Stock-Home(not)Alone : มุมสวย
จุดไหนที่ชมวิวเมืองสต้อกโฮมได้สวยที่สุด?

Skinnarviksberget คือเนินเขาที่อีกฝั่งหนึ่งของลำน้ำ หากขึ้นไปจะเห็นตึกอาคารโบราณทอดยาวตลอดแนวฝั่งน้ำแบบ panorama ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะเปิดให้เข้าฟรีไม่เสียตังค์ การเดินทางก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะมีรถไฟฟ้าเข้าเกือบถึง เดินต่อไม่กี่ก้าวก็ถึงตีนเขา หลังจากนั้นก็มีทางเดินขึ้นเขา ทั้งบันไดและทางลาดชัน ซึ่งฟังดูสะดวกมาก...หากไม่ใช่ฤดูหนาว

...แต่นี่คือปลายเดือนธันวาคมที่อุณหภูมิเฉลี่ยราว -4 องศา มีหิมะหนาทับถมจนกลายเป็นน้ำแข็ง

ฉันเดินขึ้นเขาไปแบบชิลๆบนบันไดที่ถูกสร้างไว้อำนวยความสะดวก หลังจากนั้นก็เจอทางราบที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งบางส่วน และทางลาดที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหลายส่วนแต่ยังมีราวเกาะ ต่อด้วยทางลาดชันมากที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งล้วนๆและไม่มีราวเกาะ

...ถามว่าฉันจะกล้าเดินต่อมั๊ย

บนยอดเนินซึ่งไม่ได้สูงจากจุดที่ฉันยืนอยู่นักนั้นมีกลุ่มคนอยู่สี่ห้าคน ซึ่งฉันมองว่าหากพวกเขาสามารถปีนขึ้นไปได้ด้วยมือเปล่าก็คงไม่เกินความสามารถของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปรวมถึงฉันด้วย แล้วฉันก็พยายามปีนขึ้นไปบ้าง แต่ด้วยข้อเท็จจริิงที่ว่าฉันเป็นโรคกลัวพื้นลื่นขั้นสุดเข้าขั้น phobia แบบเดียวกับคนที่กลัวความสูงหรือกลัวที่แคบ ฉันจึงต้องพยายามเอาชนะความกลัวของตัวเองสุดความสามารถ ทั้งนั่งเอาตูดไถค่อยๆคลานขึ้นไป ใช้สองมือดันตัว แต่ก็มักมีเหตุที่ต้องใช้เพียงสองขาก้าวขึ้นทุกที เมื่อไถลลื่นเพียงเล็กน้อยฉันก็นอยด์ทันที สุดท้ายแล้วเมื่อนึกถึง worst case ว่าฉันอาจตกเขาลงมาคอหักตายไม่มีใครมาพบศพกลายเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งใต้กองหิมะ...ฉันจึงล้มเลิกความตั้งใจไต่ลงเขามาแบบเศร้าๆ ทั้งที่จุดหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ถัดลงมาใต้เนินเขานั้นคือท่าเรือต่อเนื่องเป็นแนวยาวที่จะเห็นวิวเดียวกันกับบนเขาแต่เป็นในระดับสายตาไม่ใช่ bird-eye-view ฉันพยายามปลอบใจตัวเองว่าคงพอชดเชยกันได้ แล้วจึงเดินไปตลอดแนวริมฝั่งยันจุดหมายต่อไป

หลังจากเดินลุยหิมะและปีนป่ายเนินเขา ความเย็นชื้นที่แทรกซึมผ่านรองเท้าบูทกันน้ำสำหรับหน้าหนาวก็เริ่มออกฤทธิ์ แถมถุงมือที่เอาไปใช่ไต่หิมะก็เปียก ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าเริ่มชาจนแสบ นอกจากนี้ฉันยังมีอาการเหงื่อตก บิดมวน ทรมาน...

...ปวดฉี่!!!!

ฉันตรวจสอบ Google Map ได้ความว่าย่านชุมชนที่พอจะหาร้านค้าได้ที่ใกล้ที่สุดอยู่ไม่ใกล้ บิดขาไปก็เริ่มภาวนาขอให้เจอร้านอะไรก็ได้ที่มีห้องน้ำให้เข้า ระหว่างทางนั้นมีเพียงเรือ เรือ และเรือ มีอาคารบ้างประปรายแต่ก็เป็นอาคารสำนักงานหาใช่ร้านค้าหรือพื้นที่สาธารณะอะไรไม่

ป้ายบอกราคากาแฟ 25 Kr ตั้งอยู่หน้าเรือลำหนึ่ง ซึ่งเปิดให้บริการเป็นร้านอาหารและโรงแรม ฉันเห็นโอกาสจึงลองเข้าไปสอบถามพลางคิดในใจว่าถ้าจะต้องซื้อกาแฟแก้วละร้อยบาทในนาทีนี้ฉันก็ยอมนะ แต่โชคยังดีที่เจ้าของใจดียอมให้เข้าห้องน้ำฟรี ฉันจึงพ้นทุกข์ไป

เดินไปอีกหน่อยก็ถึงจุดชมวิว Monteliusvägen ซึ่งอยู่บนเนินเช่นกัน แต่อยู่ท่ามกลางชุมชนมีถนนตัดผ่าน ทางเดินเข้าถึงไม่วิบากตลอดทั้ังสี่ฤดู ถ้ามาตรงนี้เพียงจุดเดียวก็ไม่ต้องไปจุดชมวิวแรกก็ได้ แต่ฉันไม่เสียใจเลยที่ทรมานสังขารกับจุดแรกเพราะผลลัพธ์ที่ต้องลงทุนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายนั้นมันชื่นใจนัก

...รู้สึกเหมือนพระเจ้าประทานพรลงมาเพื่อชดเชยความผิดหวังในตอนแรกเลยทีเดียว
SHARE
Written in this book
Stock-Home(not)Alone
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments