[os] sincerely, yours (miu x minju)





ถึง ชิตาโอะ มิอุ



ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ ที่นี่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว คงจะเหมือนที่นั่นล่ะสิใช่ไหม อย่าลืมห่มผ้าหนาๆ ดื่มอะไรอุ่นๆ นะคะ ยามากุจิคงจะหนาวมาก ยิ่งเป็นภูเขาแบบนั้น ฉันเองก็จะอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปตากลมแน่นอน

ตลกนิดหน่อย ไม่คิดว่าคุณจะโวยวายนะ ขอโทษด้วยที่บ่ายเบี่ยง นอกจากชื่อของฉัน คุณก็ไม่รู้อะไรเลย ทั้งที่พวกเราคุยกันผ่านจดหมายตั้งหกฉบับแล้ว อืม, ที่คุณถาม ฉันอยู่เกาหลีใต้ คิดว่านะ...เอ ที่ดูเหมือนไม่มั่นใจ ไม่ใช่เวลาฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่มันค่อนข้างซับซ้อนถ้าจะให้อธิบาย คงต้องใช้กระดาษหลายแผ่นทีเดียว แถมยังน่าเหลือเชื่อ คุณคงคิดว่าฉันเพ้อเจ้อหรืออ่านนิยายมากไป ตอนนี้ฉันจึงอยากให้คุณรู้ไว้เพียงพวกเราถูกแยกจากกันด้วยทะเลจีนตะวันออกเท่านั้น แต่ถ้าคุณอยากรู้ ฉันจะเตรียมกระดาษให้มากกว่าในครั้งต่อไป

อีกไม่นานหิมะคงใกล้ตกแล้ว ยามแรกที่เกล็ดน้ำแข็งร่วงโรยคงสวยงามจับใจ อย่าลืมพักมือจากการบ้านแล้วออกไปดูนะคะ



ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับคุณ
คิม มินจู






 


ถึง คิม มินจู



ยามากุจิหิมะตกแล้ว กว่าจะฝ่าหิมะสูงท่วมข้อเท้าไปรับจดหมายได้ก็ทำเอาเกือบแย่ แต่ฉันไม่ได้หงุดหงิดหรอกนะคะ สบายใจได้ แถมยังดีใจเสียอีกที่คุณตอบกลับ ฉันตกใจมากเลยล่ะตอนที่คุณส่งจดหมายฉบับแรกมาหา ปกติไม่มีจดหมายถึงฉันเลย คุณคือคนแรก แถมยังเป็นบุคคลปริศนาที่นามสกุลคิมอีก เพราะฉันไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากเพื่อนที่โรงเรียนกับข้างรั้วบ้าน ฉันเลยคิดว่าบุรุษไปรษณีย์คงจะส่งผิด แต่พอจ่าหน้าซองเป็นชื่อของฉัน ย่อหน้าแรกที่คุณบอกว่า “เราแรกพบที่ทางรถไฟวะนิอิชิ ถ้าจำไม่ผิด คุณกำลังยืนจูงจักรยานสีขาวรอรถไฟขบวนของฉันผ่านไป ในตะกร้าด้านหน้ามีขนมปังบาแกตต์ อยากรู้จังว่าคุณจะทานมันกับซุปอะไร” ฉันถึงรู้ว่านั่นคือคุณ คุณนั่นเอง ผู้หญิงที่ฉันพบวันที่ยี่สิบเอ็ดพฤศจิกายน ขอบคุณความช้าอย่างสม่ำเสมอของรถไฟ และขอบคุณท้องฟ้าสีสดจัด เมฆสีขาวปุยจนอยากชูมือขึ้นไปขยำถ้าทำได้ ทั้งหมดทำให้ฉันเห็นใบหน้าคุณชัดเจนราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ยินดีที่สุดที่คุณเขียนจดหมายมาหา ฉันพอจะรู้อยู่ว่าคุณอยู่เกาหลีใต้ เดาจากชื่อกับที่อยู่นะคะ เพียงแต่คุณจะกรุณาบอกฉันสักหน่อย ในความซับซ้อนเหล่านั้น ฉันสามารถรับรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับคุณได้บ้าง หรือหากเป็นไปได้ อยากรบกวนคุณช่วยเสียกระดาษเพิ่มอีกสองสามแผ่นเพื่ออธิบายคนสมองทึบอย่างฉันด้วย

ไม่ได้กดดันนะคะ แต่ฉันเปิดเผยตัวเองกับคุณไปหลายเรื่องทีเดียว อย่าหัวเราะล่ะถ้าฉันจะบอกว่าวันนี้ฉันซื้อบาแกตต์มาอีกแล้ว ทานกับสตูว์เนื้อวัวเพราะอากาศหนาวเกินไป คุณก็อย่าลืมหาอะไรอุ่นๆ ทานนะคะ



ด้วยความเป็นห่วง
ชิตาโอะ มิอุ









 
ถึง ชิตาโอะ มิอุ



ทางนี้หิมะก็กำลังตกเหมือนกันค่ะ หนาวได้ที่จนไม่อยากขยับตัวเลยล่ะ แต่ก็ยังออกไปรับจดหมายของคุณมาได้ ถ้าหากไม่ใช่คุณ ฉันคงไม่พยายามถึงขนาดนี้

ปกติแล้วฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้กับใคร แต่เพราะคุณอยู่คนละสถานที่กับฉัน ถึงต้องใช้กระดาษมากแผ่น ก่อนอื่นฉันอยากให้คุณหาที่นั่งที่สบายที่สุด อุ่นที่สุด และทำจิตใจให้เบาสบายดั่งปุยหิมะให้ได้มากที่สุด ฉันอยากให้คุณโยนทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ตอนนี้ไปเสีย เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกคุณต่อไปนี้จะขัดต่อความเข้าใจอยู่เดิมของคุณ คุณอาจจะหัวเราะจนน้ำตาไหล หรือคิดว่าฉันเสียสติ แต่ได้โปรดเชื่อเถิดว่าทุกอย่างที่ฉันจะกล่าวล้วนเป็นความจริง

ในช่วงทศวรรษสุดท้ายก่อนจะเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ วิชาวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนจะบอกคุณว่าอย่างไรกันนะ ฉันจะตอบคำถามเหล่านั้นเอง ที่คุณเคยถามมาตั้งแต่จดหมายฉบับที่สองก็เกี่ยวเนื่องกับสถานที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้ คุณสงสัยว่าทำไมฉันจึงรู้ที่อยู่ของคุณ ชื่อของคุณ โดยที่เราแค่พบสบตากันชั่ววินาทีเท่านั้น นั่นเพราะเมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันย้อนกลับไปหาคุณที่นั่น, วะนิอิชิ

ฉันไม่ได้จำทางเก่งหรอกค่ะ วิธีที่ฉันใช้ ไม่ใช่การจับรถไฟกลับมาที่ยามากุจิ แต่เป็นการย้อนกลับโดยสังเกตการณ์...สับสนไหมคะ คงต้องอธิบายก่อนว่าในโลกที่คุณอยู่เป็นโลกสี่มิติ หมายความว่าคุณจะมองเห็นมิติกว้าง มิติยาว มิติสูง และถูกครอบด้วยมิติแห่งเวลา การที่คุณถูกครอบไว้ด้วยแก้วใสแห่งกาลนี้ทำให้คุณไม่สามารถเห็นความเป็นไปของเวลาได้ คุณทำได้เพียงจดจำอดีตและคาดเดาอนาคต แต่ไม่สามารถมองมันเห็น และเดินทางท่องไปตามช่องว่างแห่งเวลาได้ คุณทำได้เพียงเดินเป็นเส้นตรงไปตามเวลาที่ผ่านพ้นเท่านั้น

แต่โลกของฉันไม่ได้เป็นเช่นนั้น, โลกที่ฉันอาศัยอยู่นี้ เป็นโลกห้ามิติ นอกจากความกว้าง ความยาว ความสูงแล้ว ฉันอยู่เหนือแก้วใสใบนั้น แสดงว่า โลกของฉันสามารถมองเห็นวันเวลาได้นั่นเอง, การมองเห็นวันเวลาแปลว่าอะไร คุณอาจสงสัย มันแปลว่าฉันสามารถมองเห็นอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ ฉันสามารถเดินทางไปในกาลเวลาได้ เพียงแต่จะมีเงื่อนไขอย่างยากเป็นกฎธรรมชาติของโลกเราที่ว่า แม้การจะเดินทางท่องไปในช่วงเวลาใดก็ตาม เราจะเป็นได้เพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่สามารถทำได้ ยกเว้นจะทำในตอนปัจจุบัน ดังนั้นถึงแม้อนาคตจะเป็นสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้ แต่ใช่ว่าจะเป็นไปอย่างใจ

ฉันจึงใช้วิธีนี้ในการเดินทาง จากวันที่ยี่สิบสอง ย้อนกลับไปวันที่ยี่สิบเอ็ดพฤศจิกายน หลังจากที่ตู้โดยสารลาลับจากสายตาคุณ ฉันกลับไปในช่วงเวลานั้น เป็นบุคคลเดียวกับที่อยู่ในแววตาของคุณ ไม่ใช่ใครอื่น ฉันลงรถที่สถานียามากุจิที่อยู่ถัดมา โชคดีที่คุณปั่นจักรยานคันนั้นผ่านถนนหน้าสถานีไป และโชคดีที่ในเมืองเล็กๆ แสนน่ารักแห่งนั้นรู้จักเด็กสาวที่สดใสที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยพบ คุณหยุดคุยกับคุณลุงเจ้าของร้านชำก่อนถีบเจ้าสองล้อจากลาโดยฉันไม่สามารถตามคุณไปได้อีก ฉันถามคุณลุงใจดีท่านนั้น แล้วถึงรู้ว่าชิตาโอะ มิอุคือชื่อของคุณ และฉันคิดว่ามิอุเป็นชื่อที่เข้ากับคุณได้ดีเหลือเกิน
 
อาจดูเป็นเรื่องปั้นแต่ง แต่ได้โปรดเชื่อฉันว่านี่คือความจริง

เหนือสิ่งอื่นใด เรียกฉันแค่ชื่อได้เสมอนะคะถ้าคุณต้องการ



ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณมากขึ้น
คิม มินจู








 
ถึง มินจู



เรื่องราวอันซับซ้อนของคุณ ฉันต้องอ่านกว่าสี่รอบเลยกว่าจะเข้าใจ ฉันค้นคว้าเพิ่มเติมที่ห้องสมุดของโรงเรียนจึงทำให้ภาพในหัวแจ่มชัดมากขึ้น ขอบคุณที่เสียสละเวลาและกระดาษมากมาย ฉันนอนคิดทั้งคืนว่าจะทำอย่างไรกับข้อมูลที่ได้รับ ไม่ปฏิเสธว่าอ่านแล้วดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ฉันจะเชื่อสิ่งใดในโลกนี้ได้อีกถ้าไม่ใช่คุณ หากจดหมายเหล่านี้เป็นงานเขียน และคุณเป็นผู้ประพันธ์ จะมีสิ่งใดอีกที่ฉันควรอ่านนอกจากถ้อยคำอันอ่อนโยนของคุณหรือ?  

มีนิยายหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาลเวลา แต่ไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับฉันจริง แม้จะมีคำถามที่สงสัยอีกมาก แต่ฉันมั่นใจว่าคุณรู้ว่าฉันติดขัดตรงจุดไหน หากไม่รบกวนมากนัก ได้โปรดขยายความให้ฉันได้รู้จักนักเขียนนามคิม มินจูได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นอีกนิดนะคะ

คงจะช้าเกินไปในจดหมายสองฉบับต่อหนึ่งเดือน ที่นี่หิมะหยุดตกแล้วล่ะ แต่อากาศยังเย็นเยือก ฉันก็เอาแต่นอนซุกผ้าห่มและนึกถึงโลกใบนั้นของคุณว่าจะคล้ายกับโลกของฉันไหม ฉันจินตนาการไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่แน่ใจว่ามันจะไกลจนไปถึงคุณได้หรือเปล่า



หากที่นั่นยังหนาว ให้ฉันจับมือคุณ เผื่อว่าจะมอบความอบอุ่นได้ไหม
มิอุ






 

ถึง มิอุ



เสียใจด้วยที่ต้องพูดอย่างนี้, ที่นี่อยู่ไกลโพ้นเกินกว่าจินตนาการของคุณจะมาถึง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ถ้าคุณมาไม่ถึง ฉันจะไปหาคุณเอง

โลกของฉันมองอย่างผิวเผินแล้วไม่ต่างจากโลกของคุณนัก อืม, ที่จริงก็ต่างอยู่ ต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยล่ะ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เอาเป็นว่าไม่ค่อยต่างมาก สิ่งที่คุณน่าจะนึกออกคงเป็นศักราช โลกของพวกเราดำเนินไปพร้อมกัน ซ้อนทับอยู่ในโลกใบนี้ เช่นวันที่ฉันกำลังเขียนจดหมายถึงคุณคือสิบสามกุมภาพันธ์เท่ากันกับโลกของคุณ แต่เลขสี่หลักด้านหลังของเราต่างกันเท่านั้นเอง

สิ่งที่คุณสงสัยหรือ ฉันไม่แน่ใจว่าคุณอยากทราบเรื่องอะไร หากติดใจเรื่องศักราช แม้พวกเราจะอยู่ใน “โลก” ใบเดียวกัน แต่ถูกตัดขาดจากกันโดยมีประตูเชื่อมต่อตามที่ต่างๆ เท่านั้น วันที่พวกเราพบ ช่วงนั้นฉันกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่พอดี แต่มันน่าเบื่อ คุณก็เข้าใจใช่ไหม ฉันเลยออกไปเที่ยวที่โลกของคุณ อ่า...นึกออกแล้วล่ะ ที่ว่าโลกของฉันสามารถมองเห็นกาลเวลาได้ แปลว่าฉันมองเห็นทั้งที่นี่และที่นั่น

ฉันว่าพวกเราจดจ่อกับเรื่องความแตกต่างระหว่างโลกเกินไป (หรืออาจะเป็นฉันฝ่ายเดียว) ช่างมันเถอะนะคะ ฉันไม่อยากให้สิ่งเหล่านั้นเบียดบังพื้นที่กระดาษอันมีค่าของพวกเราเลย คงช้าไปเสียแล้วที่จะถามคุณว่า สบายดีไหมคะ ส่วนฉันก็สบายดีอย่างเคย และยิ่งดีขึ้นทุกครั้งเมื่อได้อ่านจดหมายของคุณ

การได้จรดปากกาตอบกลับ และเฝ้ารอกระดาษสองแผ่นเป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยทำมาก่อน เพราะคนที่นี่ไม่เขียนจดหมายถึงกันแล้ว เรามีวิธีพูดคุยที่ค่อนข้างสะดวกและใช้เวลาน้อยกว่านี้ แต่ฉันชอบที่จะได้โต้ตอบทางจดหมายนะคะ คงเพราะการท่องเวลาได้อันเป็นปกติทำให้ฉันเสพติดความรวดเร็ว กระทั่งไม่มีผู้ใหญ่คนไหนหรือตำราเรียนเล่มใดสามารถสอนให้ฉันรอคอยได้ แต่เมื่อเป็นชื่อของมิอุแล้ว ฉันจะรอคอยอย่างเบิกบานเลยล่ะ

หากจดหมายฉบับนี้ไปถึงคงใกล้ฤดูใบไม้ผลิแล้วใช่ไหมคะ อากาศคงอุ่นขึ้นอีกนิด เวลานั้นจินตนาการของคุณคงจะฝ่าความหนาวเหน็บมาถึงฉันได้



นึกถึงคุณทุกครั้งเมื่อมองเมฆสีขาว
มินจู







 

ถึง มินจู



ที่ยามากุจิยังไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิเลยค่ะ แต่ต้นไม้ก็เริ่มแตกหน่ออ่อนบ้างแล้ว การเห็นชีวิตที่เริ่มต้นใหม่ทำให้ฉันนึกถึงคุณ ถ้าเข้าใจไม่ผิด คุณคงจะมาจากโลกใบนั้นเพื่อหยิบจดหมายจากฉันที่ตู้ไปรษณีย์ไหนสักตู้ที่เกาหลีใต้สินะคะ ถ้าอย่างนั้นคงจะทำให้คุณลำบากหรือเปล่าถ้าต้องเดินทางไปๆ มาๆ, มันคงจะดีนะคะถ้าเราจะเริ่มต้นใหม่เหมือนยอดใบอ่อนนั้น ถ้าฉันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้บ้าง อย่างเช่น เรามาพบกันและพูดคุยต่อหน้า?

ไม่แน่ใจว่านั่นจะทำให้คุณลำบากกว่าเดิมหรือเปล่า แต่ถ้าใช่ ฉันจะส่งจินตนาการของฉันไปแทนก่อนก็แล้วกันนะคะ จนวันนี้ฉันก็ยังนึกภาพโลกที่คุณอยู่ไม่ออกถึงแม้มันจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ก็ตาม จินตนาการของฉันทำงานอย่างหนักเลยค่ะที่ท่องเที่ยวไปในโลกของคุณ และตามหาคุณไปด้วยเช่นกัน

ถ้าหากมันยังไปไม่ถึงอีกล่ะก็ เราคงต้องแตกหน่อความคิดกันใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแล้วล่ะเนอะ คุณคิดว่ายังไงคะ



จินตนาการของฉันเดินทางไปในโลกของคุณเพื่อบอกว่า คิดถึงอย่างยิ่ง
มิอุ, ของคุณ










 
ถึง มิอุ



ใบไม้ผลิแล้วล่ะค่ะ เหมือนกับหัวใจของฉันเลย

การรอคอยไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับฉัน การเดินทางไปในโลกของคุณไม่ใช่เรื่องเหนื่อยยากแม้แต่น้อย และการไปพบคุณไม่ใช่เรื่องที่ควรปฏิเสธเลย แต่การไปพบคุณเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ อย่างที่เล่าว่าฉันสามารถมองเห็นวันเวลาได้ คล้ายจะเป็นเรื่องดีใช่ไหมคะ เหมือนว่าเราจะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ในทุกช่วงเวลา แต่มันกลับเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในอีกมุมหนึ่งเช่นกัน เพราะฉันรู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น และอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีก แต่พวกเราในโลกใบนี้ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะไปถึงอนาคตเหล่านั้นได้อย่างไร การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนวันข้างหน้าของเราได้ หากมันเปลี่ยนไปแล้ว ก็จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก การที่ต้องรู้อนาคตที่เราไม่มีวันไปถึง มันเจ็บปวดเสียกว่าการไม่รู้อีกนะคะ

ฉันแค่กังวลว่าอนาคตของเราจะไม่เป็นอย่างที่มองเห็น แม่บอกกับฉันว่า ถ้าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์แล้ว...อนาคตมักจะเลือนรางเสมอ เพราะเราไม่ได้วาดฝันมันเพียงคนเดียว ไม่ได้ต้องการจะไปถึงจุดนั้นเพียงคนเดียว และไม่ใช่คนที่ตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวได้ แน่นอนว่าฉันรู้ว่าอนาคตที่มันควรจะเป็นและไปถึงคืออะไร แต่ฉันไม่อยากบังคับคุณให้เดินตามเส้นที่ฉันขีดไว้ ฉันอยากให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่พวกเราพอใจอยากให้มันเป็น ถึงแม้อนาคตของฉันจะเป็นอย่างไร นั่นไม่สำคัญเท่าคุณ ฉันยอมรับทุกการกระทำของคุณ ไม่ว่ามันจะออกมาแบบไหน

อ่านถึงตรงนี้แล้วคุณอาจสงสัยว่าฉันกังวลเรื่องอะไรแน่ ฉันแค่กลัวผิดหวังน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ ถ้าพวกเราจะพบกัน ได้โปรดบอกวัน เวลา และสถานที่มานะคะ ฉันสามารถไปหาคุณได้ ทุกที่-ทุกเวลานั่นล่ะ



ได้รับจินตนาการของคุณแล้ว
มินจูของคุณ, เช่นกัน











 
ถึง มินจู



ฉันพอจะนึกออกแล้วค่ะว่าคุณคงไม่ได้มองเห็นทุกเหตุการณ์ในชีวิต แบบนั้นคงปวดหัวแย่ คงมีแต่ภาพความทรงจำเต็มหัวไปหมดเลยเนอะ ฉันเข้าใจแล้วว่าคุณมองเห็นอะไรบ้าง ถ้าเข้าใจถูกน่ะนะ และถ้าหากฉันเข้าใจถูกว่าคุณมองเห็นฉันในอนาคตของคุณล่ะก็ ได้โปรดมาพบฉันนะคะ ที่สวนส้มตรงข้ามสถานีมิยะโนะ ยามากุจิ วันที่สี่เมษายน คริสตศักราชหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเอ็ด เวลาบ่ายโมงตรง

ที่ฉันยืนยันว่าจะพบคุณให้ได้ ท่ามกลางความกังวลใจของคุณ เนื่องจากฉันไม่สามารถรู้อนาคตตัวเองได้จึงต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติจดจ่อและฟังเสียงหัวใจตัวเองเพื่อต่อไปจะไม่เสียดายทีหลัง คงจริงอย่างที่คุณว่าไว้ การที่มองเห็นความต้องการตรงหน้า แต่คว้ามันเอาไว้ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเจ็บใจอย่างยิ่ง ถึงอย่างนั้น หากคุณรู้...ว่าจะมีเราอยู่ในภาพที่คุณเห็น ฉันจะทำให้ภาพนั้นเป็นภาพที่น่ายินดีที่สุดเอง

ด้วยความรักของฉัน ชิตาโอะ มิอุถึงคิม มินจู หญิงสาวผู้อยู่เหนือกาล ผู้เดินทางท่องไปในจักรวาลเวลาอันยิ่งใหญ่ไกลโพ้นได้ไม่ยากเย็น มินจูของฉันที่เป็นกังวลต่ออนาคตที่แม้จะมองเห็นและกำหนดได้ มินจูคะ ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะบังคับฉันเลย เพราะมิอุของคุณผู้นี้ได้กำหนดหัวใจตัวเองแล้วว่าอนาคตจะมีคุณอยู่ด้วยตั้งแต่วันที่เราพบกันครั้งแรกที่วะนิอิชิ จนแม้แต่เวลา อากาศ หรือพระเจ้าอื่นใดก็ไม่สามารถกำหนดได้เท่าตัวฉันเอง โลกของเราจะบรรจบกันใช่ไหมคะ หากคุณตกลง-หากคุณมองเห็นภาพเดียวกันกับฉัน เรามาพบกัน...ให้ฉันจับมือคุณมุ่งสู่อนาคตนั้นด้วยกันเถอะนะ

มินจูคะ ได้โปรดอย่าเป็นกังวลเลย ถึงแม้โลกของคุณจะไร้สิ้นกาลเวลา คงอยู่กระพันจวบใกล้คำว่านิจนิรันดร์ ทว่าความรักเหนือไปกว่านั้น เพราะความรักเป็นอานุภาพที่ไม่ขึ้นตรงต่อเวลา ไม่สามารถกำหนดได้ด้วยจังหวะเข็มนาฬิกา ความรักไม่เหมือนชีวิตที่ต้องมีวันตายตก ความรักไม่เหมือนสิ่งก่อสร้างที่จะพังทลายไป ความรักไม่เหมือนสิ่งใดทั้งสิ้น ความรักขึ้นอยู่กับเรา เราเพียงเท่านั้น และแม้มันจะขึ้นอยู่กับเรา แต่ก็ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง หากวันใดที่ตัวบุคคลดับสูญ แต่มวลของความรักจะยังอยู่อย่างอิสระนั้นเอง เชื่อใจฉันได้ไหมคะ ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่ามิอุมนุษย์จากโลกธรรมดาผู้นี้ก็สามารถเอาชนะเวลาได้เช่นกัน



รักท้องฟ้าในวันที่ได้พบคุณ 
มิอุ






 


ถึง,



คิม มินจูมาตามคำนัดหมายตอนบ่ายโมงตรง ด้วยหัวใจเต้นระรัวนับครั้งไม่ถ้วน หญิงผู้มาจากโลกใบอื่นก้าวเดินราวอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักแม้จะมาเยือนโลกใบนี้หลายครั้งแล้วก็ตาม ลมฤดูใบไม้ผลิพัดไอเย็นผ่านเข้ามา แลแสงอาทิตย์ยังช่วยให้ความอบอุ่น เมื่อข้ามถนนมาถึงหน้าทางเข้าสวนตามที่ระบุในจดหมาย มินจูมองเห็นแล้ว ชิตาโอะ มิอุ, เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน หล่อนยืนอยู่ใต้ต้นส้มที่ออกผลมากมาย เธอก้าวเข้าไปใกล้กระทั่งผู้นัดหมายรับรู้ได้ถึงผู้มาเยือน



ผมม้าสีดำไหวเล็กน้อยเมื่อมิอุเงยขึ้นมองเธอ เราสบตากันชั่วครู่ก่อนเผยยิ้มจนเห็นแนวฟัน มินจูเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายมีฟันกระต่ายน่าเอ็นดู โดยที่ไม่รู้ว่ามิอุก็ประหลาดใจในขีดข้างแก้มของเธอเช่นกัน



คิมสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าจนเต็มปอด ไม่ละลายสายไปจากหล่อนแม้แต่เสี้ยววินาที ภายใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินจัด เมฆสีขาวเคลื่อนตัวช้าอ้อยอิ่ง ใบไม้สีเขียวสดทิ้งตัวจากกิ่งสู่พื้นหญ้า ความเงียบถูกปัดเป่าออกไปโดยสายลมกรุ่นละอองเกสร ชิตาโอะสบตาเธอกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนส่งมือมาข้างหน้าให้จับทักทาย เรียวนิ้วทั้งห้ารู้สึกถึงความอบอุ่นและจังหวะชีพจรซึ่งเต้นใกล้เคียง  



แววตาสีน้ำตาลของเด็กสาวผู้มาจากโลกธรรมดาทอประกายความปีติ มินจูมีโอกาสได้มองมันแล้ว หากได้กลับมาเยือนเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เธอมองกลับมาในเหตุการณ์นี้ มิอุในเวลานี้จะมีความสุขเสมอ



ทุกวินาทีที่เราจะใช้ร่วมกัน ชิตาโอะจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเอง และเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับมินจูในทุกๆ ครั้งที่เดินทางข้ามผ่านเวลามาถึง



มินจูเข้าใจแล้ว ว่ามิอุใช้วิธีใด
หล่อนพิสูจน์เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ผ่านทุกการกระทำ 
ว่าอานุภาพความรู้สึกที่เรามีให้แก่กันจะเอาชนะเวลาได้จริง



ด้วยอ้อมกอดจากความคิดถึงและมุ่งมั่นจะก้าวผ่านเส้นแบ่ง,
ความรักของเรา จะอยู่เหนือกาลทุกเมื่อ











(end.)


ชั่ววูบมากค่ะ วูบจริง อ่านแล้วงงๆ ก็ขอโทษนะคะ 
ถ้าไม่แต่งตอนนี้ เวลานี้ ก็จะย้อนเวลากลับมาแต่งไม่ได้อีกแล้ว เลยดูรีบๆ ไปหน่อย

ลองฟังดูนะคะ เพราะมาก ได้ฟิลฤดูหนาวเหมือนในหนังเลย:
sweet rumors — remedios / ost. love letter (1995)
ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องนี้, ฟิคชั่นอีกเรื่องที่เพิ่งอ่านมา แล้วก็ต้นปีไปเข้าวัดมาค่ะ เจอคำแปลภาษาบาลีเป็นไทยว่า ‘กาลทุกเมื่อ’ ฟังแล้วเพราะดี เลยเอามาเป็นคำจบกับไอเดียตั้งต้น แล้วก็เอ็มวี 4walls ที่เคยวิเคราะห์เอ็มวีไว้ด้านล่างด้วย 

ขอบคุณที่อ่านนะคะ



SHARE
Writer
PROUDTONE
sleeping expert
a happy toast wander in the retro

Comments

ST_nw
5 months ago
ความลึกซึ้งในถ้อยคำบนจดหมายที่ทั้งคู่เขียนถึงกัน เป็นการอ่านที่อยู่ในมุมมองของบุคคลที่สามอย่างแท้จริงเลยค่ะ ไม่เคยรู้สึกถึงการเป็นคนนอกได้ขนาดนี้

อาจเพราะใช้การเขียนจดหมาย ถึงอธิบายความรู้สึกนึกคิด บ่งบอกอารมณ์ได้ครบกว่าคำพูดด้วยมั้งคะ

ชอบตรงประโยคอธิบายความรักอะค่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยซาบซึ้งกับถ้อยความคล้ายคำคมความรักอะไรแบบนั้น แต่ประโยคอธิบายที่ว่ามันเรียงตัวได้ดีและสวยจริงๆนะคะ
Reply
Perzival
5 months ago
งานเขียนของคุณสุดยอดเสมอเลยค่ะ อาจจะไม่ได้เม้นยาว ๆ อย่างคนอื่น แต่มันเจ๋งจริง ๆ นะคะ ขอบคุณสำหรับงานเขียนดี ๆ ค่ะ ขอบคุณมาก
Reply
0nlyDean
5 months ago
จะให้พี่พูดยังไงดีคะ
อ่านจบแล้วแต่ในหัวยังคิดถึงถ้อยคำที่มิอุกับมินจูถ่ายทอดถึงกันผ่านจดหมายอยู่เลย
มันสวยงาม พิเศษและยิ่งใหญ่
ชอบมากๆค่ะ
หนูเขียนออกมาได้ดีมากๆเลย
Reply
Rochaa
5 months ago
ฟีลกู้ด 😌
Reply
iSUMMER-
5 months ago
ดีอีกแล้ววว ชอบนะคะ
Reply