โถ.. ชีวิตล่าม ตอนที่1 ล่ามไอที


'กูสมัครไปทำไมวะเนี่ยยยย' นี่คือสิ่งที่ฉันคิดหลังจากเปิดอีเมลแสดงความยินดีที่ผ่านสัมภาษณ์รอบที่3

ทุกวันนี้แค่เปิดปิดคอมใช้สมาร์ทโฟนเป็นก็บุญแล้ว 
'เอาวะ ลองสักตั้ง ไหนๆแม่งก็ผ่านละ'


"แผนกล่าม on site อยู่บริษัท... กันหมด กว่าจะกลับมาก็อีกหลายเดือนอะ นั่งคนเดียวไปก่อนนะลูก" พี่HRตอบเสียงใส เหมือนอ่านความคิดฉันออกจากหน้าหมางงของฉันหลังจากได้ที่นั่งเป็นโต๊ะใหญ่ๆสามโต๊ะว่างๆ 

'ชิบหายละ เริ่มทำงานที่แรก เรื่องไอทีก็โง่บัดซบ คนสอนงานก็ไม่มี โถ่.. กู ทำไมเป็นคนโชคดีงี้ตลอดเลยวะเนี่ย' ฉันบ่นกับเพื่อน และเพื่อนสายบุญของฉันก็ตอบมาตามคาดหมายว่า  'ทำบุญบ้างมั้ยมึง ฝากกูทำก็ได้'
แหม่.. ถ้าทำบุญแล้วโชคดี จะบริจาคให้หมดตัวเลย

"น้องคะ เดี๋ยวเข้าประชุมกับพี่หน่อยนะ จะคุยกันเรื่องโปรเจ็กต์ที่จะให้น้องดู" พี่คนนึงสะกิดเรียก หลังจากที่ฉันนั่งแอ๊บทำเป็นหาความรู้เข้าหัวได้สองชั่วโมง

"Dhn@&$giossvn3,?&@&$)" 
พี่ๆ พูดภาษาไทยกันอยู่ใช่ไหมคะ แม้ฉันนั่งฟังและจดอย่างตั้งใจแต่ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ๆแกกำลังพูดอยู่สักคำเดียว หรือฉันจะมีปัญหาด้านภาษาไทย หัวพังเหรอไงวะเนี่ย

และแล้วฉันก็ได้เริ่มทำงานจริงๆครั้งแรก
เพราะลูกค้าจะเข้ามาอัพเดทความคืบหน้าของเว็บไซต์ทุกอาทิตย์
'ฟู่ววววว' โล่งอก อย่างน้อยเว็บไซต์ก็ยังพอเป็นอะไรที่เข้าใจได้อยู่ พี่ๆดูงงกับภาษาไทยของฉันเล็กน้อย อาจจะเพราะฉันเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นและไม่ได้พูดภาษาไทยมาหนึ่งปี ภาษาไทยของฉันเลยมีวิธีการเรียงประโยคแปลกๆอยู่สักหน่อย

[แหม่ แค่หนึ่งปี.. เว่อร์ไปรึเปล่า
พอดีสมองเท่าปลาทอง ทุกวันนี้ไม่ได้พูดญี่ปุ่นแค่อาทิตย์เดียวยังลืมศัพท์ได้เลยค่ะ 5555]

แล้วฉันก็ตระหนักได้ว่า
สกิลการล่ามไม่ใช่รู้ภาษาอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ต้องเข้าใจวิธีการพูดของแต่ละคนและต้องมีสกิลการอธิบายสูง

คุณรู้ไหมคะ..
ไม่ใช่ทุกคนที่พูดรู้เรื่องนะ TT
จะแปลตรงตัวตามที่พูดอีกฝั่งก็คงไม่เข้าใจ
หนูเองก็ไม่เข้าใจว่าพี่ต้องการจะพูดอะไร
งานก็มารับต่อกลางคัน คุยกันถึงไหนเรื่องอะไรก็ไม่รู้
ฮือออออออ งงโว้ยยยยย 

"แปลดีมากเลยนะสำหรับเด็กจบใหม่พี่ให้เต็มเลย"
คำชมจากพี่สาวเจ้าของโปรเจ็กต์ไม่ได้ช่วยให้ความปวดหัวมึนงงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุเลาลงแต่อย่างใด

'กูแปลไรไปวะเนี่ย' นี่คือสิ่งที่ฉันคิดขณะที่ยิ้มตอบขอบคุณคำชม

ภารกิจถัดมา
เขียนเมลตอบลูกค้าครั้งแรก
คุณพระ... คุณลูกค้าจะสำบัดสำนวนอะไรขนาดนั้นวะ ไหนจะเขียนรูปโคตรสุภาพอีก (ภาษาญี่ปุ่นจะมีคำธรรมดา คำยกย่อง และถ่อมตัว) 
แล้วก็นะ.. ญี่ปู๊นนนญี่ปุ่น 
เขียนมาโค-ต-ร ยาวเกริ่นมากว่าครึ่ง อ่านจนจบแล้วก็ต้องมานั่งคิดวิเคราะห์ว่าเฮียแกจะเอาอะไรวะ วนไปวนมา

และฉันก็ได้คลายข้อสงสัยเมื่อคุณลูกค้าบอกว่า แกจบอักษรเอกภาษาญี่ปุ่นมา.. คนญี่ปุ่นที่จบเอกญี่ปุ่น อืม... กูว่าแล้ว...  เขียนเมลมาทียั้งกะเขียนนิยาย TT

จนถึงตอนนี้ฉันเปลี่ยนที่ทำงานมาสามที่ ดิฉันก็ยังยกรางวัลสุดยอดอีเมลเข้าใจยากยอดเยี่ยมแด่คุณคนนี้อยู่ดีค่ะ ฮ่าๆ

ภารกิจถัดมา
โอ้ววว ฟัค.. นี่กูต้องแปลไปจดMinute of Meeting ไปด้วยเหรอวะเนี่ย คุยกันทีห้าชั่วโมงได้ เขียนมือหงิกวนไป พูดไปเขียนไป แบ่งประสาทไปอีกกก 

ประเด็นที่สำคัญอีกอย่าง... ฉันเพิ่งรู้ว่าการแปลนี่มันกินพลังงานมาก ทั้งๆที่มันดูสบาย แต่หากคุณลองแปลไปได้สักสามชั่วโมง หัวคุณจะเริ่มช้า เบลอ พูดไม่รู้เรื่องและหิวสุดๆไปเลยล่ะค่ะ

กลับบ้านสภาพซอมบี้ทุกวัน
ทำไมมันเหนื่อยจังวะเนี่ย นั่งพูดเฉยๆเองนะ

วันเวลาผ่านไป
รู้ตัวอีกทีก็ผ่านโปรแล้ว พี่ๆในแผนกยังไม่กลับกันมาเลยค่ะ โดดเดี่ยวเดียวดายหว่าเว้สุดไรสุด

หน้าตูก็เสือกไม่เป็นมิตรอีก กว่าจะเข้ากับคนอื่นช่างยากเย็นแสนเข็น แต่สุดท้ายแล้วฉันได้เพื่อนที่ดีจากที่นี่หลายคนเลยค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ พวกไอทีนี่ดีนะคะ คุยง่ายจริงใจไม่ต้องคิดอะไรเยอะเลย 



เพียงแต่ว่าไอทีนี่คงไม่เหมาะกับฉันจริงๆ 
สุดท้ายก็ต้องขอบายไปอยู่แวดวงอื่น

ซึ่งก็คือล่ามบริษัททัวร์ที่ทำรายการท่องเที่ยวแถมยังจัดอีเว้นต์อีกด้วย ฟังดูดีใช่ไหมละคะ~ 
แต่....



โปรดติดตามชมตอนถัดไปค่ะ 55555










SHARE
Writer
mrd_hi
etc.
No one's here. I just come to write my diary.

Comments

Nu_Bell
1 year ago
เขียนได้สนุก น่าติดตาม รอตอนต่อไปอยู่นะคะ 
Reply
mrd_hi
1 year ago
ขอบคุณค่ะ ดีใจ 5555 (^^)