11.1.2019 บ่นไปเรื่อย
ปีใหม่อยากได้อะไรใหม่ๆเชื่อว่าหลายๆ คนคงเตรียมเงินจำนวนไม่น้อยเอาไว้ช็อปแหลกตอนปลายปี ไม่ใช่แต่เฉพาะสาวๆ เท่านั้นหรอกครับ ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ดปีอย่างผมก็เอากับเขาด้วยเหมือนกัน และเพราะประโยคข้างต้นแท้ๆ เชียวที่ทำให้ต้องเสียเงินจำนวนไม่น้อย (เมื่อเทียบกับรายได้ในปัจจุบัน) ไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยถือซะว่า เอาวะ! ใช้เงินซื้อความสุขนับว่าเป็นรางวัลให้กับตัวเองหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี หลังจากนั้นคอเกมเมอร์อย่างผมก็จัดมาเลยครับ...หูฟังใหม่ คีย์บอร์ดใหม่ ซาวด์การ์ดอันใหม่ นู่นใหม่ นี่ก็ใหม่ จนเรียกได้ว่าหน้ามืดตามัวใช้เงินเปย์ความสุขเต็มที่ พอรวมค่าใช้้จ่ายดูเท่านั้นแหละถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เรียกได้ว่าใช้้เงินไปกับสิ่งที่อยากได้มากกว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ซะมากกว่า 

ปีใหม่ต้องคิดอะไรใหม่ๆปลายปี 2018 ที่ผ่านมานับเป็นปีที่ผมจริงจังกับชีวิตมากกว่าเดิมขึ้นเยอะมากกกกก ต้นปี 2019 เลยจัดแจงวางแผนชีวิตตัวเองอย่างรวดเร็วตั้งแต่พลุปีใหม่ดังขึ้นนอกระเบียงห้อง ด้วยวัยที่พ้นความเป็นวัยรุ่นมาจนเกือบหมดและเดินตบเท้าเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานเต็มตัวเป็นที่เรียบร้อย ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาทั้งหมดมันทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปจริงๆ นะ 

หยิบหนังที่เคยดูแล้วมาดูซ้ำ...ทำไมไม่สนุกเหมือนเดิมวะ? 
หยิบเกมส์ที่เรียกได้ว่า 'ขึ้นหิ้ง' มาเล่นอีกรอบ...เอ้า เบื่อซะงั้น! 
หยิบหนังสือที่เคยอ่านไปแล้วมาอ่านซ้ำ...สนุก แต่ไม่เท่าเดิม เพราะอะไร? 

เป็นเพราะความคิดเราเปลี่ยนไปจริงๆ หรือประสบการณ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมันกำลังเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงความคิดและทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ มันกำลังบ่มเพาะความคิดและสร้างสรรค์บุคลิกภาพแบบใหม่ขึ้นมาในตัวเราหรือเปล่า จนในที่สุดสิ่งแวดล้อมภายนอกก็ได้เปลี่ยนมุมมองความคิดของเราไปโดยสิ้นเชิง พลิกดำเป็นขาวกลับขาวเป็นดำ ที่เคยคิดว่าดีกลับกลายเป็นไม่ดี มุกตลกที่เคยขำขันกลับมองว่าเป็นคำพูดไร้สาระ แล้วสุดท้ายประสบการณ์กับสิ่งแวดล้อมจะหล่อหลอมตัวเราขึ้นมาเป็นคนใหม่อย่างนั้นหรือ หากวันใดที่เกิดคำถามเกี่ยวกับสิ่งนี้ขึ้นมา (หรือแม้ขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้และเกิดความคิดทำนองนี้ขึ้นมาชั่ววูบ) ผมมักจะบอกตัวเองอยู่สมองว่า...

"ประสบการณ์สอนให้้มึงเติบโต แต่จงอย่าให้สิ่งแวดล้อมภายนอกมาเปลี่ยนแปลงตัวมึง!" 

หากเป็นเช่นนั้นในท้ายที่สุด เราจะไม่ได้เติบโตขึ้นมาเป็นตัวเราที่อยากเป็น แต่กลายเป็นใครก็ไม่รู้ที่เดินตามเล่นทางที่สิ่งแวดล้อมมันพาเราไป 

ปีใหม่ต้องทำอะไรใหม่ๆวันแรกของปี ผมเปิดคอมพิวเตอร์ จัดการสร้างไฟล์ Excel ขึ้นมาหนึ่งไฟล์ ตั้งชื่อไฟล์โง่ๆ ว่า "วางแผนการใช้ชีวิต" และผมใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับกับการเซ็ต KPI (Key Performance Indicator) ให้กับตัวเอง เรียกง่ายๆ ว่ามันเป็นการตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองนั่นแหละ ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 

- อ่านหนังสือให้ได้มากกว่า 30 เล่ม... 
- เก็บเงินให้ได้มากกว่า XXX THB... 
- โพสต์ Facebook สัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป (บางคนอาจจะคิดว่า ไอ้สิ่งแบบนี้มันต้องตั้งเป็น KPI ด้วยเหรอวะ? เอ้า...มันยากจริงๆ นะคุณสำหรับคนที่ไม่ค่อยคลุกคลีกับ Social Media อย่างผม การตั้ง KPI ด้วยการโพสต์ Facebook นี่แหละ คือการฝึกฝนการสร้าง Creative Content ชั้นดีเลยเชียว)
- อัพรูปลง IG มากกว่า 3 รูปต่อสัปดาห์ (กรณีเดียวกันกับ Facebook) 
- เขียนบล็อก...แน่นอน ผมถือว่าเป็นหนึ่งในการฝึกฝนการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน

พร้อมจัดทำรายรับรายจ่าย วางแผนมันอย่างดีตั้งแต่ต้นปี สร้างรายการ Wish List สิ่งของที่อยากได้ทั้งหมด (ยังคงมีความโลภอยู่หลังจากใช้เงินไม่ลืมหูลืมตา) คำนวณหักรายได้กับค่าใช้จ่ายแล้วคิดออกมาเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ามากเกินไปให้ลด ถ้าน้อยเกินไป อ่ะ ยังสนองกิเลสตัวเองได้อยู่ สุดท้ายแล้วปลายปี 2019 นี้ค่อยกลับมามอนิเตอร์ตัวเองอีกครั้งว่าไอ้ KPI ที่วางแผนไว้อย่างดีตั้งแต่ต้้นปีนี่มันสำเร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์ 

สุดท้ายนี้...สุดท้ายนี้ก็สวัสดีครับ (อ้าว...มาสวัสดีกันตอนท้ายซะอย่างนั้น) บล็อกของผมอาจเป็นบล็อกที่ไม่มีสาระมากเท่าไหร่ คิดเสียว่าอ่านคลายเครียดหรือบางทีอาจกระทบกับใจของใครหลายคน ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีหลัง ผมก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากว่าสิ่งที่เขียนนี้มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครสักคนได้

แม้จะช้าไปสัักนิด แต่ขออนุญาตแนะนำตัวเองให้ทุกท่านรู้จัก ผม Rastberry และบทความนี้นับเป็นบทความแรกที่เริ่มเขียนขึ้นในปี 2019 ...เป็นไดอารี่ที่อยากเก็บไว้อ่าน ไว้บ่น ไว้แชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันให้ทุกท่านได้อ่านกันเพลินๆ 

"สวัสดีปีใหม่นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"


หมายเหตุ : เอ่อ ปีนี้คงต้องหาซื้อกล้องสักตัวไว้ถ่ายรูปสวยๆ มาลงบล็อกซะแล้ว
 
SHARE
Writer
Rastberry
Writer
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

Comments