:: So don't be blue

--

"เธอคิดว่า จากตอนนั้น เรามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างมั้ย"
ฉันเป็นคนเอ่ยปากถามขึ้นในขณะที่เราใช้เวลาว่างไปกับการทำนู่นทำนี่อยู่กับตัวเองอย่างเรื่อยเปื่อย

แสงสีส้มๆของแดดเวลาบ่าย
ลอดผ่านไรผม สะท้อนผ่านนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น
เขาทำหน้าครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร
"..."

"เอาจริงๆ นี่รู้สึกประหลาดใจกับตัวเองเหมือนกัน เวลาแค่นี้ทำฉันเปลี่ยนไปเยอะเลย"
ฉันพูดสวนขึ้นอีก โดยไม่ได้สนใจคำตอบใดๆจากคู่สนทนา

"อะไรทำให้คิดงั้น ตื่นเช้าขึ้นแล้วหรอ"
เขาย้อนกลับด้วยคำถามที่เจตนาจะมาหักล้างหัวข้อสนทนาของฉัน
แน่ล่ะ ด้วยภาระแล้วหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบ 
ทำให้การตื่นเช้าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ฉันมองหน้าเขา หรี่ตาเล็กๆคู่นั้น พร้อมขมวดคิ้วเป็นปมเป็นเชิงตำหนิเล็กน้อยที่เขาพยายามจะขัดสิ่งที่ฉันพยายามจะนำเสนอ

"ไม่ใช่ซะหน่อย อันนั้นยังทำไม่ได้หรอก ยากเกินไป แต่อย่างน้อย ก็ได้นอนเพิ่มมากขึ้นตั้งชั่วโมงสองชั่วโมงนะ"
ฉันเถียงเขากลับ

ในขณะที่เขาเอาแต่วุ่นวายอยู่กับการสำรวจนู่นนี่บนหน้าจอแลปทอป โดยปราศจากการเงยหน้าขึ้นมามองฉันซึ่งเป็นคู่สนทนา

"อ๋อ เลิกใส่น้ำเชื่อมในแก้วแล้วด้วย ตอนกินอเมริกาโน่น่ะ"

เขาคลี่ยิ้มบางๆมุมปากให้กับเรื่องเล็กน้อยที่ฉันภูมิใจนำเสนอ
ฉันกับอเมริกาโน่น่ะเป็นเหมือน love–hate relationship ต่อกันมาโดยตลอด
อเมริกาโน่เย็นเป็นเครื่องดื่มโปรดของฉัน
ฉันหลงรักในรสขมของมัน 
และรู้สึกว่ามันลงตัวพอดีโดยไม่ต้องพึ่งนมหรืออะไรอย่างอื่น
แต่ฉันก็ทนความขมนั้นไปไม่ได้จนหยดสุดท้ายทุกที
ฉันจึงมักจะเติมน้ำเชื่อมลงไป ในทีแรก
แล้วปล่อยให้น้ำแข็งทำหน้าที่ผสมความหวานกับความขมนี้เข้าด้วยกัน


"อันนี้ก็นับว่าเปลี่ยนหรอ"
เขาเอ่ยปากถาม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้คงดูเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขามากๆ
ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ
เขายังคงไม่ละสายตาไปจากหน้าจอ
เพียงแต่เลิกคิ้วเป็นเชิงคำถามต่อสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อไป

ฉันเงียบไปสักพัก นึกสำรวจถึงการเปลี่ยนแปลงข้ออื่นๆ

"หลังๆมานี้ไปไหนมาไหนคนเดียวบ่อยขึ้นแล้วด้วย แล้วก็ เลือกที่จะใช้เวลาว่างไปกับร้านหนังสือเพิ่มมากขึ้นด้วยนะ"

เขานั่งนิ่ง สายตาเรียบเฉยแบบไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งที่ฉันเอ่ยออกไปนัก
"ก็ดีแล้วนี่ ก็ดีแล้ว"
เขาพึมพำ คำพูดเดิมซ้ำๆโดยไม่ละสายตาออกไปจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงหน้า
ทั้งๆที่นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุด
ฉันกับหนังสือน่ะ อยู่คนละขั้วกันเลยด้วยซ้ำ
เขาเองยังเคยพยายามจะให้ฉันอ่านอะไรต่ออะไรอยู่บ่อยๆ

เขาดูเฉยมาก จนน่าจะเป็นคำตอบได้ว่าเขาไม่ได้สนใจในการเปลี่ยนแปลงอะไรนี้แล้วด้วยซ้ำ
..


"อือ แค่นั้นแหละ"
ฉันไม่รอให้เขาแสดงท่าทีใจร้ายอะไรออกมาอีก
ฉันชิงปิดบทสนาทนา 
เตรียมพร้อมจะกลับมาสนใจกับหน้าจอโปรแกรมที่เปิดค้างไว้ของตัวเองสักที

แสงสีส้มอ่อนๆของเมื่อสักครู่เคลื่อนตัวลงต่ำกว่าองศาเดิมเล็กน้อย
เข้มขึ้นจนเห็นได้ชัด ทอดตัวยาวผ่านโต๊ะทำงานของเรา

เสียงพัดลมหึ่งๆทำหน้าที่ทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเราได้ดี
จนฉันนึกขอบคุณมันที่ไม่ทำให้บรรยากาศมันอึมครึมจนเกินไป

หลังจากนั่งสะสางงานของตัวเองซักพัก จนเป็นที่น่าพอใจ
ฉันน่าจะหาเวลาพักเบรคให้ตัวเองสักหน่อย

"ฉันจะกลับแล้ว"

ฉันชันตัวขึ้น เก็บกวาดข้าวของสองสามชิ้นใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ
ก่อนจะรีบพาตัวเองออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดพวกนี้

เขาเงยหน้ามามอง นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เราสบตากันตั้งแต่อยู่ตรงนี้ด้วยกันมา

"จะไปไหนต่อ" เขาถาม
 "อาจจะต้องหาซื้ออะไรกิน ที่บ้านไม่มีข้าว แล้วคืนนี้ก็น่าจะต้องทำงานอีกยาว"
เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
ฉันโบกมือบอกลา ก่อนจะค่อยๆเดินออกมา

ระหว่างลงบันได
ฉันคลี่สายหูฟังที่พันกันยุ่งเหยิง ใส่มันไปในหูทั้งสองข้าง
หยิบโทรศัพท์ เปิดplaylistเพลงโปรดที่เคยฟังด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน
เสื้อลินินสีขาว กางเกงขายาวพับขาสีอ่อน 
ที่ใส่บ่อยจนกลายเป็นภาพชินตาสำหรับคนรอบข้าง

ฉันเลิกสายกระเป๋าผ้าให้ขึ้นมาอยู่สูงอีกนิด ก่อนที่มันจะไหลหล่นลงไปจากบ่า
มือขวาทำหน้าที่ทัดผมประบ่าสีน้ำตาลเข้มอย่างลวกๆ
ฉันมักจะหงุดหงิดเวลาที่มีอะไรมาเกะกะบนกรอบหน้าอยู่เสมอ

อากาศข้างนอกเวลานี้ไม่ร้อนแล้ว
ฉันเดินผ่านผู้คนตามถนนสายเล็กๆ
มีลมอ่อนๆ ปะทะหน้าอยู่เป็นระยะ


ฉันคิดทบทวนถึงบทสนทนาที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้
..
เรื่องกิจวัตรเล็กๆน้อยที่ฉันเปลี่ยนไปน่ะ
ฉันพร่ำบอกตัวเองเสมอ
ว่าฉันทำอะไรๆเหล่านั้นลงไปก็เพราะคิดว่า มันอาจจะเป็นเรื่องใหม่ๆที่ฉันอาจจะชอบ
และการลองเปลี่ยนอะไรเล็กๆน้อยๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้ง

แต่ที่จริงแล้วมันก็เป็นแค่ข้ออ้างเล็กๆที่ทำให้ฉันสบายใจขึ้นเท่านั้น
เพราะฉันรู้ตัวเองดี ต่อให้สิ่งต่างๆ ดีเทลเล็กๆน้อยๆพวกนั้นเปลี่ยนไป
แต่ว่าสิ่งที่ฉันพยายามจะเปลี่ยนจริงๆนั้น
 ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

เพลงจาก playlist ทำหน้าที่ของมัน ซึ่งฉันเองไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

Life is moving, can't you see

There's no future left for you and me

I was holding and I was searching endlessly

But baby, now there's nothing left that I can do so

So don't be blue

ฉันเผลอร้องเพลงคลอเบาๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวอีกครั้ง


*https://www.youtube.com/watch?v=0uts-_rsxPM*
SHARE

Comments