ความตายไม่พรากอะไรไปจากเรา
งานศพของคุณปู่จัดขึ้นที่โพธาราม 
ในวันเผา คุณปู่ได้รับพระราชทานเพลิงศพ
คำกล่าวนั้น กล่าวว่าถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในวาระสุดท้ายของชีวิตข้าราชการ

ระหว่างที่ฉันตั้งใจฟังคำกล่าวต่างๆ ฉันก็นึกภาพคุณปู่ที่เก้าอี้โยก 
ทุกครั้งเวลาไปเยี่ยมคุณปู่ที่บ้าน คุณปู่ก็จะมานั่งเก้าอี้โยกตัวนั้น 
หรือบางที ถ้าหลานแย่งนั่งเก้าอี้โยกไปแล้ว ปู่ก็จะย้ายไปนั่งเก้าอี้ไม้อีกตัวเเทน 
ช่วงหลังๆที่ไปหา คุณปู่เลือกไปนั่งเก้าอี้ไม้ ไม่รู้ว่า เพราะมันสะดวกดีหรือว่าอยากให้หลานสมหวังได้แย่งนั่งเก้าอี้โยกกันแน่

หลานคนหนึ่งกำลังเล่าประวัติของคุณปู่ เสียงของน้องน่าฟังเเละนุ่มนวล
พี่ตั้งใจฟังอยู่ทุกคำ บางเรื่องก็รู้ บางเรื่องก็ไม่เคยรู้มาก่อน
คุณปู่ของเราในความทรงจำของฉันนั้น นอกจากไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของทุกคนแล้ว 
คุณปู่ก็สอนเราด้วยเรื่องราวในชีวิตของท่านเอง หรือบางทีก็เป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป

บางครั้งฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่าคุณปู่เหมือนหนังอาร์ต ที่เล่าอะไรมาแล้วตีความได้หลายอย่าง 
จะตรงๆดังปากพูดเลยก็ได้ จะเอาไปคิดวิเคราะห์ลงลึกแบบเห็นสัจธรรมก็ได้เช่นกัน
อาจเพราะฉันคิดมากไปเอง แต่นั่นก็ทำให้ฉันได้อะไรดีๆหลายอย่างมาปรับใช้ในชีวิต
มีเรื่องหนึ่ง ที่ฉันจำได้แม่นมาจนทุกวันนี้

ตอนนั้นมีข่าวน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ ปู่บอกว่า " สมัยปู่อยู่ใต้ ตรงนั้นมีน้ำหลากทุกปีอยู่เเล้ว
แต่เราก็ผ่านมาได้ไม่เคยเดือดร้อน ยุคนั้นถือเป็นความโชคดีด้วยซ้ำเพราะน้ำจะพาความอุดมสมบูรณ์มาแจกจ่ายให้ประชาชน แต่เดี๋ยวนี้คนสร้างถนนขวางทางน้ำ สร้างอะไรหลายอย่างเพื่อความสะดวก เมื่อน้ำมา จึงไม่สามารถไหลผ่านทางเดิมได้อีกแล้ว กลายเป็นประชาชนเดือดร้อนไป " 

เราขัดธรรมชาติมาหลายอย่าง และส่วนใหญ่เราก็ทำสำเร็จ
เหมือนเราจัดการธรรมชาติได้ เราจึงจัดการไปเรื่อยๆ   

เมื่อเเขกผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับไปแล้วอย่างรวดเร็ว
ครอบครัวก็ได้ถ่ายรูปร่วมกัน ที่หน้าเมรุ
ฉันยืนอยู่ในภาพถ่ายนั้นด้วย และรู้สึกเอาเองตอนที่มองกล้อง ว่า 
คุณปู่ยังคงได้สอนเรา แม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันแบบตอนอยู่ที่บ้าน
" เมื่อชีวิตหนึ่งร่วงโรย อีกชีวิตหนึ่งก็เริ่มต้นใหม่ " พี่สะใภ้อุ้มเหลนคนแรกของปู่ยืนอยู่ข้างๆฉัน
ฉันว่า สไตล์ของคุณปู่เราน่าจะไม่พูดอะไรมากไปกว่าการบอกว่า ขอให้เป็นคนดีนะ

ตอนที่ฉันเดินตามญาติๆขึ้นไปบนเมรุ 
ฉันไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่ก็ได้เห็นเปลวไฟจุดขึ้นที่โลงศพ
สัปเหร่อดึงบานประตูเหล็กขึ้นปิด ปล่อยให้ไฟได้ทำหน้าที่ตามธรรมดาของไฟได้อย่างเต็มที่

เมื่อเห็นคุณอาผู้หญิงร้องไห้ 
ฉันจึงได้คิดถึงสาระสำคัญของงานศพที่ฉันจะจำไว้ในแบบของฉันเอง  
งานศพนั้น ทำให้ฉันได้เรียนรู้ ว่า 
จิตนั้นของคุณปู่ไม่ได้สถิตย์อยู่ ณ ร่างนี้อีกต่อไปแล้ว 
หากแต่ย้ายมาประทับอยู่ในใจของผู้ที่รักคุณปู่เเทน

และนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ที่เราจะระลึกถึงคุณปู่แน่นอน
SHARE

Comments