“คนเราจะสามารถชอบคนๆนึงได้นานแค่ไหน”
21 ปีบนโลกใบนี้ เราแอบชอบคน 2 ในช่วงจังหวะชีวิตที่แตกต่าง คนแรก สมัยมัธยมชอบตั้งแต่มอต้นยันมอปลาย แกรรรรร เรื่องของเรื่องคือ ตอนสอบเข้ามอหนึ่ง ต้องสอบคัดห้องด้วย แล้ววันสอบคัดห้องมีจะมีโต้ะ ยาวๆที่ต้องนั่งสอบเป็นคู่สลับด้านกัน ไอ้เราตอนเข้าไปนั่งก็ไม่ได้มองคนที่นั่งด้วยเลยยย เพราะจดจ่ออยู่กับข้อสอบมากกกก ทำข้อสอบไปสักพักถึงจะเงยหน้าขึ้นมาดูคนที่นั่งตรงข้ามเรา ฮู้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
น่ารักกกกกกกกก....หมดกันสมาธิจดจ่อตอนแรกฮ่าๆ
วันประกาศห้องผลคือ เราอยู่ห้อง 3 คนน่ารักนั่นอยู่ห้อง 5 เราไม่รู้จักชื่อเขาหรอกนะ มาเห็นตอนเข้าแถว ไม่ใช่เห็นหรอก ความจริงเรามองหาเค้าแหละ ฮ่าๆ ช่วงเวลาทั้งหมดของมอหนึ่งเลยได้แต่มองอยู่ห่างๆ แต่ก็มีบ้างเวลาเดินสวนกันตามทางเดินนน เคยป่ะตอนเจอคนที่แอบชอบจะตีหน้านิ่งอ่ะ 55555555555555555555
เรานี่ยิ่งกว่าตีหน้านิ่งอีก เพราะเราตีหน้าเกลียดไปเลยจ้า
ตอนได้ใกล้นี่กลายร่างเป็นจ่าเฉยทันที ในใจนี่ตึกตักๆ
พอเค้าเดินผ่านไป แม่อยากวิ่งเข้าไปเอาหัวโขกผนัง 
จุดพีคคือพอขึ้นมอสอง ต้องรันห้องใหม่อีกแล้ว คราวนี้อยู่ห้องสี่เหมือนกันจ้าาาาา โช้ะเด้ะ กรี้สไป6พันครั้งโดยประมาณ ฮ่าๆ อย่างน้อยก็ได้เจอจันทร์ถึงศุกร์แหละว้า ดีต่อใจจริงๆ ตลอดช่วงเวลาของมอสอง เราจะ นั่งหลังเขาตลอด เพื่อมองแผ่นหลังเค้า เพราะ นั่งข้างเห็นหน้านิดหน่อยก็คงไม่ไหว เดี๋ยวไม่เป็นอันเรียน ฮ่าาาาาา
เรารู้สึกว่าคนๆนี้เป็นคนที่มองแล้วไม่เบื่อ ยิ่งตอนยิ้มนี่นะ หื้มมมมมม จะน่ารักไปไหนเล่าาาาาาา วุ้ยยยยยย
แต่เราก็อีหรอบเดิมจ้า ตีหน้านิ่งเป็นจ่าเฉยเหมือนเคย
จบมอสองแบบแทบไม่ได้คุยกัน.... -____- ห่วยม่ะ
มอสามมมมม รันห้องใหม่อีกแล้ววว และเราก็อยู่คนละห้องจ้าาาา เสียใจจจ ฮ่าา เป็นช่วงที่เราเริ่มเล่นเฟสบุค ล้ะ และแน่นอนเราแอดเค้า เเละเราก็เป็นเพื่อนกันในเฟสบุค หลายครั้งมากๆที่เราคิดจะทักเค้าไป หลายครั้งมากที่นั่งจ้องจุดเขียวๆหลังชื่อของเค้า แต่ก็แค่จ้องเท่านั้น ความกล้าติด -ล้านสอง ฮ่าาาาา แต่ในตอนนั้นที่คิดคือ ‘เอาน่าาา ได้ชอบได้เห็นเค้ามันก็เพียงพอแล้ว’
มอหนึ่งถึงมอสามผ่านไป เราก็ยังชอบเค้าห่างๆเหมือนเดิม คนธรรมดาคนหนึ่งที่ในสายตาเราเค้าน่ารัก ไม่ได้ป๊อปปูล่าอะไร เด็กติดเกมส์ที่ไม่สนอย่างอื่นเล่นแต่เกมส์ แต่โครตน่ารักเวลาอยู่กับแม่เค้า แงงงงงง แพ้มากกก เด็กผู้ชายที่ติดแม่ ฮ่าาาาาา น่าเอ็นดูววววว
ตลอดเวลาของมอต้น3ปี เราก็แอบชอบเธอคนเดียวนะ
พอขึ้นมอปลายเราก็ย้ายโรงเรียน เค้าก็ย้ายไปเรียนวิทยาลัยเทคนิคเราก็ไม่ได้เจอกัน แต่เราก็ยังมีเฟสบุ๊คที่เรายังส่องเค้าได้อยู่ ฮ่าาาาา ความหนังคือพอเค้าย้ายไปเรียนที่นั่นได้ไม่นาน กระดานหน้าเฟสเค้าที่เคยโล่งๆ
ก็ได้มีการเพิ่มเหตุการณ์ในชีวิต
“ In a relationship with.......” ก็มาจ้าาาาาา
โหหหหหหห รู้สึกแบบเฟลมากกก เฟลเหมือนตกเหว
ความรู้สึกเฟลนี้ดำเนินไปเกือบ2เดือนนน ความรู้สึกเสียใจและเสียดายมันถาถมเข้ามาไม่หยุด นั่งมองรูปเค้ากับแฟนที่เค้าโฟสในเฟสบุ๊คได้ไม่นานก็ตัดสินใจ unfriend เค้าไป เพื่อให้ตัวเองมูฟออนได้ไวๆ ให้ลืมเขาไปสักที แต่ความเป็นจริงคือ คนที่เคยอยู่ในใจอ่ะ มันยากมากๆเลยที่จะ ใช้ชีวิตเป็นปกติแบบไม่นึกถึงเค้าอ่ะ
ผลคือเราจบมอหกออกมา แบบยังชอบคนคนนี้เหมือนเดิม บ้าป่ะ เห้อออออออออออออออออออออออ
สรุปช่วงวัยเด็กกุ๊กกิ๊กของเรา เราชอบมนุษย์คนนี้ ไป 6 ปีถ้วนจ้าาาาาา End.วัยเด็ก

ช่วงรอยต่อเข้ามหาวิทยาลัย
เป็นช่วงที่เหงามากๆ เราออกจากบ้านมาทำงานต่างจังหวัดระหว่างที่รอมหาลัยเปิดเทอมช่วงมอปลายเป็นช่วงที่เราสนใจภาษาอังกฤษมาก เราเลยตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมาก เราเลยหาช่องทางพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับตัวเอง เลยตัดสินใจสมัครเป็นพนักงาน Full time และ part time ไปสองโรงแรมและเกสเฮาส์เล็กๆในเชียงใหม่ไป เพราะไปทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม ฮ่าาา
ความโชคดีคือ เราได้ทั้ง2งาน ความโชคร้ายคือ เราต้องทำงานตั้งแต่ 7โมงเช้าถึง5ทุ่มทุกวันไม่มีวันหยุดจ้าาา
พักกินกลางวัน30นาที เลิกงานที่แรกก็ต้องรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่งานที่สอง เป็นช่วงชีวิตที่เหนื่อยสุดๆในแบบที่คิดว่าไม่มีทางและไม่มีเวลาไปคุยกับใครได้แน่ๆ และช่วงนี้เองที่เราลืมคนนั้นที่ชอบมา 6 ปีได้สักที ฮ่าาาาาา
แต่ก็นะ 
ตราบใดที่คุณยังเป็นมนุษย์คนนึง 
คุณก็ยังคงต้องมีความรู้สึกไม่ด้านใด ก็ด้านหนึ่ง
ความรู้สึกที่เราไม่สามารถหนีมันได้เลยคือ
“การรักใครสักคน”
มันมาอีกแล้วหล่ะ........
มาในแบบ unexpected เลยทีนี้....
มาแบบคนละประเทศกันไปอีก.......



SHARE

Comments