เรื่องของกู
วันนี้มีคนโพสต์ใน timeline ของเขาว่า

If you don’t like me, it’s your problem, not mine. 


จริงสินะ ถ้าใครไม่ชอบเรา มันเป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของเรา



เหมือนเรื่องตลกขำขันเรื่องหนึ่งซึ่งเคยอ่านเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว



มีพ่อลูกคู่หนึ่ง

พ่อชอบกินเหล้า

เสร็จแล้วเมาโวยวาย

ลูกสาวเบื่อๆ

.

ลูกสาว : พ่ออ่ะ กินเหล้าซะขนาดนี้ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ

พ่อ: เรื่องของกู

ลูกสาว : พ่อกินเหล้าแล้วเมาโวยวายอย่างเนี้ยะ หนูอายชาวบ้านเค้านะ

พ่อ: เรื่องของมึง

 
ตะแล้น! ตะแล้น! ตะแล้น!  






ถ้าเราแยกแยะเรื่องราวต่างๆได้อย่างพ่อในเรื่องนี้ก็คงจะดีสินะ



แต่ปกติแล้วเรามักจะแยกเรื่องราวในชีวิตของเราไม่ออก

ว่ามันเป็นปัญหาของใครกันแน่



บางทีสิ่งที่ควรจะเป็นปัญหาของเค้า

เรากลับเอามันมาเป็นปัญหาของเรา

นั่นอาจเป็นเพราะว่า ความสัมพันธ์ของตัวเรากับตัวเราคงยังไม่ดีพอ

และเราเองก็กำลังตำหนิติโทษตัวเองอยู่เหมือนที่คนอื่นเค้ากำลังพูดว่าเรา


เช่น ผู้หญิงโสดจำนวนหนึ่งที่อึดอัดและหงุดหงิดที่ญาติๆคอยถามอยู่นั่นแหละว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานเสียที เหมือนใน Bridget Jones’ Diary

คุณอาจบ่นกับเพื่อนว่า ทำไมญาติๆไม่เข้าใจนะ

ว่าการอยู่เป็นโสดมันไม่ได้เสียหายตรงไหนและฉันสบายดี 


 
แต่ที่จริงแล้วลึกๆในใจ

คุณก็กำลังพูดสิ่งนั้นกับตัวเองอยู่ เช่น คนโสดเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ
หรือ
 อยู่คนเดียวนี่แม่งโคตรเหงา 
อาจมีความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆในใจคุณ เช่น 



แก่แล้วจะจัดการกับชีวิตตัวเองอย่างไรดี
 


หากคุณตระหนักว่าที่คุณกำลังมีปัญหากับญาติๆนั้นก็เพราะคุณกำลังมีปัญหากับตัวเอง



มีบางอย่างที่คุณพูดกับตัวเองแล้วตัวคุณเองไม่โอเค



คำแนะนำง่ายๆก็คือถามตัวเองให้ชัดๆว่า



หนึ่ง คุณหงุดหงิดกับอะไรเมื่อญาติๆถามคุณว่าเมื่อไหร่คุณจะแต่งงาน



เสร็จแล้วกลับมาถามตัวเองว่า

สอง คุณหงุดหงิดอะไรกับตัวเองที่คุณไม่ได้แต่งงาน

และสาม หากคุณยังหาทางออกให้กับความหงุดหงิดของตัวเองที่มีกับตัวเองไม่ได้

ก็แค่ยอมรับว่า นั่นเป็นปัญหาของคุณและความเปราะบางของคุณ

ต้นตอของความหงุดหงิดอยู่ในใจคุณ ไม่ใช่คำถามของญาติๆ

.

ยอมรับว่าคุณหวั่นไหวที่คุณเป็นโสด

อยู่กับความหวั่นไหวนั้นไปจนเหมือนกับมันเป็นอวัยวะหนึ่งของตัวคุณ

.

แล้ววันหนึ่งคุณจะค้นพบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับประเด็นปัญหานี้ด้วยตัวคุณเอง

.

สิ่งสำคัญคือการค้นพบว่านี่คือปัญหาที่อยู่ในใจคุณและมันไม่ได้อยู่ที่ข้างนอก

เพื่อคุณจะได้เริ่มต้นทำความรู้จักกับมันอย่างจริงแท้

สัมผัสกับตัวคุณอย่างที่คุณเป็นคุณ

ยอมรับว่า “มันเป็นเรื่องของกู”

อยู่กับมัน

กับความหวั่นไหวในใจคุณ

อาจจะนั่งร้องไห้อยู่ด้วยกันกับตัวคุณเอง

เงียบๆ

โดยไม่ต้องวิเคราะห์หาเหตุผล

และสิ่งที่ควรจะเป็น

ควรจะคิด

ควรจะรู้สึก

.

.

บางที..

การนั่งอยู่กับตัวเองเงียบๆ

เพียงแค่นั่งอยู่ด้วยกัน

นั่นอาจเป็นวินาทีที่คุณค้นพบต้นตอของปัญหา

และคุณได้ตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากมัน

ด้วยวิธีการของคุณ

ด้วยตัวคุณเอง 
SHARE
Writer
IHatePigeons
a shy storyteller
A shy & kind daydreamer

Comments

TonTonAP
2 months ago
เฉียบ!
Reply