[Start-Chepter] แลกหัวใจก็ยอม ( Gaeun x Sakura )
- 1 ปีที่แล้ว -



ลมหนาวพัดโชยพาให้ร่างสั่นสะท้าน ท้องฟ้าสีดำสนิทยามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยดวงดาวส่องแสงระยิบระยับเต็มฟากฟ้า ลมหนาวพัดต้องกายทำสองสาวตระกรองกอดกัน ให้ต้มไม้ใบหญ้าได้อิจฉา



"พี่กั้งคะ" สาวหน้าหวานเอ่ยเรียกคนข้างกายที่กำลังจับจ้องดวงดาว

"ว่าไงคะ?" เมื่ออีกคนเรียกแล้วเงียบ กั้งจึงละความสวยจากดวงดาว หันมองความสวยที่อยู่ข้างกายแทน มือเรียวเกลี่ยผมทัดหูก่อนก้มลงไปชกชิงความหอมจากพวงแก้มใสนั้น

"อื้อออ พี่กั้งอ่ะ!"

"ก็เรียกแล้วเงียบทำไมละคะ" กั้งแกล้งตอบพร้อมเสียงหัวเราะ อ้อมแขมกระชับกอดแบ่งปันความอบอุ่น

"พี่กั้งอยากเป็นอะไรระหว่างพระจันทร์กับดาว" กั้งเงยหน้ามองฟ้าจ้องมองดวงดาวที่ส่องแสงเคียงข้างพระจันทร์ดวงโต

"หืม..ยากจัง แล้วลี่อยากเป็นอะไรละคะ" กั้งโบ้ยให้อีกคนตอบ

"เค้าถามก่อนนะ"
"แต่พี่ถามทีหลังน้าาา"
"พี่กั้งงง"
"ขาที่รักก อุ๊บ!" คนแก่กว่ายิ้มพราย แกล้งกวนสุดที่รักให้หงุดหงิดเล่น ก่อนจะโดนกระทุ้งศอกเป็นการทำโทษ เล่นเอาเธอจุกจนพูดไม่ออก

"ไม่คุยด้วยแล้ว!" สาลี่หมดอารมณ์จะต่อปากต่อคำกับแฟนจอมกวนของเธอเหลือเกิน บรรยากาศกำลังดีดันพาเสียอารมณ์ซะได้ หึ่ย

"โอ๋ๆๆ ไม่งอนนะคะเด็กดีของพี่" กั้งเห็นที่รักเริ่มงอนก็รีบเข้าไปคลอเคลีย แกล้งซุกไซร้จนสาลี่ขนลุกซู่

"พี่กั้งงหยุดน้าา"
"ฮ่าๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้~" พอได้แกล้งแฟนสาวจนหนำใจกั้งก็รวบตัวคนตัวเล็กมากอด ให้สาลี่ได้อิงแอบแบ่งปันความอบอุ่นผ่านกายสู่กาย สายตาของทั้งคู่มองไปไกลสุดแผ่นฟ้า ดาวดวงสวยยังคงทำหน้าที่เป็นดั่งเพชรที่รังสรรค์ไว้ประดับนภาคู่เคียงดวงเดือนที่กำลังฉายแสงนวลฉาบความสว่างให้รัตติกาลสีดำสนิทไม่ดูน่ากลัวจนเกินไป


"พี่อยากเป็นดาวค่ะ" สาวตัวสูงเอ่ยตอบคำถามที่ยังค้างคา ขณะสายตายังจับจ้องแสงวิบๆวับๆบนฟ้า สาลี่หันมองแฟนสาวที่อยู่ๆก็เอ่ยขึ้นให้เธอได้แปลกใจ กั้งเอ่ยต่อพร้อมรอยยิ้ม

"พี่เป็นดาว ลี่จะได้เป็นพระจันทร์ไงคะ"

"งื้อ ถ้าเค้าเป็นพระจันทร์ พี่กั้งก็ต้องเป็นพระอาทิตย์สิ เราจะได้คู่กัน" สาลี่ยิ้มยิงฟันถูกใจกับความคิดของตัวเอง คนตัวสูงมันเขี้ยวยกมือเคาะหัวเด็กน้อยไปสักที

"พระอาทิตย์กับพระจันทร์มันคู่กันตรงไหนเล่า มันเป็นฝั่งตรงข้ามกันต่างหาก เห็นไหมคะว่ามันไม่เคยขึ้นพร้อมกันเลย" กั้งมองอีกคนที่ทำเหมือนครุ่นคิดตามก่อนพยักหน้าหงึกหงักๆสองสามที เป็นท่าทางที่เธออยากจะคว้าร่างบางมาฟัดซะจริงๆ

"แต่ทำไมเค้าต้องเป็นพระจันทร์ง่ะ เค้าก็อยากเป็นดาวเหมือนกันนี่" สาลี่พูดแย้งเสียงอ่อยพาให้อีกคนได้ยิ้มตาม กั้งอดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือไปลูบผมคนตัวเล็กเบาๆ


"ลี่รู้ไหมคะ.. เมื่อก่อนชีวิตพี่นะเหมือนท้องฟ้าตอนกลางคืนเลย.. มองไม่เห็นทางไปต่อ ทุกอย่างพังไปหมด เคว้งคว้างอยู่สักพักเลยนะ จนกระทั่ง..มีใครคนหนึ่งเข้ามา เข้ามาเป็นเหมือนแสงสว่าง เหมือนพระจันทร์ตอนนี้เลย" กั้งบอกความหมายพร้อมข้อความในใจที่เธออยากให้อีกคนได้รับรู้


"เพราะงั้นถ้าให้พี่เลือกเป็นสักอย่าง..พี่ก็ขอเป็นดวงดาวที่คอยส่องสว่างอยู่ใกล้ๆกับพระจันทร์ ทำหน้าที่ของดาวองครักษ์คอยพิทักษ์ดูแลองค์หญิงพระจันทร์ไปตลอดเลย..ดีไหมคะ" รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งจากคนตัวโตให้คนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งน้ำตาคลอ มือบางเลื่อนขึ้นไปเช็ดหยดน้ำตาข้างแก้มใสอย่างอ่อนโยน

"พี่กั้ง.."

"ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเป็นพระจันทร์ที่สวยที่สุดให้ดาวดวงนี้
ขอบคุณ..ที่เข้ามาเป็นทุกๆอย่างในชีวิตพี่
..พี่กั้งรักสาลี่นะคะ"



สิ้นเสียงใสที่ดังก้อง บรรยากาศแสนละมุนไปกับคำสารภาพรัก สองสายตาสบกันซึ้ง คำพูดของกั้งไม่ใช่พูดให้ดูสวยหรู แต่ทุกคำกลั่นกรองมาจากใจเพื่อให้คนตรงหน้าได้รับรู้ถึงมัน

ราวกับแรงดึงดูดของแม่เหล็กกำลังทำงาน ใบหน้าเรียวของทั้งสองค่อยๆขยับเคลื่อนเข้าหากัน ริ่มฝีปากอิ่มพานพบขยับสอดประสาน ไม่ต่างจากหัวใจที่กำลังเต้นไปในจังหวะเดียวกัน

สายลมพัดเอื่อยพาความหนาวเหน็บแตะต้องผิวกายแต่ไม่ทำให้สองร่างที่กำลังหลอมละลายเย็นลงได้ บทเพลงรักยังคงขับกล่อมให้ผู้บรรเลงได้ชื่นชมไม่หยุดสิ้น ผืนดินและผืนฟ้าโอบอุ้มทั้งสองล่องลอยไปตามทางเดินแห่งรัก ไปยังดินแดนที่มีเพียงเขาและเธอ



.


.


.

.

.


"ลี่ ไหนลูกบอกพ่อว่าเลิกเป็นแฟนกับเด็กที่ชื่อกั้งแล้วไง!"

เสียงตวาดดังก้องไปทั่วห้องทำงานของราชสีห์แห่งบ้านพัชรวาณิชย์ที่กำลังเกรี้ยวกราด


"ก..ก็เลิกแล้วไงค่ะ" ริมฝีปากบางขยับตอบผู้เป็นบิดาอย่างลังเล
"เลิกแล้วงั้นหรอ? เลิกแล้วนี่มันอะไร ตอบพ่อมาสิว่ามันคืออะไร ห้ะ!!!"

รูปนับสิบใบกระจายเต็มโต๊ะไม้สักตัวโปรดตามแรงปาของผู้เป็นพ่อ ไม่ต้องสงสัยนานภาพในรูปถ่ายก็ปรากฎหราให้สาลี่หายข้องใจ มันเป็นภาพของเธอและกั้ง ในอิริยาบทต่างๆที่ดูยังไงๆก็ไม่ใช่เพื่อนธรรมดา


"นี่ นี่พ่อให้ลูกน้องพ่อสะกดรอยตามลี่หรอคะ"
"ถ้าไม่ทำอย่างนี้ พ่อจะรู้ไหมว่าลี่โกหกพ่ออยู่!"
"แต่นี่มันชีวิตส่วนตัวของลี่!"
"แต่ลี่เป็นลูกพ่อ ลี่ต้องทำตามที่พ่อสั่ง!"
"พ่อ!!!"
"ลี่!!!"


พ่อลูกต่างระเบิดอารมณ์ฟาดฟันกันอย่างไม่ลดลาวาศอก หนึ่งคนความคิดเป็นไปตามเหตุผลและประสบการณ์ที่ได้หล่อหลอมให้เขาเป็นดั่งราชสีห์คอยควบคุมดูแลกิจการที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อีกหนึ่งคือผู้เจริญรอยตามที่เต็มไปด้วยพลังและความเชื่อมั่น เธอเลือกเดินตามหัวใจอย่างไม่ลังเล  


เมื่อขิงก็ราข่าก็แรง การทะเลาะของพ่อลูกจึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งและส่วนใหญ่มักมีหญิงสาวชื่อกั้ง เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

"ถ้าแม่อยู่..แม่จะไม่บังคับลี่แบบนี้" สาลี่พูดเสียงเครือ มองบิดาด้วยความเสียใจ
"ถ้าแม่ลี่อยู่ ลี่ก็คงไม่เป็นพวกวิปริตผิดเพศแบบนี้! พ่อผิดเองแหละที่เลี้ยงแกออกให้เป็นคนปกติไม่ได้!!" คำพูดเสียดแทงของผู้เป็นพ่อบาดลึกเป็นแผลใหญ่กลางใจของลูกสาวอย่างสาลี่ ความเสียใจถูกขับออกเป็นน้ำใสๆคลออยู่เต็มดวงตา ก่อนมันจะล่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง ยิ่งเห็นความผิดหวังที่ส่งมาจากดวงตาของบิดา ความเสียใจก็ยิ่งทวีคูณ


"การที่ลี่เป็นแบบนี้มันคงน่าอับอายมากสินะคะ..ถ้ามันน่าอับอายขนาดนั้น พ่อก็ไม่ต้องมาเรียกลี่ว่าลูกเลยสิ"
"สาลี่!!"

เพลียะ!!!!


ใบหน้าสวยหันตามแรงฝ่ามือของบิดา นอกจากรอยนิ้วทั้งห้านิ้วจะปรากฎชัดบนใบหน้าของสาลี่ เธอยังได้กลิ่มคาวของเลือดจางๆในปาก หลังจากความชาหายไปแทนที่ด้วยอาการปวดหนึบๆที่แก้มใส แต่คงไม่เท่ากับใจของสาลี่ตอนนี้ที่แหลกละเอียด เธอไม่คิดว่าคุณพ่อที่เคยแสนอ่อนโยนจะลงไม้ลงมือกับเธอได้


"ถ้าอวดดีแบบนี้ก็ไม่ต้องมาอยู่บ้านฉัน! แกจะไปซุกหัวอยู่ที่ไหนก็ไป ไว้แกกลับมาเป็นคนปกติเมื่อไหร่ ค่อยมาคุยกับฉัน! ออกไป!!!"


ผู้เป็นพ่อประกาศกร้าว ตวาดไล่ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาก่อนจะหันหลังไม่แยแสกับคนที่ขึ้นชื่อลูก น้ำตาคนตัวเล็กไหลพรากหวังเพียงให้มันช่วยชะล้างความเสียใจที่มีอยู่ตอนนี้ออกไปบ้าง เมื่อบิดาไล่เธออย่างนี้ แม้จะรู้สึกผิดมากแค่ไหนแต่สำหรับสาลี่แล้ว วันนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะเหยียบบ้านหลังนี้อีก




ลี่ขอโทษนะคะ ..พ่อ






.

.

.

.



"ลี่คะ..เลิกกันเถอะ"


เสียงหนักแน่นเอ่ยคำตัดขาดความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวดออกมา สายตาที่แน่วแน่บ่งบอกถึงความจริงจังของคนตัวสูง แต่ปฏิกิริยาตอบกลับของคนตรงหน้ามีเพียงแค่เหลือบตามอง ก่อนก้มลงไปอ่านหนังสือต่อ

"สาลี่.."
"เหตุผลอะไรอีกคะพี่กั้ง มีเหตุผลอะไรให้อ้างบอกเลิกเค้าอีก" สาลี่เอ่ยออกติดรำคาญ เธอเบื่อที่คนตรงหน้ามักหาข้ออ้างนู่นนี่มาบอกเลิก ตั้งแต่รู้ว่าเธอทะเลาะกับผู้เป็นพ่อจนถูกไล่ออกจากบ้านเพราะเจ้าตัวเป็นต้นเหตุ


"ไม่มี แค่อยากเลิก เลิกกันเหอะ" กั้งบอกเสียงอ่อน เธอพยายามบอกเลิกคนตรงหน้าเป็นครั้งที่ร้อย แต่เจ้าตัวก็ยังดึงดันไม่ยอมเลิก แถมกลับมองเป็นเรื่องไร้สาระอีกต่างหาก


"ทำไมชอบบอกเลิกกันนักห้ะ"
"ลี่ก็ยอมเลิกให้พี่สิคะ"
"ไม่เลิกเว้ย ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องมาทำให้เราเลิกกันด้วยอ่ะพี่กั้ง!"


ความเงียบเข้าปกคลุม ต่างคนต่างมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง ถึงแม้จะเข้าใจแค่ไหน ก็ไม่อาจยอมทำตามในสิ่งที่อีกคนต้องการได้

"ลี่คะลี่ฟังพี่นะ..ทำแบบนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย คนเราอ่ะ..ถ้ามันคู่กันจริงๆมันก็ต้องพาให้ชีวิตทั้งคู่ดีขึ้นดิ แล้วดูเราสองคนสิ ลี่ต้องทะเลาะกับพ่อ โดนไล่ออกจากบ้าน มันดีขึ้นตรงไหนคะพี่ถามหน่อย"

กั้งอธิบายให้คนตรงหน้าได้เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเลิก แต่เธอคงทนไม่ได้ที่จะให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะให้ชีวิตคนรักแย่ลงเพราะเธอเป็นต้นเหตุได้อย่างไร


"พี่กั้งคะ..คนเราถ้ารักกัน มันก็ต้องจับมือกันผ่านอุปสรรคไปให้ได้ป้ะ ไม่ใช่มาอ้างว่าคู่กันแล้วชีวิตต้องดีขึ้น..มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ แค่ช่วงนี้มันเจออุปสรรคเว้ย ลี่แค่อยากให้พี่จับมือลี่ไว้ พิสูจน์ว่าเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้พี่ทิ้งลี่..ทำให้พ่อมั่นใจว่าพี่ดูแลลี่ได้ แค่นี้เองพี่กั้ง..แค่นี้เอง.."

สาลี่สบตาคนตรงหน้า เธอรู้เหตุผลของกั้ง เธอเข้าใจ แต่การเลิกมันไม่ทางออกเดียวของปัญหานี้ไม่ใช่หรอ มันมีทางออกอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องทางเลือกทางนี้ ทางที่มันต้องเจ็บปวดกันแบบนี้..

"สาลี่คะ..พี่ถามจริงๆอะไรที่ทำให้ลี่คิดว่าพ่อลี่จะยอมรับเรื่องของเราได้ อะไรที่มันบ่งบอกว่าลี่จะได้กลับเข้าไปอยู่ในบ้าน ไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้ ลี่บอกพี่หน่อยสิ"

"เพราะเขาเป็นพ่อลี่ไงพี่กั้ง ยังไงสักวันเขาก็ต้องใจอ่อนให้กับเรื่องของเร.."

"สักวันนี่มันเมื่อไหร่ล่ะลี่ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดือนหน้า ปีหน้า หรือจนพี่ตาย!"
"พี่กั้ง.."
"ลี่ นี่มันชีวิตจริงๆ..ไม่ใช่นิยายเพ้อฝัน ชีวิตคู่มันไม่ได้มีแค่เราสองคนนะ  มันมีใครอีกตั้งเยอะ ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ไหนจะสังคมรอบข้างเราอีก แล้วเราก็มองข้ามคนพวกนั้นไม่ได้ด้วย"

"แล้วความรู้สึกเราล่ะพี่กั้ง! ความรู้สึกของเราทั้งคู่ล่ะ เราคบกันแต่เราต้องแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่างั้นหรอ..หรือพี่เลิกรู้สึกตั้งนานแล้ว"
"เห้ยลี่ เข้าใจไปไหนเนี้ย มันไม่ใช่แบบนั้น"
"แล้วมันแบบไหนล่ะ! วันๆพี่เอาแต่บอกเลิกลี่..คิดบ้างไหมว่าลี่จะเสียใจแค่ไหน คิดบ้างไหมว่าไอ้ที่โดนไล่ออกจากบ้านมันก็มากพออยู่แล้ว ยังมาโดนแฟนบอกเลิกได้ไม่เว้นแต่ละวันอีก..ลี่จะรู้สึกแย่แค่ไหน เคยคิดบ้างไหมพี่กั้ง! เคยคิดถึงความรู้สึกกันบ้างไหม!!"

สาลี่เข้าไปเขย่าตัวคนรักปล่อยโฮระเบิดอารมณ์ออกมา ความรู้สึกที่เคยกักเก็บเอาไว้ พังทลายลงเหมือนเขื่อนแตก  น้ำใสๆไหลอาบสองแก้มจนดูน่าสงสาร กั้งรวบตัวคนที่กำลังร้องไห้เข้ามากอด ปลอบโยนความรู้สึกของคนตรงหน้าด้วยอ้อมกอดอุ่นๆ ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงกระชับอ้อมกอดให้แน่นพอที่จะอีกคนรับรู้ถึงความรู้สึกที่เสียใจไม่แพ้ไปกว่ากัน



"ถึงเราจะเลิกกัน..แต่ใช่ว่าเราจะเลิกรักกันซะเมื่อไหร่ล่ะคะ เราก็ยังรักกันเหมือนเดิม..แค่ตอนนี้เรากลับไปทำหน้าที่ที่ต้องทำของตัวเอง..เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่านี้ไงคะ" กั้งเอ่ยหลังจากเงียบไปนาน เธอพยายามพูดให้คนรักของเธอเข้าใจ


"หึ มันจะวันนั้นจริงๆเหรอคะ วันที่ดีขึ้นนั่นน่ะ"
"สาลี่.."

สายตาที่อ่านยากของคนตัวเล็กบวกกับคำพูดที่แทงใจ ทำเอากั้งพูดอะไรไม่ออกได้แต่ส่งความรู้สึกผ่านสายตา


"เค้าเหนื่อย..เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยจนไม่มีแรงแล้วอ่ะพี่กั้ง ถ้าพี่กั้งอยากให้มันเป็นแบบนั้น..เค้าก็จะทำตาม..ทำตามความต้องการของพี่กั้งทุกอย่างเลย"

เสียงเบาหวิวกับรอยยิ้มซีดเซียวที่ปรากฎออกมาพาให้กั้งอยากจะดึงร่างบางมากอดปลอบประโลมความรู้สึกของคนตรงหน้า ละทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง..แต่กั้งทำไม่ได้ เธอไม่อาจเอาความสุขส่วนตัวมาทำร้ายคนที่เธอรักได้


"ดูแลดีๆตัวเองนะคะ..จากนี้ไม่มีเค้าดูแลแล้วนะ.." สาลี่เอ่ยเสียงเครือ ม่านน้ำตาที่เอ่อรินพาให้หัวใจอ่อนแอ
"ลี่.." ไม่คำพูดใดๆหลุดออก มีเพียงหยดน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย

"สาลี่รักพี่กั้งนะ รู้ใช่ไหมคะ?" มือบางเลื่อนขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างแผ่วเบา สาลี่มองสำรวจไปทั่วใบหน้าของกั้ง ราวกับจะจดจำทุกรายละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาเรียวแดงช้ำจากการร้องไห้ จมูกโด่งเป็นสัน แก้มเนียนนุ่มที่ชอบเผลอเข้าไปสูดดม ริมฝีบางที่มักจะเอ่ยคำหวานมาสั่นคลอนหัวใจ สาลี่จรดริมฝีปากตัวเองให้ทาบทับกับริมฝีปากบาง เนิ่นนานจนแทบเจียนขาดใจ ถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะตัดใจหันหลังเดินออกห้องไป


ลาก่อนนะคะ..ดวงดาวของลี่


ปัง!


กว่าจะได้สติกลับคืนมาก็เหลือเพียงความว่างเปล่า กั้งทรุดลงกับโซฟา เธอไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ทางเลือกที่ให้เธอมานั้นมันไม่ง่ายที่จะเลือกเลย เสียงร้องไห้โฮปริ่มจะขาดใจดังก้องไปทั่วห้อง เจ็บเหมือนหัวใจแหลกเป็นผุยผง ความเจ็บปวดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ มันถูกประเคนมาหาเธอด้วยมือของเธอเอง


คนที่เดินจากมาก็ใช่ว่าจะเข้มแข็ง สาลี่ทรุดลงกับพื้นทันทีที่พาตัวเองออกมาหน้าห้อง น้ำตาไหลนองเป็นสาย พยายามเก็บกั้นเสียงร้องไห้ไม่ให้คนข้างในได้ยิน เธอไม่มีเเรงแม้แต่จะพาตัวเองออกจากตรงนี้ ความเจ็บหนึบที่ร้าวรานไปทั้งใจ บาดแผลใหญ่ที่พวกเขาเลือก..ล้วนแต่สร้างความเจ็บปวดไว้ให้กับทุกคน


..เจ็บจนจะขาดใจ

SHARE
Writer
Holmescx
Reader & Writer
| Don't judge a book by its cover |

Comments