอีก..และทำให้ฉันว้าวุ่นใจไปมากกว่าเดิม

เธอมองมาทางฉันเหมือนเดิม แต่สายตาและรอยยิ้มเปลี่ยนไป..แม้ว่ามันยังไม่ได้กลับไปเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอ ไม่ ยิ้ม ให้ เลย ตลอดทั้งวันที่เจอกัน

มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ..
มันกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนก่อน..ที่เราต่างไม่สนใจกันและกัน
มันเหมือนจะดีกับฉันนะ ฉันที่ไม่ได้อยากจะสนิทสนมอะไร
แล้วทำไม..ใจฉันมันไม่นึกดีใจเหมือนความคิดของฉันตอนนี้ล่ะ


“อิเบล พี่มิ้นเป็นอะไรอีกวะ” เอาอีกแล้ว นังหมวย
“อะไรของมึงอีกเนี่ย ทำรายการตามติดชีวิตพี่เค้าเหรอ”
“เออ ถ้ามีคนดูก็จะทำอะนะ” พูดแล้วก็เอามือมาฟาดฉันหนึ่งที มือหนักนะเนี่ย..
“พากูนอกเรื่องอีกละ ก็อยู่ๆ วันนี้นางดูบูดๆ กูทักไปก็ไม่ค่อยจะตอบกู วันก่อนๆ ยังไม่เป็นแบบนี้เลย...หรือว่าพี่มิ้น..”
“พี่มิ้นอะไร..” จะตั้งสมมติฐานอะไรอีก
“หรือพี่เค้ามีแฟนใหม่วะ แบบๆๆๆ พอมีความรักครั้งใหม่ คนมันก็อารมณ์ดีเหมือนวันก่อน แต่เมื่อคืนอาจจะงอนกัน ก็เลยบูดแบบนี้”
“...จะเป็นไปได้เหรอ” แฟนใหม่อะไร ยังไง คุยกับใครฉันไม่เห็นจะรู้เรื่อง
“หรือ..”
“หรืออะไรของมึงอีก”
“หรือช่วงนี้แฟนมึงเค้ามาง้อพี่มิ้นวะ”
ในใจฉันแปล๊บขึ้นมากะทันหัน “ถ..ถ้ามาง้อ พี่มิ้นน่าจะบอกกูบ้างสิ”
หมวยสังเกตเห็นสีหน้าที่อ่อนลงของฉันจึงเอามือมาจับที่ไหล่ของฉัน “มึงคิดว่า ถ้าเค้ากลับมาคบกัน จะมีใครคนหนึ่งกล้ามาบอกมึงเหรอ”

อ่า..นั่นสินะ นี่ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ ถ้าหากเค้าเลือกกันและกันไปแล้ว ฉันก็กลายเป็นคนนอก และไม่ต้องให้ใครบางคนมาสนใจฉันแล้วก็ได้นี่นา
..ใครบางคนคนนั้นน่ะ

“เฮ้ยๆ ซึมเลยเหรอ กูขอโทษๆ กูนึกว่ามึงทำใจได้เยอะแล้ว”
“อือ ไม่เป็นไร กูโอเค”
“เออ หลังเลิกงานพี่นายชวนไปกินร้านเปิดใหม่ มึงไปนะๆ ไปอยู่กับเพื่อนกับฝูง จะได้ไม่ต้องคิดเยอะ”
ถ้าเค้ากลับมา พี่มิ้นก็คงไม่ได้ไปด้วย ”โอเค ก็ดีเหมือนกัน”




ผิดคาด! ผิดคาดไปหมด! เมื่อถึงร้าน คนแรกที่ฉันเจอที่โต๊ะคือ พี่มิ้น..ไหนว่าเค้ามีแฟน ไหนว่าเค้ากลับไปคบกันไงอิหมวยยยยยยย
เพื่อนๆ พี่ๆ ที่เราสนิทกันค่อนข้างมีเยอะ ดังนั้นโต๊ะที่เรานั่งจึงต่อกันได้ประมาณสามโต๊ะ ฉันเลือกที่นั่งด้านเดียวกับพี่มิ้นนั่งแต่อยู่กันคนละฟาก เพื่อที่ฉันจะสามารถเลี่ยงการพบหน้าสบตากับเธอได้ เพราะคนที่อึดอัดนั้นคงเป็นตัวฉันเอง
และเธอยังคงเหมือนวันนี้ตลอดวัน ไม่ยิ้มให้ฉัน และสายตานิ่งที่สะบัดออกเมื่อเราเผลอสบตากัน

พวกเราทานอาหารกันไป คุยกันไป ฉันทำเป็นหันไปคุยกับเพื่อนข้างๆ แต่ที่แอบแฝงคือการลอบสังเกตผู้หญิงคนนั้น เธอดูเหมือนจะทานอิ่มแล้ว เธอมียิ้มบ้าง คุยบ้าง แต่ไม่ได้ดูร่าเริงมากนัก และเธอไม่หันมาทางฉันเลยสักนิดเดียว

อะไรกันนะคนๆ นี้ ทีวันก่อนยังจะวิ่งเข้าใส่ฉันอยู่เลยนะ หึ!

ไม่นานนัก เธอก็ขอตัวลุกไปห้องน้ำ
หรือบางที เราอาจจะต้องลองคุยกัน...เอาวะ!
“เดี๋ยวไปห้องน้ำก่อนนะ” ฉันขอตัวออกจากโต๊ะ แล้วเดินไปตามทางที่คนตัวสูงเดินไปทันที



ฉันไม่ได้เข้าห้องน้ำจริง แต่ฉันยืนรอคนที่กำลังเข้าอยู่ก่อนหน้า และไม่นานนักเป้าหมายของฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉัน เธอหันไปล้างมือที่อ่างและทำท่าดูไม่แยแสฉันซักเท่าไหร่

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงนึกหมั่นไส้กับท่าทางแบบนี้ แต่ในตอนนี้..ฉันกลับหวั่นใจ

“นี่ ออกไปคุยกับฉันแปปนึงได้มั้ย” เธอตอบกลับด้วยการพยักหน้าเบาๆ



ฉันเลือกสวนข้างๆ ไม่ไกลจากห้องน้ำมาก คนไม่ค่อยผ่านมา จึงน่าจะเหมาะที่เราจะคุยกันสะดวก
“มีอะไรว่ามาสิ”
น้ำเสียงนิ่งๆ แบบนั้นเรียกให้ฉันหันขวับไปหาคู่สนทนาทันที
“พี่เป็นอะไรพี่มิ้น ทำไมอยู่ๆ วันนี้ทำตัวเย็นชาใส่ฉัน ทั้งๆ ที่..”
…ฉันหยุดเว้นคำพูดไป “ทั้งๆ ที่ วันก่อนๆ พี่ยังยิ้มให้ฉันอยู่เลย”
ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังน้อยใจคนตรงหน้า

“เธอก็รู้สึกตัวนี่”
หืม..หมายความว่ายังไง
“ฉันเองก็อยากจะถามเธอเหมือนกันเบล”
“ถามเหรอ…ถามอะไร”


“เธอหลบหน้าฉันทำไม”


เป็นคำถามที่ทำให้ฉันเหมือนโดนตีกลางแสกหน้า…ฉันเว้นระยะการให้คำตอบ พร้อมสมองที่ประมวลผลตามคำพูดนั้น
ตลอดสัปดาห์ ฉันพยายามหลบหน้าเธอจริงๆ
“เอ่อ..คือ” ฉันเองก็ไม่รู้จะอธิบายมันออกไปอย่างไร
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาที่จ้องฉันหาคำตอบในตอนแรกเบี่ยงออกไปมองทางอื่น เพียงแวบหนึ่งที่ฉันเห็นคือความน้อยใจ
ความรู้สึกผิดเข้ามาหาฉันทันที เพราะคนที่รู้สึกน้อยใจไม่ควรเป็นฉันเลย

“ฉันคงคิดอะไรไปเอง” เธอพูดขึ้นแล้วหันตัวจะเดินไป แต่ฉันก็คว้าข้อมือเธอเอาไว้ก่อน
“ฉัน..ฉันไม่ได้อยากจะหลบหน้า” เธอหันมารับฟังคำแก้ตัวของฉัน “ฉันแค่..ทำตัวไม่ถูก”
“หืม..ทำตัวไม่ถูก” เธอทวนคำพูดคล้ายต้องการคำอธิบายเพิ่ม
“ก็…ก็…” อึกอักนิดหน่อยที่จะพูดต่อจากนี้ “ก็ก่อนหน้านั้นเราแทบไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกันเลย แล้ว… หลังจากคืนนั้น…” ฉันเริ่มสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากเธอ
“ฉันก็ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงถ้าเจอพี่..ถ้าพี่ทำตัวเหมือนเดิมมันก็คงกลายเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น..แต่พี่กลับ..ทำตัวอีกแบบ” ฉันก้มหน้างุด และรู้สึกร้อนตามใบหน้า
คิก.. ฉันได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ ของคนตรงหน้า “เดี๋ยวนะ พี่หัวเราะฉันเหรอ หัวเราะทำไมเนี่ย”

เธอไม่ตอบ แต่ยกมือเรียวของเธอนั้นลูบที่ศรีษะฉันแทน ใบหน้าเธอเปื้อนรอยยิ้มมากว่าทุกครั้งที่ฉันเคยเห็น แสงไฟที่ส่องตามสวนมันทำให้ฉันเห็นประกายที่ดวงตาของเธอ

…สวยจัง


“พี่ดีใจนะ ที่เธอตอบพี่แบบนี้” ทำไมโทนเสียงเธอนุ่มจัง ฉันไม่เคยตั้งใจฟังอย่างนี้มาก่อนเลย
“พี่นึกว่าเธอจะไม่สนใจเรื่องระหว่างเราแล้วซะอีก” สรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนไป มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด

ผิดมั้ย ถ้าหากฉันอยากจะหยุดเวลาตรงนี้ไว้ก่อน

“กลับโต๊ะกันเถอะ เดี๋ยวเราจะโดนยุงกัดกัน” คนที่เบรกไว้ก็คือพี่นี่เอง
“เดี๋ยวพี่มิ้น”
และฉันก็ยังมีเรื่องคาใจอีกอย่าง…

“พี่..ได้กลับไปคบกับแดนมั้ย..หรือพี่มีคนใหม่แล้วรึยัง” เธอยิ้มและเหมือนจะพ่นหัวเราะออกมา
“ทำไมเหรอ แดนกลับมาหาเธอหรือไง”
“เปล่า…ฉันแค่สงสัยน่ะ พี่ก็ตอบมาสิ อย่าเล่นตอบคำถามด้วยคำถามได้มั้ยเล่า”
“โอเคๆ พี่ไม่มีใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะคนเก่าหรือคนใหม่..หายสงสัยรึยังคะ” เธอพูดพลางเอามือมาลูบหัวฉัน
“อืม…แล้ว…ที่พี่เป็นอยู่นี้ คือเป็นเพราะฉัน..ใช่มั้ย” ฉันช้อนตามองอย่างคาดหวังคำตอบ

มือเรียวนั้นหยุดลูบหัวแต่เปลี่ยนมาประคองใบหน้าของฉันแทน

“เป็นเพราะเธอ..ทั้งหมดเลยล่ะ” เสียงนุ่มเบาส่งคำตอบให้กับฉัน


และเราก็ปิดบทสนทนาด้วยรอยจูบ เหมือนในคืนนั้น..


ริมฝีปากของเธอยังคงทำให้ฉันคลั่งไคล้ เธอกดน้ำหนักลงอย่างนุ่มนวล และเนิบช้ากว่าครั้งก่อน ประหนึ่งว่าคอยละเลียดชิมรสชาติจากฉัน ร่างกายของฉันปรับองศาใบหน้าอย่างอัตโนมัติให้ริมฝีปากของเราได้แนบชิดมากกว่าเดิม และคล้ายจะเป็นเชิงอนุญาติให้เธอเข้ามาหาความหวานได้มากกว่านี้

ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ และฉันเองก็รู้สึกพอใจ




ไม่แน่ใจนักว่าใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ที่เราต่างตักตวงรสชาติจากกันและกัน ซึ่งฉัน…ขอยืนยันคำเดิมว่า

จูบของพี่มิ้น..โคตรอร่อย

แล้วคราวนี้ก็หวานกว่าเดิมด้วย






………………………………………………………………………………………………………………

หวานจริงป้ะจ๊ะ ต้องขอพิสูจน์ด้วยนะ // น้องเบลง้างมือรอ..

คุณแดน เค้าเป็นแฟนเก่าของทั้งคู่..แต่อยากให้เรื่องนี้มีเรื่องระหว่างบิ้นกยองเป็นหลัก เลยไม่ได้ย้อนความซักเท่าไหร่

เป็นคนที่ชอบสเปคแบบเจ้าบิ้น ชอบรูปปากและจริตน้องบิ้น 555555 ชอบจริงๆ นะ ชอบมากกกกก
แต่ก็เผลอไปสบตาคุณกยองเข้า เค้าก็ดึงเราไปตกหลุมซะได้ สวยทั้งตา สวยทั้งยิ้ม

แต่พอเค้ารวมกันเป็นบิ้นกยอง มันดูเหมาะเจาะดีงามไปหมด ทำไมคู่นี้เคมีเข้ากันขนาดนี้เราก็ไม่เข้าใจ
เพราะว่าชอบทั้งเยบิ้นและกยอง…ก็เลยกลายเป็นสิ่งดีๆ ของชีวิตตอนนี้ของเราเลย

เว่อร์มั้ย..ก็เว่อร์ 555555

แต่เพราะอย่างนั้น..พอเราเครียดๆ จากงานนะ แค่ได้เห็นรูปน้องสองคนนี้ หรือมีฟิคบิ้นกยองที่ตามอยู่อัพ หรือเปิดเรื่องใหม่ให้อ่าน
ก็พาเรายิ้มได้เยอะมากแล้ว
SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments

chaeim
5 months ago
เรือของเราจะคงอยู่ บิ้นกยองเค้ารักกัน เรามั่นใจ
Reply
Peek_Sai
5 months ago
ฮื่ออออ ช่วงหายๆ ต้องช่วยกันพาย 5555 ไว้คัมแบค กัปตันจะนำเราเอง