30 สิ่งที่ (พยายาม) ตรัสรู้เมี่ออายุ 30
30 แล้ว..วัยที่เหมือนจะโตแล้ว..แต่ก็ยังเด็กอยู่
วัยที่เหมือนจะตรัสรู้ทุกอย่าง..แต่ก็ไม่รู้อะไรเลย 
เคยอ่านมาหลายสำนัก แล้วก็สงสัยว่ามันจะเป็นงั้นจริงเหรอ เลยนึกอยากลองเขียนดูบ้าง ว่าตอนเราอายุ 30 จริง ๆ เราจะคิดอะไรยังไงบ้าง ใน  อะ วันนี้ 30 เต็มจริง ๆ แล้ว ไหนลองซิ

1 การนอน การกิน และการออกกำลัง คือจุดเริ่มต้นของคำว่า “ชีวิตดี”
ชีวิตดีมีหลายรูปแบบ รวยเงินก็ดี รวยความสุขก็ดี รวยแมวก็ดี อะไรก็ดีได้ทั้งนั้น แล้วแต่ศรัทธา แต่ทุกอย่างเริ่มจากเราต้องมีแรงออกไปสร้างมัน ถ้าร่างไม่ดีพอ ก็รอวันเอาเงินเก็บไปบริจาคหมอเท่านั้น
 
2 ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของตัวเองบ้าง
หลาย ๆ ปัญหาเราก็แก้ไม่ได้เพียงเพราะเราไม่เคยตอบตัวเองได้เลยว่าตกลง “เราต้องการอะไรกันแน่” ก็ไปแก้ ไปทำอะไรที่มันไม่ตรงจุด แล้วก็กลับมาปวดหัวเหมือนเดิม
 
3 ไม่ต้องพยายามเข้าใจคนอื่น ถ้ายังไม่เข้าใจตัวเอง
พื้นฐานของมนุษย์เราคล้าย ๆ กันหมด เกิดเหตุแล้วรู้สึก รู้สึกแล้วเกิดความต้องการ ต้องการแล้วเกิดการกระทำ แล้วก็วนกลับไปรู้สึก ซึ่งสิ่งเหล่านี้คนคนเดียวที่เราจะเรียนรู้ได้ก็คือ “ตัวเอง” เพราะมันเกิดขึ้นกับตัวเอง เรียนรู้วัฏจักรนี้ก่อนจะไปสู่มนุษย์อื่น

4 อะไรก็ตามที่มี “คนอื่น” มาเกี่ยวข้อง มักจะควบคุมไม่ได้เสมอ
เมื่อพยายามเข้าใจคนอื่นก็ต้องระลึกไว้เสมอว่า เราไม่มีทางเข้าใจใครได้ 100% และเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ทั้งนั้น สิ่งที่ทำได้คือแค่ยอมรับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ “เท่าที่จะทำได้” แค่นั้น (อุเบกขา)

5 การยอมรับในเรื่องต่าง ๆ ไม่ต้องอาศัยความเข้าใจก็ได้ 
เมื่อถึงจุดนึงทำความเข้าใจเท่าไรก็ยิ่งไม่เข้าใจ ดังที่พี่ตูนกล่าวไว้ว่า “ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ” โดยธรรมชาติของคน อะไรที่อยู่นอกเหนือบรรทัดฐานส่วนตัวแบบสุดโต่ง เราจะแทบไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย ดีที่สุดคือยอมรับว่าสิ่งตรงหน้ามันเป็นของมันแบบนั้น ทำไม? ไม่รู้ ช่างแม่ง มันเป็นงั้นก็คือเป็นงั้น จบ

6 รักตัวเอง กับ เห็นแก่ตัว มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ 
รักตัวเองคือมีความสุขได้ด้วยตนเองโดยไม่มีสิ่งอื่นมาเป็นตัวแปรหรือเดือดร้อนด้วย เห็นแก่ตัวคือคล้าย ๆ กันแต่จะพาคนอื่นพินาศไปด้วยเสมอ

7 การปรับทัศนคติคนอื่น เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เสียเวลา 
เสียเวลาในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเปล่าประโยชน์ คือบางทีมันดีด้วย แต่นานนะ ปวดหัวนะ ถ้าคิดว่าคุ้มก็ทำไป

8 อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าไม่เดือดร้อนคนอื่น 
เรามักจะโดนตีกรอบจากสังคมและสิ่งรอบกายว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ หารู้ไม่ว่าจริง ๆ เรานี่แหละที่ยอมโดนแบบนั้น เครื่องส่งไม่มีผลถ้าเครื่องรับปิด เราจะทำอะไรมันก็เรื่องของเรา แต่! ถ้ามันมีคนเดือดร้อนจากเราก็ต้องพิจารณาอีกที

9 “วุฒิภาวะ” คือสิ่งที่ควรเติมที่สุด 
สิ่งเดียวที่ทำให้สามารถพูดได้เต็มปากว่า “โตแล้ว”

10 “ช่างแม่ง” คือหนทางสว่าง 
คัดเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ต่อชีวิต เช็คความรู้สึก ความต้องการ ตัวเองดี ๆ วางอะไรได้ก็วาง อย่าเอามาแบกให้หนักหัวตัวเองนัก

11 โลกนี้ไม่มีคนปกติ 
ทุกคนมีความปกติในแบบของตัวเอง และในความปกติของคนคนนึงจะไม่ปกติของอีกหลายคนเสมอ

12 ถูก-ผิด / ดี-เลว อยู่ที่เราเลือกมอง 
ถูกเรา-ผิดเขา ถูกเขา-ผิดเรา ดีเรา-เลวเขา ดีเขา-เลวเรา เถียงกันไม่จบ เสียเวลา อยากมองแบบไหนก็มองไป เอาที่สะดวก

13 ทุกเหตุการณ์มีเบื้องลึกที่เราไม่มีวันรู้เสมอ  
สิ่งที่เราเห็นตรงหน้าก็คือด้านนึงของสิ่งนั้นเท่านั้น และมันจะมีจุดบอดที่เราไม่มีวันมองเห็นเสมอ อย่าไปอิน อย่าไปตัดสินอะไรมากนัก

15 ทุกความสัมพันธ์มีจุดจบ  
ไม่ว่าจะกับสิ่งใด มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต เป็นธรรมชาติของโลก หลายครั้งเราทุกข์ก็เพราะไปฝืนมัน มันไม่มีใครไม่รู้สึกเมื่อความสัมพันธ์จบ อยู่ที่เราจะจัดการความรู้นั้นอย่างไร ยึดติดมากก็คลายยาก เจ็บเอง ทุกข์เอง ด้วยตัวเอง ตัวเรายังไม่ใช่ของเรา นับประสาอะไรกับสิ่งอื่น วางได้เมื่อไรก็เบาเมื่อนั้น

16 หวังดี กับ เสือก มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ 
ความหวังดีที่ผิดที่ผิดเวลา จะเท่ากับเสือกเสมอ กลับกันเสือกที่ถูกที่ถูกเวลา จะเท่ากับความหวังดีได้เช่นกัน

17 เราจะพยายามบังคับความรู้สึกคนอื่นอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว 
ณ จุดนึงเราจะพยายามคิดแทนคนอื่น และอยากให้คนอื่นคิดแบบเราให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ อยู่ที่ว่ามันจะก่อเกิดการกระทำใดขึ้น และเราจะจัดการกับมันได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

18 มนุษย์ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัว 
สุดท้ายมนุษย์จะทำเพื่อตัวเองอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่ามันส่งผลอะไรต่อใครมากน้อยแค่ไหน เช่นปากบอกว่าอยากให้คนอื่นมีความสุข แต่สุดท้ายก็เพื่อเติมความสบายใจให้ตนเอง นั่นก็คือการทำเพื่อตัวเอง ซึ่งจะดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่จะมองดังที่กล่าวไว้ในข้อ 12

19 การพยายามหาสิ่งที่ “ดีที่สุด” นั้นเสียเวลา 
ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 7 เสียเวลาไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี แต่ถามตัวเองเอาว่าคุ้มมั้ย ถ้าว่าคุ้มและไม่เดือดร้อนใครก็โอเค แต่ระลึกไว้ว่า “ดีที่สุด” จะแพ้ “ดีกว่า” เสมอ

20 “การให้” เป็นสิ่งที่เติมพลังชีวิตได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง 
คือการสละบางสิ่งออกจากตัวให้ตัวเองเบาลง แล้วหยิบยื่นให้ผู้อื่นได้สานต่อเจตนารม ซึ่งใครจะรับหรือไม่ จะนำไปทำให้ก่อเกิดหรือมีผลอะไรขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญที่เราต้องไปตามผล

ข้อควรระวัง: ถ้าให้แล้วเขาไม่ต้องการจริง ๆ แต่เราอยากจะให้ให้ได้ นั่นจะสัมพันธ์กับข้อ 16 คือความหวังดีที่ผิดที่ผิดเวลา จะเท่ากับ"เสือก"เสมอ อย่าฝืน

21 คนเราทุกคนจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่คนที่เราเห็นว่าเค้าเหมือนเดิม 
คนเราโตขึ้นก็จะมีมุมมองบางอย่างเกิดขึ้นใหม่เสมอ และนั่นมักส่งผลกับทั้งความรู้สึก ความต้องการ และการกระทำ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปหรือไม่ หรือมองเห็นเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนจนมองข้ามตัวตนเดิมของเราไป ซึ่งนั่นก็สุดแท้แล้วแต่คนจะมอง ไม่ใช่อะไรที่เราจะควบคุมได้

23 เงิน ไม่ใช่ทุกอย่าง แต่(เกือบ)ทุกอย่างต้องใช้เงิน 
ก็คือจำเป็น แต่อย่าบ้า แค่นั้น

24 ไม่เลือกงานไม่ยากจน คือเรื่องโกหกที่น่าเชื่อถือที่สุด 
คนทุกคนทำเงินได้ แต่คนทุกคนทำเงินได้ดีจากงานที่ต่างกัน คนอื่นทำแบบนี้แล้วรวย ไม่ได้แปลว่าเราทำแล้วมันจะรวยตาม อีกอย่าง “รวย” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่าเอารวยของคนอื่นมาเป็นตัวชี้วัดให้ตัวเองมากนัก

(แต่ก็ไม่ใช่เลือกแม่งอยู่นั่นจนไม่ทำไรซักอย่าง อันนั้นก็ไม่ต้องมีแดก)

25 คนเราถนัดไม่เหมือนกัน 
และบางครั้งเราก็เอาสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดีไปเทียบกับคนที่ทำได้ดีกว่า แล้วก็บอกว่าตัวเองไม่ถนัดหรือทำได้ไม่ดี อย่าให้คนอื่นมามีผลกับตัวเรามากนัก โดยเฉพาะเรื่องความสำเร็จ อันเป็นศัพท์ปลอม ๆ ที่คนยุคนี้สมมติขึ้นมา เราไม่มีวันรู้ว่าคนที่ประกาศว่าสำเร็จ ๆ เนี่ย เบื้องหลังเขาพินาศแค่ไหน

26 การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนั้นมีประโยชน์ ถ้ามีวุฒิภาวะมากพอ 
จากข้อ 25 ถ้าเปรียบเทียบแล้วมองเห็น ข้อดี ข้อเสีย เห็นวิธีการต่าง ๆ ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตเราและสิ่งที่เราทำ นั่นจะทำให้เราพัฒนา แต่ถ้าเทียบแล้วจม ก็ไม่ต้อง

27 ความเกรงใจ “ไม่ใช่” สมบัติของผู้ดี 
หนึ่งในคำโกหกสุดหรูที่ได้ยินมาแต่เด็ก ความเกรงใจไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ได้ใช้ได้ตลอดเวลา มันควรเป็นทักษะเพื่อเลือกใช้ ไม่ใช่เป็นคุณสมบัติของคนดี ไม่เกี่ยว ใช้ถูกที่ถูกเวลาก็เกิดผลดี ใช้ผิดที่ผิดเวลาก็พินาศ

28 การเป็นตัวของตัวเอง จะหนักหัวคนอื่นซักคนเสมอ 
คนเราจะมีความรู้สึก ความต้องการ และการกระทำบางประการที่ประหลาดกว่าคนอื่นเสมอ โชคร้ายที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ทุกสิ่งที่เกิดจากเราเลยจะส่งผลต่อคนอื่นเสมอ ไม่ดีก็เลว ไม่ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนั่นก็ควบคุมไม่ได้อีกเช่นเคย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกทำอะไรต่อถ้ามันหนักหัวคนอื่นเข้า ก็ได้ 2 อย่าง 1. แก้ไข 2. ช่างแม่ง

29 สิ่งที่แพงที่สุดในโลกนี้คือ “เวลา” 
ไม่มีอะไรต้องอธิบาย

30 เราจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเลือกที่จะเชื่อเท่านั้น 
ตัวอย่างเช่นโพสนี้ บางคนก็คงเชื่อว่ามันมี 30 ข้อเพราะผมเขียนตอนอายุ 30 และมันชื่อหัวข้อ 30 สิ่ง แต่จริง ๆ มันมีแค่ 28 ข้อ ผมข้ามข้อ 14 กับ 22 ไป และจริง ๆ ผมก็เขียนเก็บไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุ 28 แต่นึกอยากจะเอามาโพสตอน 30 แต่บางคนก็คงเชื่อว่าผมเขียนตอน 30 และตั้งใจเขียน 30 ข้อจริง ๆ แต่ผมแค่เขียนพลาดไปเอง และการเขียนหัวข้อฮิตอย่างอายุ 30 ลงในโลกออนไลน์ก็ดูจะสมเหตุสมผลกว่า .... เห็นมั้ย ถึงตรงนี้คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าอันไหนคือเรื่องจริง ต่อให้ผมเฉลย คุณก็จะสงสัยอยู่ดี ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร คนเราจะเลือกเชื่อเรื่องอะไรก็ตามจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอยู่ดี แม้ว่าบางเรื่องมันจะมีหลักฐานร้อยพันมาอ้าง คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ กลับกันเรื่องบางเรื่องที่มันไม่ได้มีข้อพิสูจน์อะไร แต่ถ้าคนจะเชื่อ มันก็เชื่ออยู่ดี

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณท่าน ๆ ที่เสียเวลาอ่านจนจบ 555 หลายอันก็คงซ้ำ ๆ กับที่เคยอ่าน ๆ กัน หลายอันก็เลอะเทอะ เวิ่นเว้อไปเรื่อย ก็เป็นแค่มุมมองนึงของมนุษย์คนนึงเท่านั้น อย่าไปซีเรียส อ่านเอามัน อันไหนคิดว่าดีก็ขอกราบ อันไหนคิดว่าไม่เข้าท่าก็ปล่อยผ่านมันไปดังที่กล่าวไว้ในข้อ 10

สุขสันต์วัน 30

ข้อ 14 (29) ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตมีค่าเสมอ ไม่ว่าเราจะตัดสินมันว่าดีหรือเลว
อยู่ที่ตัวเราว่าจะหาค่าของมันเจอมั้ย หลายครั้งปลายทางก็ไม่ได้สำคัญเท่าระหว่างทาง แต่อีกหลายครั้งระหว่างทางก็ไมได้มีค่าพอให้จมอยู่กับมัน เลือกดี ๆ

ข้อ 22 (30) เกือบทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามมโนและจิตของเรา

SHARE
Writer
ToongMaew
นักโม้
คุงคูที่ขี้เกียจสอน ชอบปล่อยให้เด็กตรัสรู้เอง มีแมวไว้จิ้มและดูมันนอน

Comments

famname123
2 months ago
ผมยังไม่30 ผมก็รู้ซึ้งเลยครับ ประสบการณ์ ความคิด มุมมอง ทัศนคติ ชักนำเราไปไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ ขอบคุณที่เขียนให่อ้านนะครับ
Reply
ToongMaew
2 months ago
ยินดีและขอบคุณมากจ้าา
Merlairnoir
2 months ago
พอคิดว่ารู้หมดแล้ว จักรวาลก็จะส่งอะไรที่เรายังไม่รู้มาทดสอบเสมอค่ะ จนรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลย แต่ก็โอเคนะที่จะไม่รู้บ้างก็ได้  ปล. ชอบการช่างแม่งเหมือนกันค่ะ มันเป็นความคิดที่ทำให้เราปล่อยวางได้ดีมาก 
Reply
ToongMaew
2 months ago
ถูกต้องเลยครับ มนุษย์เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่ชุดความรู้ใหม่อาจจะทำให้ความรู้เก่าแลดูผิดเพี้ยนไป และเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรู้ทุกอย่าง 
IAMW
2 months ago
ช่วยเตือนสติได้เยอะเลยค่ะ ดีใจที่มีโอกาสได้อ่านค่ะ
Reply
ToongMaew
2 months ago
ยินดีมากครับ
p_pongsiri
2 months ago
ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีดีครับ
Reply
ToongMaew
2 months ago
ขอบคุณมากครับ ยินดีครับ
nananatte
2 months ago
happy birthday ย้อนหลังนะคะ :-)
Reply
ToongMaew
2 months ago
ขอบคุณมากครับ