ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแบบสากลในภาษาไทย
หลังจากที่ไม่ได้บันทึกความคิดมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง, ก็คิดว่าน่าจะได้เวลามาแบ่งปันความคิดสักเรื่อง; ซึ่งเรื่องนี้เกิดมาจากข้อสงสัยตั้งแต่เด็ก, เรื่องดังกล่าวคือ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ในภาษาไทย เช่น มหัพภาค (.), จุลภาค (,). ดังนั้น สำหรับบทความนี้, จึงได้ใช้เครื่องหมายวรรคตอนไปด้วย, เพื่อให้เข้ากับเรื่องราวที่จะกล่าวต่อไป.

โดยปรกติแล้ว, ท่านทั้งหลายส่วนมากคงจะไม่ชินกับการใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ในภาษาไทยมากนัก; แต่อาจเห็นในภาษาอังกฤษอยู่บ่อย ๆ. เรามักเคยชินกับการเว้นวรรคไปเรื่อย ๆ, และเราก็ไม่ได้พบปัญหาใด ๆ กับการเขียนเช่นนี้; และคงเพราะภาษาไทยเราเขียนติดกันทุกคำ, การเว้นวรรคก็เป็นการแบ่งประโยคและแบ่งใจความสำคัญต่าง ๆ ไปในตัวอยู่แล้ว. แม้ไทยเราจะมีเครื่องหมายวรรคตอนแบบโบราณของไทยเราอยู่แล้ว เช่น ฟองมัน และอันคั่น ซึ่งสามารถพบเห็นเป็นประจำตอนเริ่มและตอนจบของบทร้อยกรองที่เราคนไทยได้เคยเห็นกันมาแล้วในบทเรียนสมัยเด็ก ๆ. แต่จะว่าไปแล้ว, ก็ใช่ว่า การเว้นวรรคจะสมบูรณ์ไปในทุกทาง; บางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหาการตีความของประโยคที่สามารถนำไปเชื่อมได้ทั้งประโยคหน้า และประโยคหลัง, โดยเมื่อไปเชื่อมใจความผิดประโยค ก็อาจทำให้จับใจความผิดไปเสียก็ได้. ดังนั้น จึงเป็นที่ถกเถียงกันมาเป็นระยะเวลานานในการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแบบสากล, ที่เห็นได้ชัดก็ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ (ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเรียกว่า “เครื่องหมายวรรคตอนแบบยุโรป”).

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ทรงมีพระราชดำริและพระราชนิยมในการใช้เครื่องหมายวรรคตอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๐, โดยได้ทรงฟังความเห็นของปราชญ์ราชบัณฑิตผู้ทรงคุณวุฒิในสมัยนั้น. โดยทรงมีพระราชดำริว่า การที่ไทยเราเขียนหนังสือติดกันไปหมด
...ทำให้หนังสือไทยเราเปนหนังสือที่เรียนและเขียนอ่านให้ถูกต้องได้ยากเกินไปกว่าที่ควร...
ดังนั้น จากการสังเกตของข้าพเจ้า, จะเห็นว่ามียุคหนึ่งที่มีการใช้เครื่องวรรคตอนกันเป็นอันมาก, และจะเห็นได้ในเอกสารสำคัญหลายประการ, เช่นในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ล้วนนิยมใช้เครื่องหมายวรรคตอน, ซึ่งทำให้แยกใจความได้สะดวกและไม่เกิดปัญหาการตีความในภายหลัง. แต่ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมอย่างทั่วประเทศ เพราะเพียงใช้การเว้นวรรค ก็เห็นจะเพียงพอสำหรับบทความภาษาไทยแล้ว.

ในยุคหลัง ๆ นี้, ที่เราจะเห็นได้ชัดเจน คือ ผู้ที่เคยศึกษางานเขียนทางธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุ, จะพบว่า ท่านได้ใช้เครื่องหมายวรรคตอนในงานของท่านมาตลอดจวบจนท่านละสังขาร.

นอกจากนี้ งานที่เห็นได้ชัดอีกประการคือ พระราชนิพนธ์ร้อยแก้วทั้งหลายในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙), จะเห็นว่า พระองค์ทรงใช้เครื่องหมายวรรคตอนเป็นประจำ, แม้กระทั่งในบทพระบรมราโชวาททั้งหลาย.

ทั้งหมดที่กล่าวมา, ในความเห็นของข้าพเจ้าก็เห็นว่า การใช้เครื่องหมายวรรคตอนดังกล่าวในภาษาไทย เห็นจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย เพราะทำให้อ่านหนังสือได้เร็วขึ้น และการแบ่งวรรคตอนด้วยเครื่องหมายนั้น จะทำให้เข้าใจใจความและความสำคัญนั้น ๆ ตามผู้เขียนต้องการสื่อมากขึ้น. ในขณะเดียวกัน, ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เห็นว่าดีไปเสียหมด, ก็ยังมีข้อโต้แย้งว่า อาจเป็นการทำตามอย่างในภาษาอังกฤษมากเกินไป, และทำให้บทความทั้งหลายดูรกรุงรัง ทั้ง ๆ ที่เราก็อาจใช้การเว้นวรรคก็เพียงพอ. สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง, ก็ได้เคยใช้เครื่องหมายวรรคตอนแบบโบราณในภาษาไทย เช่น “ฯ” หรือ “ฯะ” ในการสิ้นสุดบทความ, ก็เห็นว่างดงามตามอย่างไทยอยู่ไม่น้อย; แต่อีกนัยหนึ่ง, ก็อาจทำให้ผู้อ่านงงกว่าการใช้เครื่องหมายแบบสากลไปเสียอีก, เพราะน้อยคนที่จะทราบถึงการเขียนในสมัยโบราณหากไม่ได้ศึกษาหรือสนใจในเรื่องนี้.

สุดท้ายแล้ว, ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานและสถานการณ์ต่าง ๆ ในการใช้. อย่างที่ข้าพเจ้าใช้ก็เพราะในพื้นที่ของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะเขียนหรือพิมพ์อย่างไรก็ได้ตามที่ปรารถนา; แต่หากข้าพเจ้าไปเขียนหนังสือราชการหรือเขียนรายงานทางวิชาการ, ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะไปทำตัวขวางโลก ผิดแผกไปจากผู้อื่น. ทั้งนี้, การใช้งานของข้าพเจ้านี้ ไม่ได้ใช้อย่างลอย ๆ และมีหลักการตามใจฉัน, แต่ใช้ตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสภา. ท่านให้เหตุผลว่า การที่ได้บัญญัติไว้ ก็เพื่อให้ใช้อย่างมีแนวทาง, ส่วนจะใช้หรือไม่นั้น ก็สุดแท้แต่ความต้องการของแต่ละคน. จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้นก็มิได้ถูกยกเลิกไปแต่อย่างใด, เพียงแต่ไม่ได้มีความนิยมใช้ก็เท่านั้น; แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีผู้ใช้เลย, แม้ราชบัณฑิตบางท่าน ก็ยังใช้งานอยู่.

อ้างอิง :
- “การใช้เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาไทย ตามพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย บุญ อินทรัมพรรย์. The Journal of the Royal Institute of Thailand. Vol. 27 No. 2 Apr.-Jun. 2002.
- http://www.royin.go.th/?page_id=627
SHARE
Written in this book
ประมวลความคิด : ชีวิต ปรัชญา และทัศนะ
การอภิปรายความคิดเชิงปรัชญาภายในจิตใจของฉัน รวมไปถึงทัศนะต่อเรื่องราวต่าง ๆ กลั่นมาเป็นตัวอักษร
Writer
LittleTeaCup
Thinker and Dreamer
มาเถิด มาร่วมกันฝัน เพื่อฝันนั้นจะเป็นจริง

Comments