เสี้ยววินาที
           หลายครั้งหลายครา ที่บางช่วงของชีวิตรู้สึกหดหู่ เปล่าเปลี่ยวในใจกับข่าวคราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ไม่มีครั้งใหนที่รู้สึกหดหู่มากไปกว่าการทำร้ายพระสงฆ์ ผู้ซึ่งมอบกายถวายชีวิตให้กับพระพุทธศาสนา แค่คิดจะตบยุงยังไม่เคย ใหนเลยจะไปสร้างปัญหาให้ใคร จิตใจคนที่ลั่นไกต้องอำมหิตแค่ใหน ถึงทำร้ายคนไม่มีทางสู้ได้ขนาดนี้ ไม่เพียงแค่ชาวไทยพุทธและอิสลามที่รู้จักพระครูประโชติ รัตนานุรักษณ์จะสลดหดหู่ใจ คนไทยทั้งประเทศก็รู้สึกแย่และเสียใจไม่ต่างกัน เสียงปืนที่กระหน่ำยิงพระครูประโชติ รัตนานุรักษณ์ กับพระลูกวัด ไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าฟาดที่หวังจะทำลายความสัมพันธ์อันดีของศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลาม ให้แตกหักกัน ปลอกกระสุนที่ตกเกลื่อนพื้น ตอกย้ำถึงความต่ำตมในใจของคนลงมือ
               ชีวิตนี้ไม่เคยมีอะไรแน่นอนซักครั้ง สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือทุกสิ่งไม่แน่นอน มีขึ้นมาก็ต้องมีดับไป อะไรที่ผ่านเข้ามา ก็ต้องผ่านออกไปเสมอ แม้ในวันนี้พระครูประโชติจะมรณะภาพไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านทำให้กับคนในชุมชนนั้น มากมายเกินกว่าที่จะลืมลง ยิ่งกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้ความรุนแรงสร้างสถานะการณ์ ยิ่งเป็นการประณามการกระทำของตนเอง ให้ทั้งคนไทยพุทธและอิสลามได้เห็น สิ่งที่พระครูประโชติทิ้งไว้นั้น เป็นสิ่งที่สอนใจให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงการยึดมั่นในความดีและสิ่งที่ถูกต้อง แม้เหตุการณ์รายล้อมจะเต็มไปด้วยความรุนแรง พระครูประโชติยังยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่หวาดหวั่น จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
               ไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายแค่ใหน ที่ยึดเหนี่ยวและกำลังใจยังเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตในเขตพื้นที่ที่เหตุการณ์ไม่ปกติ แม้วันนี้พระครูประโชติจะมรณะภาพไปแล้ว แต่ท่านจะอยู่ในหัวใจของคนอำเภอสุไหงปาดีและคนไทยทั้งประเทศไปอีกแสนนาน กระสุนปลิดชีพได้แค่เพียงร่างกาย แต่ไม่อาจทำลายคุณงามความดีลงได้ สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายทำลงไป ก็ต้องย้อนกลับไปหาเขาเหมือนเดิม ตามกฏแห่งกรรม
SHARE

Comments