ความรู้สึกมีวันหมดอายุ
จะว่าไปของแทบจะทุกอย่างบนโลกใบนี้
ล้วนมีเวลาเป็นของมันเอง
ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา น้ำ รวมไปถึงพวกอายุการใช้งานของสิ่งต่างๆ 
และที่สำคัญก็คืออายุขัยของคนเรา
เพราะฉะนั้นคำกล่าวที่บอกว่า
ไม่มีคำว่าตลอดไปสำหรับอะไรทั้งนั้น
มันก็คงจะเป็นความจริงที่ฉันยังหาข้อถกเถียงมันไม่ได้เลย
รวมไปถึงเรื่องของความรู้สึก
ถ้าจะให้มองเห็นภาพกันง่ายๆ
ก็คงจะเหมือนคำกล่าวที่ว่า
ไม่มีความสุขที่อยู่กับเราตลอดไป ความทุกข์ก็เช่นกัน
จะพูดง่ายๆก็เหมือนว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มีแต่ความสุขในชีวิตและมีแต่ความทุกข์ในชีวิต
ถึงแม้ว่าสัดส่วนของความสุขกับความทุกข์มันจะไม่เท่ากันก็ตาม
แต่ถ้าจะมองกันจริงๆความสุขกับความทุกข์มันก็มีเวลาของมันทั้งสิ้น
ถึงแม้ว่าฉันจะชอบพูดบ่อยๆว่า 
ไม่รู้ว่าความสุขเป็นแบบไหน
เพราะคำนิยามของความสุขของแต่ละคนก็คงแตกต่างกันอออกไป
แต่นั้นแหละมันก็มีเวลาที่กำจัดมากๆเลยจริงไหม

ความรักก็เช่นกัน
จะว่าไปฉันก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกรักจริงๆแล้วมันคือการเรียกความรู้สึกดี รู้สึกเขิน รู้สึกมีความสุข รู้สึกอยากแบ่งปัน อะไรแบบนี้เข้าไว้ด้วยกันรึเปล่า
แต่ฉันว่าความรักมันมีเวลาของมันจริงๆ
เช่น เวลาเราจีบใครหรือเป็นฝ่ายที่โดนจีบก็จะมีความรู้สึกเขิน รู้สึกประทับใจ รู้สึกได้พยายามเพื่อคนคนหนึ่งอะไรประมาณนี้
แต่พอผ่านไปสักระยะหากได้คบหาดูใจกัน
ก็คงเปลี่ยนจากความรู้สึกข้างบนเป็นความรู้สึกมั่นคง ความรู้สึกผูกพัน อาจมีเขิน มีประทับใจบ้างแล้วแต่คู่
แต่หากไม่สมหวัง ความรู้สึกที่เข้ามาแทนที่ก็คงเป็นความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ เศร้า ดิ่งลงไปอะไรประมาณนี้
แล้วในแต่ละช่วงในแต่ละเรื่องราวของความรักนั้น
มันก็ไม่ได้มีความรู้สึกเดียวเสมอไป
อาจจะงอนกันทั้งวันแต่ตอนกลางคืนดีกันมีความสุขกันอีกครั้งก็ได้
ขนาดแค่ 24 ชั่วโมงอารมณ์และความรู้สึกของเรายังเปลี่ยนไปได้เลย
เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่ใครสักคนจะหมดรักกับเราไปอย่างง่ายดาย
จริงๆถ้ามองในหลักวิทยาศาสตร์
มันเป็นการสร้างสมดุลด้านอารมณ์ในสมองของมนุษย์
ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติ
แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน
และใช่ฉันยอมรับความเสียใจไม่ได้
ยอมรับความผิดหวังไม่ได้
จนตัวเองกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันบอกกับหมอในขณะที่ไปดูอาการซึมเศร้าของฉัน
ฉันบอกหมอว่า
ด้วยความที่เป็นคนที่ผิดหวังมาเยอะมากๆๆๆๆๆ
เลยพบกับความเสียใจนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ถ้าถามว่าจำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหมว่ามันเป็นแบบไหน
ก็รู้ได้แค่ว่ามันเศร้า แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว
สิ่งที่หลงเหลือค้างคาในสมองก็คงเป็นความทรงจำเกี่ยวกับคนคนนั้นมากกว่า
และด้วยความที่เป็นคนความจำสั้นก็จะจำดีเทลอะไรไม่ค่อยได้แล้ว
ในทางกลับกันเมื่อก่อนฉันจำมันได้ทุกๆอย่างเลย
ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะจับอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยถูก
และสติแตกบ่อยๆ
แต่สักพักมันก็จะหายไป
อาจหายได้เพราะตัวฉันเอง หรือความช่วยเหลือจากเพื่อนและน้องสาว
เห็นไหมว่าฉันก็ไม่เคยสติแตกทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมงเลย

จริงๆแล้วมันก็คิดอยู่กับความคิดเราด้วยแหละ
ว่าเราจะเลือกโฟกัสอารมณ์ไหน เหตุการณ์ไหนในแต่ละวัน
ซึ่งแน่นอนว่า ความเศร้า และเหตุการณ์เลวร้ายมักจะชนะความสุขและเหตุการณ์ดีๆเสมอ
เพราะฉะนั้นมันจึงไม่แปลกที่ฉันมักจะบ่นๆว่า
ชีวิตฉันเจอแต่เรื่องแย่ๆ

มาถึงตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าความพยายามในการต่อสู้กับโรคซึมเศร้าของฉันมันจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ก็นั่นแหละฉันก็ยังคงอยากตาย
และยังคงเป็นคนสติแตกและร้องไห้ง่ายอยู่ดี

สุดท้ายนี้
ขอให้คนที่กำลังจมอยู่กับความเศร้าและความเสียใจหรือความทุกข์ต่างๆ
จงเชื่อมั่นว่าสักวันมันจะออกไป
คุณเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสิน
ว่าจะให้มันอยู่หรือไล่มันออกไป
ฉันรู้ว่ามันยาก
เพราะฉันก็เหนื่อยและพยายามมากๆเช่นกัน
แต่อย่างน้อยเชื่อใจในตัวเองหน่อยนะ
แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง
ถึงมันจะไม่ดีขึ้น
เราก็อาจจะชินและอยู่กับมันแบบปกติก็ได้จริงไหม

ด้วยรัก
(:
SHARE
Writer
qmiisr
reader and sleeper
มนุษย์ปล.ผู้บิดเบี้ยวและเด๋อด๋า ชอบถ่ายรูปท้องฟ้า และรักโกโก้เป็นชีวิตจิตใจ อยากท่องเที่ยวรอบโลกแล้วเขียนหนังสือดีๆสักเล่ม🌻

Comments

landaiai
5 months ago
เป็นกำลังใจให้ค่า
Reply
qmiisr
5 months ago
ขอบคุณค่าา☺️
Dextiny
5 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ💗
Reply
qmiisr
5 months ago
ขอบคุณมากๆนะคะ💓