ศาสดา 4.0
มีคนเคยบอกว่า “ทุกหนึ่งร้อยปีจะมีศาสดาคนใหม่กำเนิดขึ้น
แต่ผมว่ามันไม่จริงหรอกครับ ศาสดามันเกิดขึ้นได้ทุก 15 นาทีต่างหาก

แอนดี้ วอลฮอล ศิลปินป็อปอาร์ตสุดฮิปแห่งวงการศิลปะสมัยใหม่ กล่าวเอาไว้ว่า 

“Everyone will be famous for 15 minutes.” 

และแน่นอนว่าไอ้ทุก 15 นาทีนี้มันก็นานเพียงพอที่จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลง มีคนติดตามและยกย่องนับถือเป็นสาวกอยู่ในโลกใบนี้

แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่มันทำให้คนๆนั้นได้รับการยกย่องขนาดว่าเป็นศาสดาได้ มันอยู่ที่ความเจ๋งแบบต่อเนื่องมากกว่า

ตัดภาพมาที่ศาสดาที่เรารู้จักกันดีในยุคสมัยใหม่อย่าง สตีฟ จ็อบ ผู้ที่มาพร้อมกับเสื้อคอเต่าสีดำและกางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน ที่มักจะหยิบอะไรไม่รู้ออกจากกระเป๋าแล้วเปลี่ยนโลกทั้งใบให้แตกต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการวงการเพลงของโลกใบนี้ที่ทำให้ทุกคนเลิกซื้อเทปและซีดี หันมาใช้เครื่องเล่นเพลงตัวจิ๋วอย่าง iPod หรือการสร้างสมาร์ทโฟนที่ทำให้โลกของการสื่อสารนั้นเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอย่าง iPhone ที่เรียกได้ว่ามีรุ่นใหม่ออกมาให้สาวกได้บูชากันได้ทุกปี แม้จะมีเสียงก่นด่าแต่ความศรัทธาก็ไม่เคยถอย

สิ่งที่เรามองเห็นจากสตีฟ จ็อบคือการสร้างวิวัฒนาการต่างๆ ออกมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการผลิต Macbook, iMac, iPad, iPod รวมไปถึง iPhone และ Apple Watch ซึ่งเป็นสิ่งที่ปัจจุบันเรามองเห็นเลยว่ามันสำคัญต่อการใช้ชีวิตและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างต่อเนื่องและแน่นอนว่าพอมีครบทุกอย่างมันก็สามารถที่จะอยู่ในจักรวาลของผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าสตีฟ จ็อบจะจากไปแล้วแต่สิ่งที่เค้าพัฒนาจนกลายเป็นปรัชญาของ Apple ก็ยังคงอยู่

...แต่นั่นคงดูเป็นตัวอย่างที่เก่าไป และคงไกลเกินเอื้อมไปซักหน่อย

ในฐานะที่ผมเองก็เป็นอาร์ติส ศึกษาแวดวงศิลปะมาทุกแขนง ทั้งถ่ายภาพ, ปั้นปูน, เขียนหนังสือ, ละมุนละไมกับการใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ ไปดูหนังสั้นตามเทศกาล เรียกได้ว่าในประเทศไทยเราก็ยังมีศาสดาที่มีอิทธิพลแต่วัยรุ่นยุคใหม่ในแวดวงเหล่านี้ ทั้งงานเขียน, งานโฆษณา และ งานภาพยนตร์ ในช่วง 6 – 7 ปีที่ผ่านมา

นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หรือชื่อที่คุ้นชินหู เต๋อ – นวพล เป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะถูกกล่าวว่าเป็นศาสดาของเด็กแนวอยู่สม่ำเสมอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากการได้ผลิตงานที่ตัวเองอยากทำ ไม่เชื่อไปดูงานหนังสั้นในยุคนึงที่เรามักจะเห็นการทำหนังสไตล์เนิบๆ นิ่งๆ ที่ตั้งกล้องแน่นิ่งและมีตัวละครพูดประโยคที่ชาญฉลาด แล้วเดินออกจากเฟรม หรือไม่ก็เป็นหนังสั้นสไตล์พูดถึงความทรงจำกับการเก็บความทรงจำ ความเป็นอนาล็อก ความเป็นดิจิตอล จนเรียกได้ว่าฮิตมากๆ จนผมอาจจะต้องเรียกว่าเป็นหนังสั้นสไตล์ 36 หรือการทำหนังสั้นที่มีการตัดต่อฉับไว ร้อยเรียงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันให้ไปด้วยกันได้อย่างนุ่มนวล มีความเซอร์เรียลหน่อยๆ แปะมาแปะไป สไตล์จัดจ้าน เช่น Mary is happy, Mary is happy

แต่นวพลยังไม่หยุดแค่นั้นภาพยนตร์อีกหลายเรื่องต่อมาก็สามารถเป็นที่ถูกพูดถึงได้อย่างต่อเนื่อง และพอเขาลงมาทำงานด้านอินเตอร์เน็ตฟิล์มก็สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการโฆษณาได้อีก จนกลายเป็นเทรนด์ให้กับคนในแวดวงรวมไปถึงนักศึกษาที่อุทิศตนเป็นสาวกได้ดำเนินรอยตาม เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครที่อยากจะเข้ามาสู่แวดวงนี้

แม้ว่าจะไม่ได้อยากจะเป็นศาสดา แต่ตำแหน่งศาสดาก็ถูกแต่งตั้งโดยผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาและดำเนินรอยตามสิ่งที่ตัวเขาได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว

ชาล์ส ดาร์วิน ผู้คิดค้นทฤษฎีวิวัฒนาการ ได้พูดถึงการพัฒนาไม่ย้อนกลับหลังตามหลักวิทยาศาสตร์และชีววิทยา ทุกอย่างบนโลกมันก็ต้องดำเนินต่อไป กายภาพเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน แนวคิดและวิธีการใช้ชีวิตทุกอย่างมันจะต้องปรับเปลี่ยนตามไปอย่างแน่นอน

จากวันที่แอนดี้ วอลฮอลพูดไว้ว่าใครก็ตามสามารถจะเป็นคนดังได้อย่างน้อย 15 นาที ในวันที่การเข้าถึงสื่อและการมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่ยากเกินจินตนาการ มาจนถึงวันที่ทุกคนมีกล้องสมาร์ทโฟนและถ่ายตัวเองพร้อมอัพโหลดขึ้นทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้กับคนแปลกหน้าทั้งหลายได้ติดตามและเลือกที่จะดำเนินรอยตาม แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าทุกคนนั้นจะสามารถเป็นศาสดาหรือคนดังได้เพียงชั่วข้ามคืน

เคล็ดไม่ลับของศาสดาที่มันยังคงตั้งอยู่ ไม่ว่าคนนั้นจะอยากหรือไม่อยากเป็นศาสดา คือการลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อและทำมันไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนมีคนเห็นและจำมันได้ นั่นคือหัวใจของการเป็นศาสดาที่จะยึดครองหัวใจของสาวกให้ไม่แปรพักตร์ไปหาคนอื่น



SHARE
Writer
pratchyakorn_01
Philosopher
ชีวิตสั้น / เกินกว่า / จะแมส

Comments