สนามบินกับพันล้านความรู้สึก

January 4, 2019 

เวลาทุกคนไปสนามบิน บางคนอาจจะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ไปเที่ยว บางคนอาจจะต้องจากครอบครัวเพื่อไปทำงานในที่ห่างไกล หรือบางคนอาจจะกำลังมีพันล้านความรู้สึกภายในใจ

คืนนี้เราต้องบินกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้ว เราวิ่งวุ่นเก็บของจนนาทีสุดท้าย กระเป๋าน้ำหนักเกินจนเราต้องเอาอาหารสำเร็จรูปออกเกือบทั้งหมด เราใช้เวลาสองชั่วโมงสุดท้ายในการนั่งคุยกับเวเนสซ่า ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทแต่เป็นคนสำคัญระดับต้น ๆ ของชีวิตเราเลยต่างหาก พอเกือบตีสองแม่ก็เดินมาหาที่ห้อง แล้วเราก็เตรียมตัวยกกระเป๋าขึ้นรถ 

เมื่อถึงสนามบิน หาที่จอดรถได้ เราก็เดินเข้ามาในอาคารก็รีบตรงไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน คนเยอะอยู่เหมือนกันเพราะเราแทบไม่เคยต้องต่อคิวเช็คอินเลย แม่ยังพูดขำ ๆ ตอนขับรถว่า ไม่เคยต้องมาสนามบินตอนตีสองแบบนี้เลย เราได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ เพราะตั้งใจจองไฟลท์นี้เองเพื่อที่จะได้ขึ้นเครื่องบินลำที่อยากขึ้น 

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกัน รู้อีกทีเราก็เช็คอินเสร็จแล้ว แม่ถามเราหลายครั้งว่าไม่กินอะไรเหรอ เราบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวไปกินข้างใน เราอยากให้แม่กลับบ้านไปพัก 

ถ้าถามว่าเราเป็นคนติดแม่ขนาดไหน ก็คงจะตอบได้ว่า เราชอบออกไปเที่ยวกับแม่มากกว่าไปกับเพื่อน หรือ ทุกครั้ง ๆ ที่แม่ไปส่งเราที่สนามบิน ไม่ครั้งไหนเลยที่เราไม่ร้องไห้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ตอนที่แม่กำลังยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ เราถามคำถามที่รู้คำตอบออกไปอยู่แล้วว่า 
 “ม๊าจะส่งหนูแค่ตรงประตูหรือขึ้นไปจอดรถ”
แม่ตอบกลับมาว่า “ขึ้นไปจอดสิ”

เราคิดในใจว่าจะตอบกลับไปว่า “ที่จริงส่งแค่ตรงประตูก็ได้ ดึกแล้ว ม๊าจะได้กลับไปนอน” แต่เราก็ไม่ได้ตอบกลับไป เป็นคำพูดที่ดูเหมือนห่วงแม่ เราก็ห่วงแม่นะ แต่จริง ๆ แล้วเราห่วงตัวเองมากกว่า ห่วงว่าจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกครั้งหนึ่งตอนที่แม่ยืนมองเราเดินขึ้นบันไดเลื่อนไป
เรากลัวว่าวันหนึ่งถ้าไม่มีแม่เราคงแย่กว่านี้ แค่เราบินกลับไปเรียนยังต้องกลั้นน้ำตาแทบตาย

แม่เดินมาส่งเราที่หน้าบันไดเลื่อนทางขึ้นไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง ตรงนี้แหละเป็นที่ท่ีเราต้องเสียน้ำตามาตลอด เรากอดแม่หนึ่งครั้ง เริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ปากก็เอาแต่พูดว่าไม่อยากไป น้ำตาเราเริ่มหยดลงมาทีละหยด ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มทั้งแม่และเรา เราร้องไห้อีกแล้ว 

เราก้าวข้ึนบันไดเลื่อนไป พลางหันไปมองแม่ที่กำลังมองเราอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งโบกมาเป็นแสดงได้หลายความหมาย โชคดี ไว้เจอกันใหม่ เดินทางปลอดภัย ในขณะที่น้ำตาเราก็ยังคงหยดลงเรื่อย ๆ เหลียวหลังมองแม่จนลับสายตาไป 

แต่เห็นเราเป็นแบบนี้ ก็ใช่ว่าเราจะร้องไห้อยู่คนเดียว ถึงแม่จะกลั้นน้ำตาเก่งขนาดไหน เราก็ยังเห็นและรู้อยู่ดี ว่าแม่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาอยู่ ตาของแม่แดงหมดแล้วนะ เห็นแบบนั้นใครกันจะไม่รู้ว่าแม่ก็รู้สึกอะไรไม่ต่างจากเราเลย

ถึงตรงนี้ เรามองเห็นแล้วอย่างหนึ่งว่า
นั่นแหละที่เรียกว่าความรักและความผูกพัน
SHARE
Written in this book
Tales from another Broken Home
เรื่องราวชีวิตในมุมมองของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
Writer
coconut_juice
Writer
A story of my life, a girl who is lonely living abroad

Comments