ว่ากันด้วยเรื่องชีวิต
เราเพิ่งจะรู้ว่าชีวิตตัวเองเริ่มต้นเมื่อไหร่ก็ตอนที่เห็นวันเดือนปีเกิดบนบัตรประชาชน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ รู้ตัวอีกทีก็กำลังใช้ชีวิตซะแล้ว

   นี่เป็นความจริงที่ทำให้เรามานั่งคิดว่า พอเราได้ใช้​ชีวิตแล้วเนี่ย จะเอายังต่อดี มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม RPG (role-playing)​ ที่กำลังสวมบทบาทเป็นใครคนหนึ่งอยู่ มันมีตัวเลือกผุดมาให้เป็นระยะๆ เพียงแค่คลิิก เกมก็จะดำเนินเนื้อเรื่องตามที่เราเลือก
   แต่ในชีวิตจริง ตัวเลือกเหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบของความคิดในสมองที่ค่อยๆผุดมาทุกการกระทำของชีวิต ตั้งแต่กินอะไรดี จนถึงพรุ่งนี้จะตื่นกี่โมง
เช่นเดียวกันกับเกม ชีวิตเราจะหักมุม พลิกผันไปตามตัวเลือกนั้นๆ ต่างกันตรงที่เวลาชีวิตของเรามันจะหยุดก็ต่อเมื่อตาย เลือกแล้วเลือกเลย แล้วก็อยู่กับทางที่เลือกไปทั้งชีวิตจนกว่าเวลาชีวิตที่ว่าจะหมดนั่นแหละ

   มันทำให้บางความสัมพันธ์ต้องยุติลงกลายเป็นคนที่เคยรัก เพื่อนที่เคยสนิท หรืออื่นๆ 
ก็เพราะตอนต้องเลือกตัวเลือกว่าจะพูดอะไรออกไป หรือว่าจะทำอะไรออกไป ตามจริงเราไม่มีเวลาเลือกมากขนาดนั้นหรอก มันเลยเกิดคำว่าพูดไม่คิดขึ้นมา คนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพูดไม่คิดก็มักจะมีความสัมพันธ์ที่ีไม่ค่อยดีนักกับคนรอบข้าง

   สังคมยุคนี้เรียกได้ว่าเร็วเหนือแสงจริงๆ
บางคนก็ทำความรู้จักกับใครต่อใครด้วยโลกออนไลน์ แม้แต่จะขอใครคบก็ต้องอาศัยแอพแชทยอมรับว่ารู้สึกไม่มีความสุขจริงๆสักครั้งที่มีใครมาขอคบด้วยช่องทางนี้ มันรู้สึกเหมือนสร้างความสัมพันธ์โดยมีอะไรก็ไม่รู้เป็นตัวกลาง
มันเกิดคำถามขึ้นในหัวว่า แล้วเรารู้จักกันจริงๆหรอ
มันเป็นความจริงของชีวิตอีกประการว่าเรามีโลกออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
   มีหลายครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็นั่งนึกว่าอายุคนเรามีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ ให้เดาก็ซัก 50 ปลายๆถึง 60 คิดวกไปวนมาก็รู้สึกว่า เห้ยมันสั้นนี่หว่า แล้วถ้าไม่แก่ตาย
ถ้ามีโรครุมเร้า ถ้าเกิดอุบัติเหตุ สารพัดถ้ามากๆ
ก็เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะตายเมื่อไหร่นี่แหละ
ทุกวันนี้ก็เลยเอาแต่คิดว่าใช้ทุกวินาทียังไงให้คุ้ม
ได้คำตอบว่าอยากทำอะไร​รีบทำก่อนที่จะไม่ได้ทำ
(รวมถึงพิมพ์เรื่องนี้ด้วยค่ะ555)​ ชีวิตคนเรามีีชีวิตเดียวตามความเป็นจริงโดยที่ไม่ต้องอาศัยงานวิจัยอะไรเลย 
ปัญหาที่ได้ประสบพบเจอมามันมีทางแก้อยู่สองทางคือ หาทางออก กับ หนีปัญหา
   การที่หาทางออกไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องจมกับปัญหานั้นไปตลอด เช่นกันมันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหนีปัญหาด้วยการทำอะไรสิ้นคิด แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนีปัญหาด้วยการทิ้งปัญหานี้เพื่อไปแก้ปัญหาใหม่

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าเราไม่ได้อายุมากหรือมีประสบการณ์มากอะไร ไม่ใช่คนที่ผ่านทุกอย่างมาอย่างโชกโชน แต่สิ่งเดียวที่เรามีคือมุมมองที่มีต่อชีวิตของตัวเองก็เท่านั้นชีวิตไม่ได้สอนอะไรเรามาตั้งแต่แรกแล้วเราเพียงได้เรียนรู้บทเรียน จากการเลือกใช้ชีวิต
SHARE
Writer
LaweeAwa
นักเขียนฝึกหัด
ลาวีอาวา -​ (Twitter&Instagram : @Laweeawa)​

Comments