[OS] Perfect Two (Sakura x Yiren)







You can be the peanut butter to my jelly
You can be the butterflies I feel in my belly






เด็กสาววัยสิบเจ็ดกำลังบรรจงทาเนยถั่วลงบนขนมปังสองแผ่น ก่อนจะเดินไปหานมรสจืดในตู้เย็นมารินใส่แก้วสองใบ ในเมื่อเตรียมอาหารเช้าพร้อมแล้ว แต่ใครบางคนที่เธอรออยู่ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมาซะที คงต้องไปตามหน่อยแล้ว

ขณะที่เธอกำลังจะจับลูกบิด ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านในทำให้เธอชะงักไปด้วยความตกใจเล็กน้อย


“ ไง ”

“ คะ ”

“ มาปลุกพี่เหรอ ”

“ อาา ใช่ค่ะ ”

“ พี่ตื่นแล้วค่ะ อาบน้ำแต่งตัวแล้วด้วย ”

“ งั้นก็ไปกินข้าวกันค่ะ จะได้ไปเรียน ”

“ อื้อ ”


คนพี่ตอบรับพลางยีหัวคนน้องด้วยความเอ็นดู น่ารักจังเลยนะ ยัยลูกแมว





You can be the captain and I can be your first mate
You can be the chills that I feel on our first date





มื้อเช้าสิ้นสุดลงไปพร้อมกับการที่คนพี่แย่งคนน้องล้างจาน หลังจากนั้นก็หยิบเสื้อโค้ทตัวโคร่งมาสวมให้คนน้องก่อนจะสวมให้ตัวเอง และไม่ลืมที่จะกุมมือน้องให้เดินไปด้วยกัน


“ ส่งแค่นี้ก็พอค่ะ เดี๋ยวก็ไปมหาลัยไม่ทันหรอก ”

“ ก็พี่อยากไปส่งเราถึงโรงเรียน ไม่ได้เหรอคะ ”

“ เดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าวก็ถึงแล้วค่ะ แค่นี้เอง หนูเดินไปเองได้ ”

“ ไม่เอา พี่อยากไปส่งให้ถึงหน้าประตูโรงเรียน ”

“ ทำไมดื้อจังเลยคะ ”

“ นะๆๆ อี้เหรินนะ ”

“ ก็ได้ค่ะ หนูไม่เคยห้ามอะไรพี่ได้อยู่แล้ว ”

“ พี่ก็ห้ามตัวเองไม่เคยได้เหมือนกัน ”

“ พี่ไม่ต้องดีกับหนูขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ”

“ ก็เรามีกันอยู่แค่นี้นี่นา พี่อยากจะดูแลเราให้ดีที่สุด เหมือนที่เราดูแลพี่ไงคะ ”





You can be the hero and I can be your side kick
You can be the tear that I cry if we ever split





“ ดูแลอะไรกันคะ หนูก็แค่ทำอาหารเช้าให้เอง ”

“ ดูแลปากท้องของพี่ไง ถ้าไม่มีเราคอยทำอาหารเช้าไว้ให้ พี่ก็คงอดตายไปแล้ว ”

“ เว่อร์จริงๆเลย ”

“ ไม่ได้เว่อร์นะ พี่พูดจริงๆค่ะ ”

“ ถึงแล้ว รีบไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก ”

“ เดี๋ยวเลิกเรียนพี่มารับนะ ”

“ ไม่ต้องเลย ห้ามโดดเรียนนะคะ ”

“ แล้วถ้าไม่มีเรียนมารับได้ใช่มั้ยคะ ”

“ อย่าให้รู้นะคะ ว่าโดดเรียนน่ะ ”

“ ฮ่าๆๆ พี่ไม่โดดหรอกค่ะ ”

“ ตั้งใจเรียนด้วยนะคะ พี่ซากุระ ”

“ จ้า เราก็ตั้งใจเรียนนะ ”





You can be the rain from the cloud when it's stormin'
Or you can be the sun when it shines in the mornin'






คนพี่ยังคงยืนยิ้มโบกมือลาจนเห็นว่าน้องเดินเข้าโรงเรียนไปแล้ว ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินกลับไปทางเดิมเพื่อที่จะไปขึ้นรถเมล์ ระหว่างการเดินทางที่แสนจะน่าเบื่อ ไหนจะผู้คนจอแจน่ารำคาญ ซากุระหยิบหูฟังออกมาเสียบกับโทรศัพท์ แล้วเปิดแอพพิเคชั่นเพลงแบบลวกๆ ไม่ได้เลือกเพลงที่จะฟัง เธอก็แค่อยากฟังเพลงอะไรก็ได้ที่จะกลบเสียงความวุ่นวายเหล่านั้น จะเพลงอะไรก็ไม่สำคัญนักหรอก เพียงแค่นึกถึงหน้ายัยลูกแมวก็ทำให้ทุกอย่างสงบลง รวมถึงหัวใจเธอด้วย ‘คิดถึงอีกแล้วสิ ทั้งๆที่เพิ่งห่างกันไม่กี่นาที’





Don't know if I could ever be
Without you 'cause boy you complete me






ตอนซากุระอายุได้เจ็ดขวบ พ่อกับแม่ของเธอพาย้ายมาอยู่ที่เกาหลี ด้วยธุรกิจที่กำลังเติบโตทำให้พ่อกับแม่ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะดูแลลูกสาวคนเดียวอย่างซากุระ แม้ว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาแล้ว แต่คนเป็นแม่ก็สังเกตว่าลูกสาวดูหงอยๆ ไม่ค่อยร่าเริง แต่หล่อนก็ไม่มีเวลาที่จะมาเล่นกับลูก เพียงช่วยงานสามีทั้งวันก็เหนื่อยจนไม่เรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว ครั้นจะให้มีลูกอีกคนเพื่อที่ซากุระจะได้มีเพื่อนเล่นก็ดูเป็นไปได้ยาก เพราะสุขภาพของหล่อนไม่เอื้ออำนวยทำให้มีบุตรยาก พ่อเลยตัดสินใจว่าจะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม และนั่นเองทำให้อี้เหรินได้มาอยู่กับซากุระ

เนื่องจากอี้เหรินเป็นลูกครึ่ง มีแม่เป็นคนจีนพ่อเป็นคนเกาหลี ตามเดิมอี้เหรินเกิดที่จีน แต่ตอนที่จะคลอด แม่มีอาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง หมอเลยให้พ่อตัดสินใจว่าจะเลือกแม่หรือลูก พ่อตัดสินใจเลือกแม่ แต่แม่ขอร้องหมอว่าให้เอาลูกไว้ ยังไงลูกก็ต้องรอด ตัวหล่อนน่ะไม่เป็นไร ขอแค่ลูกได้ลืมตาดูโลกก็พอ หมอเลยพยายามอย่างสุดความสามารถจนคลอดอย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก แต่ก็ยื้อได้ไม่นานสุดท้ายแม่ก็จากไป อย่างน้อยหล่อนก็ยังได้เห็นหน้าลูกก่อน ด้านพ่อทั้งดีใจและเสียใจในคราวเดียวกัน หลังจากนั้พ่อจึงพาอี้เหรินกลับมาอยู่ที่เกาหลี แต่คุณปู่คุณย่าไม่ยอมรับในตัวอี้เหริน เพราะว่าพ่อหนีไปแต่งงานโดยที่คุณปู่คุณย่าไม่ได้ยินยอม พ่อเลยต้องเลี้ยงอี้เหรินตามลำพัง เขาทั้งทำงานหนักทั้งต้องดูลูกเอง ไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเพราะช่วงนั้นมีข่าวเกี่ยวกับพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กบ่อย วันๆหนึ่งแทบจะไม่ได้กินข้าว จนในที่สุดก็ล้มป่วย ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฝืนตัวเองไปทำงานระหว่างที่จะกลับบ้านเกิดหลับในขึ้นมาทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งตอนนั้นอี้เหรินอายุเพียงห้าขวบ อี้เหรินเลยกลายเป็นเด็กกำพร้าและไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ไม่นานครอบครัวซากุระก็มารับไปเลี้ยง





And in time I know that we'll both see
That we're all we need





ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีมาจนตอนที่ซากุระเรียนมัธยมปลาย จู่ๆครอบครัวที่เคยสงบสุขก็มีความทุกข์เข้ามา เมื่อพ่อกับแม่พวกเธอไปขัดแข้งขัดขาผู้มีอิทธิพลจนโดนคนพวกนั้นใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความเสื่อมเสียส่งผลให้ธุรกิจขาดทุนหนักหน่วง พ่อกับแม่จ้างทนายต่อสู้จนถึงที่สุด และกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือกลับคืนมาได้ พอเรื่องเงียบๆไปสักพัก คนพวกนั้นก็จัดฉากทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ พวกเธอจึงเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมๆกัน

ในตอนที่หันหน้าไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร เหลือเพียงเธอกับน้องแค่สองคน ในตอนที่สับสนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตกันต่อไปได้อย่างไร และแล้วก็มีมือพี่สาวคนหนึ่งยื่นเข้ามาช่วย หล่อนเป็นทนายที่เคยว่าความให้พ่อกับแม่ของเธอนั่นเอง พี่สาวทนายช่วยจัดการหาหลักฐานและสืบเรื่องคนชั่วพวกนั้นก่อนจะส่งต่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับพวกมัน





'Cause you're the apple to my pie (pie)
You're the straw to my berry (berry)






ซากุระกับอี้เหรินต่างก็ดูแลซึ่งกันและกัน เป็นที่พักพิงเป็นความสบายใจให้กันมาเสมอ พวกเธอตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา มีอี้เหรินที่ไหนมีซากุระที่นั่น คนพี่ก็ทั้งหวงและห่วงคนน้องมาก มีอะไรก็จะนึกถึงน้องก่อนเสมอ จะว่าขี้เห่อก็ไม่น่าใช่ คนเราจะเห่อน้องตั้งแต่เด็กจนโตขนาดนี้เลยเหรอ

และก็คงไม่เคยรู้ตัวเลยสินะ ว่าการกระทำทุกอย่างของเธอ ทำให้น้องเกิดความเคยตัวเคยชินจนนึกไม่ออกหากวันหนึ่งถ้าพี่จะมีแฟน อี้เหรินจะอยู่ยังไง ถ้าพี่ต้องแต่งงาน คงทำใจยอมรับได้ยากหรืออาจจะไม่ยอมรับเลยก็ได้ อี้เหรินน่ะอยากเป็นคนเดียวที่ซากุระรัก ไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาแย่งความรัก มาแย่งซากุระไป





You're the smoke to my high (high)
And you're the one I wanna marry (marry)






ถ้าซากุระอยากแต่งงานจริงๆ อี้เหรินก็จะเป็นเจ้าบ่าวให้เอง คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของซากุระต้องเป็นเธอเท่านั้น ‘อยากรู้จังพี่จะคิดเหมือนฉันบ้างไหม’


“ อี้เหริน ”

“ ... ”

“ หวังอี้เหริน ”

“ ... ”

“ นี่!!! อี้เหริน ”

“ ... ”

“ มิยาวากิ อี้เหริน ”

“ อะไร มีอะไร ชีฮยอน ”

“ เรียกตั้งนานไม่ได้ยิน พอเรียกมิยาวากิ อี้เหรินนี่รีบขานรับเลยนะ แหมมม ”

“ อะไรเล่า ก็ไม่ได้ยินจริงๆนี่นา ”

“ ฮ่าๆๆ เชื่อดีไหมนะ ไม่ใช่ว่าอยากให้เรียกแบบนี้หรอกเหรอ ”

“ พูดมาก! ตกลงเรียกทำไม ”

“ เลิกเรียนแล้วไปกินบิงซูกัน ”

“ แกจะบ้ารึไง นี่มันหน้าหนาวนะ ”

“ เพราะเป็นหน้าหนาวไง บิงซูเลยลดราคา ”

“ ไม่เอาอ่ะ กินอย่างอื่นเถอะ ”

“ ก็ฉันอยากกินบิงซู จะกินบิงซู บิงซูๆ ”

“ ไปกินคนเดียวเลย พี่ซากุระบอกจะมารับฉัน ”

“ ชวนพี่ซากุระด้วยสิ ”

“ พี่เขาไม่ไปหรอก ”

“ ลองชวนดูก่อน ”

“ แกนี่จริงๆเลยนะ ชีฮยอน ”

“ โทรสิๆ ”

“ ไม่เอา พี่เขาเรียนอยู่ ”

“ งั้นก็แชทไปถาม ”

“ อืม ”


😸 : พี่คะ

🌸 : บอกพี่ไม่ให้โดดเรียน แต่โดดเองเหรอ เรา

😸 : ไม่ใช่นะ ตอนนี้หนูพักอยู่ค่ะ

🌸 : อ๋อ แล้วทักพี่มามีเรื่องอะไรรึป่าวคะ

🌸 : คิดถึงพี่เหรอ?

😸 : หลงตัวเองอ่ะ

🌸 : แล้วไม่คิดถึงพี่บ้างเหรอ

😸 : คิดถึงก็ได้ค่ะ

🌸 : ไม่เต็มใจไม่ต้องคิดถึงพี่ก็ได้นะ

😸 : ไม่ๆ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ

😸 : หนูคิดถึงพี่มากๆ จริงๆก็คิดถึงตลอดเวลาค่ะ ตอนนี้ก็คิดถึง

🌸 : แล้วตกลงมีเรื่องอะไรคะ มีคนแกล้งเหรอ

😸 : เปล่าค่ะ ชีฮยอนให้มาชวนไปกินบิงซูหลังเลิกเรียน

🌸 : บิงซู?

😸 : ค่ะ บิงซู

🌸 : อากาศแบบนี้อ่ะนะ?

😸 : ชีฮยอนบอกว่ามันลดราคาน่ะ ไม่ไปใช่ไหมคะ หนูจะได้ปฏิเสธ

🌸 : ก็เอาสิ

😸 : คะ?

🌸 : เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง บอกชีฮยอนเลยค่ะ

😸 : พี่ซากุระใจดีที่สุดในโลก หนูรักพี่ ❤️❤️❤️❤️ อี้เหรินก็รักพี่ค่ะ

🌸 : เอ๋?

😸 : เมื่อกี้ชีฮยอนเอาไปพิมพ์น่ะ

🌸 : 55555

🌸 : งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ

😸 : ค่ะ



“ คิมชีฮยอน!!!! ทำบ้าอะไรของแก ”

“ ฮ่าๆๆ ก็บอกรักแทนแกไง ”

“ ยุ่งอะไรด้วยเนี่ย ”

“ หัดบอกรักพี่สาวตัวเองบ้าง ”

“ ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วเถอะ ”

“ หรือว่าอยากบอกรักแบบอื่น ”

“ หนวกหูน่า ”

“ ถ้ารักเขา ก็บอกเขาไป ก่อนที่เขาจะไปรักคนอื่น แล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ”

“ ก็จริงอยู่ที่พี่เขาไม่ใช่พี่แท้ๆ ไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดกัน แต่แกก็รู้นิว่าคนที่เป็นเจ้าของประเทศนี้อย่างแก ไม่สนับสนุนเพศที่สามน่ะ แล้วถามจริงๆเถอะ แกรับได้เหรอ ”

“ ได้สิ ฉันไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องพวกนี้ ใครจะรักใครชอบใคร มันก็สิทธิของเขา ฉันรู้ว่าความเท่าเทียมในประเทศนี้มันเป็นเรื่องที่ยาก แต่ฉันก็เคารพสิทธิของคนอื่น และแกก็เป็นเพื่อนฉัน แกจะเป็นเพศไหน แกก็ยังเป็นเพื่อนฉันอยู่ดี อี้เหริน ”

“ ซึ้งใจว่ะ มากอดที ”

“ มาสิ ”


เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนคนพี่ก็มายืนรอรับที่หน้าประตูโรงเรียนอยู่ก่อนแล้ว ชีฮยอนโค้งทักทายซากุระก่อนจะนำทางไปยังร้านบิงซูที่อยากกิน ระหว่างทางก็แอบสังเกตสองพี่น้องคู่นี้ไปด้วย ‘ดูก็รู้ว่าชอบกัน แค่ไม่กล้าก้าวข้ามความเป็นพี่น้อง’





'Cause you're the one for me (for me)
And I'm the one for you (for you)






พอเข้ามาในร้านและหาที่นั่งเสร็จสรรพ ชีฮยอนก็จัดแจงเลือกเมนูของตัวเอง แล้วจึงถามซากุระ


“ พี่ซากุระชอบกินอะไรคะ ”

“ ช็อกโกแลต ”

“ ฉันถามพี่เขา ไม่ใช่แก อี้เหริน ”

“ ฮ่าๆๆ แต่พี่ก็ชอบช็อกโกแลตจริงๆนั่นแหละค่ะ ”

“ แล้วแกอ่ะ อี้เหริน ”

“ สตรอว์เบอร์รี่ค่ะ ”

“ พี่ซากุระรู้ด้วยเหรอคะ ว่าอี้เหรินชอบอะไร ”

“ รู้สิคะ (ยิ้ม) ”

“ แหมมม ใส่ใจน้องสาวจังเลยนะคะเนี่ย ”

“ ก็อี้เหรินยังรู้เลยว่าพี่ชอบอะไร ”

“ หนูก็รู้ทุกเรื่องของพี่นั่นแหละ ”

“ รู้หมดจริงเหรอคะ ลูกแมว ”

“ อื้อ ”

“ เก่งจังเลยค่ะ (ยิ้ม) ”


คงไม่ต้องกินบิงซูแล้วมั้งแบบนี้ หวานจนจะเป็นเบาหวานอยู่ล่ะ ชีฮยอนได้แต่นึกในใจ ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดี ความจริงแล้วชีฮยอนก็มีพี่สาวนะ แต่ไม่ได้รักกันเลยสักนิด เจอหน้ากันก็จะทะเลาะกันตีกันตลอด แถมยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจกัน ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าน้องชอบกินอะไร น้องเองก็แทบจะไม่รู้ว่าพี่ชอบกินอะไร พอเห็นพี่น้องคู่นี้แล้วก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาหน่อยๆ





You take the both of us (of us)
And we're the perfect two






ในที่สุดช่วงเวลาที่ชีฮยอนรอคอยก็มาถึง เมื่อพนักงานมาเสิร์ฟบิงซูที่โต๊ะ ชีฮยอนไม่รอช้ารีบชิมถ้วยของตัวเอง ก่อนจะยิ้มจนตาปิด


“ อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ แก ”

“ อร่อยมาก ชิมมั้ย ”

“ ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ชอบถั่วแดง ”

“ งั้นก็คงไม่ชอบช็อกโกแลตของพี่ด้วยสินะ ”

“ ถ้ามีสตรอว์เบอร์รี่กับช็อกโกแลต แน่นอนว่าหนูจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ก่อน แต่วันนี้หนูอยากลองกินช็อกโกแลตค่ะ ”

“ พี่ก็จะลองกินสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน ”

“ งั้นเรามาสลับถ้วยกันค่ะ ”

“ เป็นไงคะ เลี่ยนไหม ”

“ ไม่ค่ะ อร่อยดี แล้วพี่ล่ะ ”

“ อร่อยกว่าที่คิดไว้อีก ”

“ แต่ตอนนี้เริ่มจะเลี่ยนนิดๆแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ ”

“ งั้นสลับกันคืนนะ ”

“ ไม่เป็นไรค่ะ หนูกินได้ ”

“ คนละครึ่งแล้วกัน โอเคไหมคะ ”

“ ก็ได้ค่ะ คนละครึ่ง ”


ชีฮยอนลองจับชีพจรที่ข้อมือตัวเองดู ก็ยังเต้นอยู่นี่นา ยังไม่ตายยังหายใจอยู่และยังนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ทำไมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศธาตุ รังสีความรักที่แผ่ออกมาจากสองคนนั้น ทำให้ชีฮยอนรู้สึกเคอะเขินไปด้วยเลย เห็นใจคนโสดด้วยค่ะ ซิส





We're the perfect two






หลังจากกินบิงซูเสร็จ ชีฮยอนก็ขอตัวกลับก่อน ซากุระเลยชวนอี้เหรินกลับบ้านเช่นกัน ระหว่างที่กำลังจะถึงป้ายรถเมล์ จู่ๆน้องก็พูดขึ้นมาว่า


“ วันนี้เรามาเดินกลับกันดีไหมคะ ”

“ ก็ดีเหมือนกันนะ แค่ป้ายเดียวเอง จะได้ออกกำลังกายด้วย ”

“ หนาวเหรอคะ ”

“ นิดหน่อยค่ะ ก็ไปกินบิงซูกันมานี่นา พอออกมาเจออากาศข้างนอกแบบนี้มันเลยยิ่งรู้สึกหนาวเข้าไปอีก ”

“ หนูถึงได้ถามไงว่าปฏิเสธดีไหม พี่ก็ยังยืนยันจะมากิน ”

“ ก็ไม่อยากให้ชีฮยอนผิดใจกับเราไงคะ ”

“ ชีฮยอนมันก็แค่คะยั้นคะยอไปงั้นแหละ ถ้าพูดกันดีๆมันก็เข้าใจค่ะ ”

“ พี่อยากมาเองด้วยแหละ พี่อยากไปทุกที่กับเรา อยากทำทุกอย่างไปด้วยกัน เนี่ยถ้าไปเรียนด้วยได้พี่ไปแล้วนะ ”

“ เว่อร์ตลอด ”

“ พี่พูดจริงๆนะ ”

“ รู้แล้วค่ะ เอามือมานี่สิ ”

“ ทำไมอ่ะ ”

“ เอามาเถอะค่ะ ”

“ อื้อ ”


อี้เหรินจับมือซากุระแล้วดึงมาซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเอง คนน้องคงไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้คนพี่ยิ้มจนแก้มจะปริอยู่แล้ว ยัยลูกแมว น่ารักอีกแล้ว

ไม่มีบทสนทานาใดๆเกิดขึ้นอีก มีเพียงรอยยิ้มที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าทั้งสองคน เป็นความรู้สึกที่ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมาอธิบายก็รับรู้ได้ว่าความรู้สึกของเรามันไม่ต่างกัน





We're the perfect two






เมื่อประตูถูกปิดลง อี้เหรินที่เดินเข้ามาก่อนก็หยุดยืนนิ่งและหันมาหาซากุระ พอซากุระก้าวมาจนถึงตัวน้อง ก็ยังไม่มีการขยับหลบแต่อย่างใด


“ มีอะไรรึป่าวคะ ”


คนน้องไม่ตอบแต่กอดคนพี่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าซากุระจะหายไป คนพี่ก็กอดตอบอย่างรู้กัน


“ หนูรักพี่ รักมากๆ พี่เป็นทุกอย่างของหนู อยู่กับหนูแบบนี้ไปตลอดได้ไหมคะ ”

“ พี่ก็รักเรามากๆ รู้ใช่ไหมคะ เราก็เป็นทุกอย่างของพี่เหมือนกัน พี่จะอยู่กับเราแบบนี้ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ”

“ ไม่มีแฟนได้ไหมคะ ไม่ต้องแต่งงานด้วย ”

“ ฮ่าๆๆๆ ”

“ หัวเราะทำไมเนี่ย หนูจริงจังนะ ”

“ พี่ก็จริงจังเหมือนกันค่ะ ”

“ ยังไงคะ ”

“ พี่จะไปมีใครได้อีก ในเมื่อพี่มีอี้เหรินอยู่แล้ว ”

“ หมายความว่าไงคะ ”

“ ก็หมายความตามนั้นแหละ ”

“ พี่ซากุระอ่ะ ”

“ พี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานค่ะ แต่ถ้าพี่จะแต่งงานก็คงต้องแต่งกับเราแล้วแหละ เราเป็นคนเดียวที่พี่อยากใช้ชีวิตด้วยไม่ว่าในฐานะอะไร ”





Baby me and you
We're the perfect two







น้อนอี้ได้เดบิวต์แล้วค่ะ เย้ๆๆ  🎉🎉🎉
สาอี้จงเจริญ
#ชิปข้ามวงมีอยู่จริง
#สาวกจีนญี่ปุ่น
อย่าลืมปั่นวิวทีเซอร์ให้น้องกันด้วยนะคะ


SHARE

Comments

WinterRy
8 months ago
ชอบมากค่ะเนื้อเรื่องยาวอ่านเพลิน ไรท์ที่แต่งคิ้วโบยด้วย ดีใจที่ยังแต่งสาอี้นะคะ
Reply