Stock-Home(not)Alone : China Doll บนเรือสำราญ
"เตย มีตั๋วเรือฟรีอยู่หลายใบ เอาไปใบนึง"

ฉันจะได้ล่องเรือสำราญ!!!

...โอ้โห จริงหรอเนี่ย ตลอดชีวิตฉันมีประสบการณ์ขึ้นเรือที่หรูสุดก็คง speedboat แต่นี่จะได้ล่องเรือสำราญกลางทะเลบอลติก แถมฟรีอีกต่างหาก

เรื่องมันสืบเนื่องมาจากสามีพี่สาวได้ตั๋วฟรีมาเยอะมาก และสบโอกาสว่าฉันไปสต๊อกโฮล์มช่วงนั้นพอดี จึงมีลาภลอยมาหา

"เตย สามีพี่เค้าจ่ายค่าธรรมเนียมการจองให้แล้วนะ"

...นี่มันลาภลอยขั้นกว่าชัดๆ

"แต่ยูอย่าลืมหิ้วรัมขวดนี้และนี้มาด้วยนะ เอามาเยอะสุดเท่าที่มีขาย ของหายากมีขายไม่มากหาได้ช่วงนี้บนเรือเท่านั้น"

...นั่น!!! เฮียมีเป้าหมายแอบแฝงใช่มั้ย 55

และด้วยการนี้ฉันจึงได้ไปล่องเรือสำราญแบบฟรีๆไม่มีจ่ายเพิ่ม ถึงจะมีหน้าที่ที่ต้องทำก็ทำด้วยความเต็มใจเต็มที่
.
.
เรือสำราญนาม Birka Cruise ให้บริการทุกวันในเส้นทางระหว่าง Stockholm และ Marriehamn อันเป็นเกาะหนึ่งของฟินแลนด์กลางทะเลบอลติก ออกจากท่าที่เวลา 5 โมงเย็น และกลับถึงท่าในเวลาบ่ายสองของวันถัดไป ถึงจะบอกว่าไปถึงฟินแลนด์แต่ก็ไม่ได้ฟินอะไรเพราะเรือจะแวะจอดเพียงชั่วคราวในยาวค่ำคืนบนเกาะที่ไม่มีอะไรให้เที่ยว ประเด็นในการล่องเรือจึงเป็นการมาหาความสำราญในสถานบันเทิงกลางทะเลมากกว่า

วันเดินทาง ฉันห่อข้าวห่อน้ำที่มีเหลืออยู่ในตู้เย็นขึ้นเรือไปด้วยเพราะทราบมาว่าห้องพักไม่รวมอาหารเช้า จึงไม่ประสงค์จะจ่ายเงินก้อนโต สิ่งที่หอบหิ้วไปประกอบด้วยน้ำเปล่า มันบด แฮม ไส้กรอก ไข่ต้ม ส้ม เวเฟอร์ และน้ำผลไม้ กะเอามาให้เพียงพอต่อสามมื้อบนเรือตามประสานักเดินทางผู้มัธยัสถ์

ห้องพักของฉันเป็นแบบไร้หน้าต่าง สามีพี่สาวถึงกับกังวลใจตอนกดจองให้เพราะเกรงจะไม่ถูกใจผู้หญิงไทย แต่ถึงเป็นแค่ห้องแคบๆไม่มีหน้าต่าง ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แค่ได้ขึ้นมาหาประสบการณ์ชีวิตก็ดีถมเถแล้ว

"ผู้หญิงไทยแบบนี้มีด้วยหรอ"
"ก็ฉันนี่ไง"

...บางทีฉันก็ไม่เข้าใจมุมมองที่คนต่างชาติมีต่อผู้หญิงไทยเท่าไร หญิงไทยหลายคนที่ฉันรู้จักไม่ได้ติดกินหรูอยู่สบาย แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตได้
.
.
ภารกิจแรกของฉันเมื่อก้าวขึ้นเรือคือต้องไปส่อง Duty free ตามคำขอของสามีพี่สาว แต่ร้านจะเปิดเวลาหกโมงเย็น ฉันจึงมีเวลาเดินสำรวจรอบเรืออีกพักใหญ่ๆ เมื่อกลับมาตอนใกล้เวลาก็พบว่ามีกลุ่มคนมายืนรอร้านเปิดอยู่พอสมควรแล้ว เมื่อถึงเวลาฉันก็ก้าวเข้าไปในร้านพร้อมฝูงชน และไปถึงมุมที่ต้องการได้แทบจะในทันที ซึ่งเหล้ารัมเทพที่สามีพี่สาวกำชับนักหนามีจำหน่ายเพียงสองขวดเท่านั้น ในขณะที่แบบอื่นๆมีวางอยู่เต็มชั้น

...เข้าใจแล้วว่าหายากยังไง

"หูววว ยูซื้อของดีนะ ยูมาจากไหนหรอ"
"คนไทยค่ะ"
"นี่ประเทศไทยดีอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนั้น ฉันเคยไปพัทยาอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนั้น..."

คุณลุงชาวสวีเดนตาสีฟ้าหยาดเยิ้มด้วยฤทธิ์สุราพยายามชวนฉันคุยที่จุดชำระเงิน พร้อมอธิบายเรื่องน้ำดื่มที่ไม่สามารถดื่มจากก๊อกได้ตามมาตรฐานแผ่นดินใหญ่ ฉันขอบคุณในข้อมูลใหม่ที่ได้รับพร้อมปฏิเสธน้ำใจที่เสนอน้ำดื่มให้ขวดหนึ่งด้วยเกรงว่าลุงจะชวนคุยยาว

...แต่น้ำดื่มนี่ขวดละ 15 Kr (60 บาท) เชียวนะ จะว่าเสียดายก็เสียดายน่ะ

ฉันกลับห้องเพื่อฉลองกับ Finnish dinner ที่ซื้อติดมือมาจาก Dutyfree ด้วย อันประกอบด้วยมันฝรั่งทอดกรอบและเบียร์ พร้อมอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสำรวจส่วนต่างๆของลำเรือ
.
.
"Are you South Korean?"
"Or from Thailand?"
ชายเชื้อสายแอฟริกันสองคนเอ่ยถามฉันในลิฟท์ต่อเนื่อง ฉันยังไม่มีจังหวะตอบอะไร ทันใดนั้นชายชาวยุโรปที่มาด้วยกันก็รีบทายต่อ...
"...She comes from China."

"She" คือสรรพนามบุรุษที่สาม ใช้เมื่อกล่าวถึงผู้อื่น ไม่ใช่ผู้ที่กำลังสนทนาด้วย

...ถึงจะไม่มีคำหยาบอะไร แต่ประโยคนี้ทำให้ฉันหงุดหงิดมาก เหมือนกำลังโดยเย้ยหยันในชาติกำเนิด
...การใช้สรรพนามบุรุษที่สามเรียกฉันคือการไม่มองฉันในระดับเท่าเทียมกัน
...การทายสัญชาติของฉันไปมาคือการมองว่าฉันคือของเล่นให้พวกเขาทายเล่นเอามันส์
...การใช้คำว่า "she" แทนตัวฉันโดยไม่พูดกับฉันโดยตรงคือการดูถูกว่าฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูดทั้งๆที่นี่มัน basic English ชัดๆ

มันเป็นไม่กี่นาทีในลิฟท์ที่ฉันอึดอัดมากๆ แม้ฉันจะแสนภูมิใจในเชื้อชาติจีน 100% มากพอๆกับสัญชาติไทยที่ถือครอง แต่ก็ไม่ได้ชอบให้ทุกคนมาตัดสินว่ารูปลักษณ์เช่นนี้ต้องจีนแท้แน่นอน

...แม้จะโดนเข้าใจว่าเป็นคนจีนอยู่บ่อยๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงอารมณ์ของ racism จริงๆ ไม่ว่่าผู้พูดจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
.
.
ฉันพยายามลืมเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นและสนุกกับบรรยากาศโดยรอบให้เต็มที่ เพื่อให้คุ้มกับตั๋วฟรีที่อุตส่าห์ได้มา



SHARE
Written in this book
Stock-Home(not)Alone
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments