ระดับสติหรือสำนึก (level of consciousness) ทำให้คุณไม่เห็นความจริง
สิ่งที่คุณว่าเจริง แต่มันไม่จริงในโลกความจริง
ปัญหาของพวกคุณในปัจจุบันคือคุณไม่รู้ว่าคุณถูกพรางตาและควบคุมไม่ให้คุณมองเห็นความจริงและคุณก็คิดว่าที่คุณมองเห็นนั้นมันเป็นความจริง คุณไม่เคยสงสัย พิสูจน์ ค้นหาความจริงจึงเชื่อว่าสิ่งที่เห็นมันคือความจริง การมีสติเป็นหนทางหรือแนวทางที่สามารถนำคุณให้มองเห็น นำคุณไปสู่การแก้ปัญหาที่พวกคุณถูกพรางตา บงการ ควบคุม และจัดการชีวิตคุณจากโลกภายนอก

สิ่งที่คุณมองเห็นประกอบด้วยสิ่งที่เป็นจริงและเท็จ (ข้อมูล ความรู้) และคุณก็เชื่อว่ามันเป็นจริงและเท็จตามโลกภายนอกที่พรางตาและควบคุมคุณอย่างไม่เคยสงสัย สิ่งที่คุณมองเห็นถูกจัดแบ่งให้เป็นไปตามสัดส่วนระดับสติหรือสำนึกของคุณซึ่งจะมีสัดส่วนข้อมูลจริงและเท็จแตกต่างกันไป ผู้ที่มองเห็นความจริงได้น้อยคือผู้ที่มีการตระหนักถึงความจริงต่ำ เป็นผู้มีระดับสติหรือสำนึกต่ำคือผู้ที่กำลังหลงทางในความมืดโดยไม่รู้ว่าอยู่ในความมืดและไม่สามารถแยกแยะข้อมูล ความรู้และสิ่งต่างๆบนโลกได้ว่าอะไรที่เป็นจริงและอะไรที่เป็นเท็จ ระดับสติหรือสำนึก (a vibrational frequency level of consciousness) ถูกใช้เป็นเกณฑ์เพื่อแบ่งแยกมนุษย์ทุกคนในโลก ระดับสติหรือสำนึกคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องทำให้สูงขึ้นเพราะเป็นวิวัฒนาการของมนุษย์ โลกและจักรวาล

หากต้องการค้นหาความจริงที่แท้จริง คุณต้องทำให้ตนเองมีระดับสติหรือจิสำนึกสูงขึ้น โลกภายนอกได้พรางตาและควบคุมคุณอย่างไม่มีสงสัย ในปัจจุบันคุณใช้ชีวิตและตกอยู่ในสภาพที่ส่งผลให้คุณมีระดับสำนึกต่ำซึ่งมีการสั่นสะเทือนของความถี่อยู่ในระดับฐานล่าง สิ่งจำเป็นที่ต้องทำคือคุณต้องทำการเพิ่มสติให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น

การพรางตาและควบคุมจากโลกภายนอกทำให้คุณได้รับและมีรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นไปดังสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คุณต้องค้นหาความจริงว่าคุณถูกพรางตา หรือควบคุมจริงไหม คุณต้องเป็นผู้มีความกระตือรือร้นที่จะค้นหา ไม่ใช่เป็นแค่ผู้เชื่อที่ไม่เคยเคยงสงสัย และใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้ความหมาย

คุณต้องเรียนรู้และค้นหาให้ได้ว่าเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณนี้เป็นอย่างไร อะไรจริง อะไรเท็จ เพื่อหาให้ได้ว่าอะไรเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงการมีระดับสติที่สูงขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้และทำความเข้าใจรูปแบบภายในที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย จิต และความรู้สึกของคุณ

คุณต้องเรียนรู้ในเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณโดยการถามคำถาม ไม่ใช่การตอบ การยอม หรือถูกบงการตามคำถามของคนอื่นหรือโลกภายนอก

คำถามนี้คุณต้องถามกับตัวเองและไม่ใช่แค่ถามว่าใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร

คุณต้องถามคำถามกับตัวเองว่าทำไมและอย่างไร

อะไรคือองค์ประกอบพื้นฐานในการเรียนรู้เกี่ยวกับความจริง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ทำไมต้องเข้าสู่การกลับคืนตามธรรมชาติตามเงื่อนไข สถานการณ์ เหตุการณ์หรือปัญหา

ใครที่ต้องการค้นหาความจริงให้ลึกลงไปถึงความจริงของธรรมชาติและความจริงของคุณ คุณต้องค้นหาความจริงจากให้เจอความจริงภายในตัวของคุณเอง หากคุณค้นหาความจริงจากภายนอก คุณจะไม่ได้เจอสิ่งที่คุณค้นหา  คุณต้องค้นหาจากภายในตัวของคุณเอง คุณจะได้เจอสิ่งที่คุณค้นหาในตัวคุณ และทุกสิ่งภายนอก

ถ้าคุณไม่ใส่ใจ สนใจที่จะรู้และเข้าใจร่างกายและตัวตนของตนเอง คุณจะไปรู้และเข้าใจคนอื่น หรือโลกภายนอกได้อย่างไร
หากคุณเพิกเฉย ไม่สนใจที่จะค้นหาสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเอง 
คุณจะพบสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในค่าในคนอื่นได้อย่างไร
คุณต้องค้นหาตัวเองให้เจอตัวตนที่แท้จริงก่อน  
เมื่อคุณรู้จักตัวเองอย่างแท้จริง คุณจะรู้จักจักรวาล และคุณจะรู้จักพระเจ้า

คุณไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่มันคือความจริง 
คุณไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่เราพูดความจริง 
เราไม่ได้มาลบล้าง เรามาทำให้สำเร็จ
The Teaching of the Lord Jesus Christ by Elijah
SHARE
Written in this book
Experience with Cosmic people
ประสบการ ข่าวสาร ภารกิจ 
Writer
ttpong777
Writer
I know it's not much but the best I can do with my love and compassion. Here is the knowledge, memory and information from my old soul. Let jump out of the box (your belief). Expand your conciousness. Seek the truth of knowledge for wisdom. Let make spiritual awakening and enlightenment. Let know and be yourself. Come and learn in our school. The School of Life

Comments