โรคซึมเศร้าเราเข้าใจ (part one)
สวัสดีคะ 
    คงไม่มีใคร ไม่รู้จัก “โรคซึมเศร้า” ในเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นโรคหนึ่งที่ข่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรพอๆ กับโรคมะเร็ง โรคเอดส์ หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ แต่ต่่างกันที่ว่า คนที่เป็นโรคเหล่านั้นความตายได้มาหาเขาโดยที่พวกเขาอาจจะไม่ต้องการ แต่โรคซึมเศร้า คือ โรคที่ผู้ป่วยเป็นผู้เลือกความตายให้กับตัวเอง อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งใจร้อนไปนะคะ ใจเย็นๆเพราะผู้เขียนเองก็เป็นโรคซึมเศร้าเช่นกัน
    จำไม่ได้คะ ว่าตัวเองได้เชิญโรคซึมเศร้ามาเป็นเพื่อนข้างกายตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้ตัวอีกทีมันก็เป็นเพื่อนสนิทเกือบทั้งชีวิตไปแล้ว แมัว่าในประเทศไทยของเราจะให้ความสำคัญกับโรคซึมเศร้าและมีการให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโรคนี้อย่างแพร่หลาย แต่น่าเสียดายที่หลายต่อหลายคนยังมีมุมมองและความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ผิดอยู่ ไม่ใช่แค่นั้นมิหน่ำซ้ำยังไม่ให้ความสำคัญ และมองข้ามโรคนี้ไป
ผู้ใหญ่หลายคนมองว่าโรคนี้ คือโรคคนบ้า           ในตอนแรกที่ตัวเองมั่นใจแน่ๆว่าเป็นโรคซึมเศร้าก็คือช่วงที่มาเรียนต่อต่างประเทศ แถมยังเป็นประเทศแถวตะวันออกกลางที่หลายๆเรื่องอาจจะยังไม่พัฒนา โดยเฉพาะเรื่องการแพทย์คะ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมตัวเองแปลกๆไป ทั้งไม่ชอบเข้าสังคม กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่อยากเรียน ตกเย็นต้องไปแอบร้องไห้หนักเอามากๆ อะไรก็ตามที่เลวร้ายในชีวิตต่างรวมตัวกันกระโจนเข้ามาแบบไม่ได้นัดหมาย แย่กว่านั้นคือ ตัวเองเริ่มรู้สึกไม่มีค่า เริ่มรู้สึกว่า เรียนไปแล้วได้อะไร สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมรับเราอยู่ดี เป็นคนดีไปทำไมสุดท้ายก็เลวอยู่ดี บลาๆ จนกระทั่งเปิดเฟสเล่นไลน์ มีการส่งต่อข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับบุคคลที่เสี่ยงเป็นโรคซึมเซร้า เอาละ ถึงจุดนี้ เราก็เริ่มสนใจขึ้นมา ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้ยินโรคนี้ (แค่ชื่อ) ก็คิดเลยว่าโรคบ้าไรวะ ซึมเศร้า และจินตนาการเลยว่า มันคงจะเอาแต่เศร้าแน่ๆ 
          หลังจากนั้นเราพอเราลองทำแบบทดสอบปุ๊ป ชิบหาย กุเป็นซึมเศร้า คือได้คะแนนเต็มอะคะ หลังจากนั้นก็เริ่มบอกกับเพื่อนสนิทที่มาเรียนด้วยกันก่อน ลำดับต่อไปคือ บอกครอบครัว ผลที่ได้มาหรอคะ ครอบครัวรับไม่ได้คะ กลายเป็นว่า 
ครอบครัวคิดว่าเราเป็นบ้าเพียงเพราะไม่เข้าใจโรคซึมเศร้า       ที่นี้ทำไงคะ ก็ยังทำอะไรไม่ได้คะตอนนั้น ทะเลาะหนักมาก เราก็ยิ่งทรุดคะ คือ ดิ่งลงไปเรื่อยๆๆ จากที่แย่อยู่แล้วก็กลายเป็นหนักกว่าเดิม จากปกติถ้าดิ่งจนต้องร้องไห้เต็มที่ก็จะแค่ร้องไห้ แต่ไม่เคยทำร้ายตัวเอง คร่าวนี้มันดิ่งจนทนไม่ไหวเราควบคุมตัวเองไม่ได้คะ เริ่มใช้เล็บขวนตัวเอง และก็หนักขึ้น เอาเป็นว่าไม่ขอลงรายละเอียด ตอนนั้นจำได้เลยว่าไปเรียนแบบไม่มีความสุขต้องบังคับตัวเองให้ไปเรียนทั้งๆที่ไม่อยากไปเลย นั่งในห้องอยู่ก็รู้สึกเหมือนจะอ้วกเพราะอึดอัดมาก อยากจะวิ่งไปให้ไกลๆ ไปไหนไม่รู้แต่อยากวิ่งหนีจากตรงนี้ เพื่อนที่อยู่ด้วยกันก็เริ่มอึดอัด จนกระทั่งเขาบอกเราว่า “รู้นะว่ามีปัญหา รู้นะว่าเป็นโรคนี้ แต่มันจำเป็นต้องทำตัวเองเศร้าตลอดเวลาปะ?”
โอ้...จุกคะ จุกแบบจุกมากๆ ตอนนั้นสิ่งที่คิดเข้ามาในสมองคือ “มึงก็เป็นอีกคนที่ไม่เข้าใจกุสินะ” สุดท้ายวันนั้นกลับจากมหาลัยปุ๊ป หยิบเลยคะ ยากี่เม็ดจำไม่ได้กินไปเลยและอยากนอนยาวๆ คือไม่ได้คิดจะตายนะคะ แค่อยากหลับอยากนอนให้นานๆไม่อยากตื่นมาเจอปัญหา 

ไว้จะเขียนต่อในพาร์ทต่อไปนะขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้คะ 
ทุกคนย่อมผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันทั้งนั้น แต่่เราตัดสินไม่ได้ว่าใครหนักกว่าใคร เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น เราไม่ควรตัดสินว่าใครอ่อนแอ เพียงเพราะเราคิดว่า เรื่องที่เขาเจอนั้นเล็กน้อยสำหรับคุณ!
SHARE
Written in this book
โรคซึมเศร้าเราเข้าใจ
ทุกคนยอมผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันทั้งนั้น แต่่เราตัดสินไม่ได้ว่าใครหนักกว่าใคร เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น เราไม่ควรตัดสินว่าใครอ่อนแอ เพียงเพราะเราคิดว่า เรื่องที่เขาเจอนั้นเล็กน้อยสำหรับคุณ!
Writer
Tongfa94
Writer and Study
Noting for me

Comments

nongkenlilthief
5 days ago
ซักวันนึงเธออาจจะเจอ สภาพแวดล้อมหรือสังคมที่เขาเข้าใจเธอจริงๆ ฟังจริงๆ พูดและอ่านจริงๆ ในสิ่งที่เธอเป็น และเราว่า ในสังคม Storylog แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่ๆที่เปิดให้คนเหล่านี้ที่มีความรู้สึกอยากจะแชร์เรื่องราวต่างๆของตนเองเข้ามาเติมพลังให้กันและกัน อย่าเพิ่งหมดหวังล่ะ โลกนี้ยังมีอีกหลายมุมมอง อีกหลายสิ่งให้ค้นหา เอ็นจอยกับชีวิตนะ สู้ๆฮะ
Reply
Tongfa94
5 days ago
ขอบคุณนะคะตอนนี้ก็กำลังสู้กับตัวเองเอามากๆ ไว้จะมาเล่าให้ฟังต่อนะ ตอนนี้กำลังพยายามรวบรวมอารมณ์อยู่คะ ขอบคุณมากนะคะ จากใจจิงๆ