งานอ่านบทกวีชื่อ 'หนาวหว่างขา'
ข้าพเจ้าไปร่วมงานที่มีชื่อพิลึกพิลั่นนี้มา 'หนาวหว่างขา; งานอ่านบทกวีในเดือนธันวา ที่ลมพัดผ่านหว่างขาอย่างเดียวดาย' ครั้งแรกที่ได้ยินก็รู้สึกจั๊กจี๋แปลก ๆ พอเข้าไปอ่านรายละเอียดของงานผ่านหน้าอีเว้นท์ของ Facebook ก็พบว่าน่าสนใจทีเดียว ไม่รอช้าข้าพเจ้ากด Going และชวนเพื่อนไปงานด้วยกัน 

ข้าพเจ้าไม่เคยไปงานอ่านกวีมาก่อน ภาพที่พอจะนึกออกในหัวตอนนั้นคือการนั่งล้อมวงแบบในหนังเรื่อง The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society (2018) ที่ผู้อ่านจะถือหนังสือในมือ อ่านบทกวีด้วยเสียงดังกังวาน นั่งลงเมื่ออ่านจบ ผู้อ่านกวีคนถัดไปก็จะยืนขึ้น ทำแบบนี้สลับกันไป เป็นบรรยากาศสงบชวนอบอุ่นหัวใจที่ข้าพเจ้าอยากจะลองไปสัมผัสดูสักครั้งในฐานะนักศึกษาเอกวรรณคดีอังกฤษและอเมริกัน 

ไม่เพียงแค่ร่วมงาน ข้าพเจ้ายังสมัครร่วมอ่านบทกวีด้วย บทกวีที่ข้าพเจ้าพกไปอ่านในวันนั้นคือบทกวีคลาสสิคอย่าง Ozymandias โดย Horace Smith และ Percy Bysshe Shelley สาเหตุที่เลือกบทกวีนี้มาอ่านเป็นเพราะชื่องานที่พูดถึง 'หว่างขา' ภาพหว่างขาของ Ozymandias ก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที (บทกวีนี้เล่าถึงรูปปั้นของกษัตริย์ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่และมีอำนาจล้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าช่างรังสรรค์รูปปั้นนั้นแสดงความยิ่งใหญ่ 'ส่วนไหน' ของกษัตริย์องค์นี้ไว้บ้าง) 

งานอ่านกวีหนาวหว่างขาถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ร้าน Method to My Madness เป็นบาร์นั่งดื่มเล็ก ๆ ที่เปิดดนตรีได้ถูกจริตข้าพเจ้ายิ่งนัก ด้านในไม่ต่างจากบาร์ทั่วไป มีโซนเล็ก ๆ สำหรับนักดนตรีผู้คอยเล่นกีต้าร์ขับกล่อมระหว่างอ่านกวี ลืมเล่าไปว่านี่เป็นการนัดเจอกันครั้งแรกของข้าพเจ้ากับนักเขียน Storylog คนหนึ่ง เขาเองก็ร่วมอ่านกวีด้วยเช่นกัน เขาหยิบยกงานเขียนของตัวเองใน Storylog มาอ่าน ข้าพเจ้าเปลี่ยนสถานะกลายเป็นตากล้องส่วนตัวให้เขาเพื่อตอบแทนสำหรับถั่ว (ที่ตอนแรกปฏิเสธว่าจะไม่กินแต่สุดท้ายก็ฟาดเรียบ) และเบียร์ฟรี 

เบียร์ ดนตรี กวี แสงสลัว กวีบทแล้วบทเล่าจากผู้ร่วมงานถูกขับขาน ถ้อยคำกำกวมเชิงเพศถูกพ่นออกมาผ่านสายไมค์และตู้ลำโพง แต่คำหยาบเหล่านั้นไม่ระคายหูเลยสักนิด ข้าพเจ้ากลับรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยจากอะไรบางอย่างด้วยซ้ำ ความเขินอาย กรอบ... 
จะเรียกว่าที่งานนี้เป็นอีกโลกหนึ่งก็ย่อมได้ โลกที่รวมผู้ชื่นชอบในตัวหนังสือ (และขี้เมา) ไว้ด้วยกัน มีคนน่าทึ่งมากมายที่นั่งแต่งกวีสด ๆ อ่านออกมาด้วยอารมณ์เข้มข้น สยบโลกภายในและภายนอกให้นิ่งสนิท ประทับใจเป็นบ้า ได้มาแล้ว ความสงบและอบอุ่นหัวใจที่ข้าพเจ้าคาดหวัง

''ต่อไปขอเชิญคุณ...ครับ" นั่น ชื่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคว้าสมาร์ทโฟน วิ่งไปรับไมค์ด้วยความตื่นเต้น ด้วยความที่ชื่อเหมือนผู้ชาย ทำให้เกิดฉากที่เรียกว่า 'จังหวะซิตคอม' ขึ้น ข้าพเจ้าและชายที่ชื่อเหมือนกันอีกคนวิ่งมารับไมค์ "เอ่อ คุณ... ผู้หญิงครับ" หลังจากนั้นชื่อของข้าพเจ้าและชื่อของเขาก็ถูกแยกด้วยคำลงท้ายที่ว่า 'คุณ... หญิง' และ 'คุณ... ชาย' เพื่อกันไม่ให้เกิดจังหวะละครขึ้นในบาร์แห่งนี้อีก

ข้าพเจ้าแร็ป ใช่ แร็ป บทกวีภาษาอังกฤษด้วยความเร็วแสง มัวแต่ตื่นเต้นจนไม่ได้ฟังเสียงนักดนตรีที่พยายามจับจังหวะให้เข้ากับท่วงทำนองของตัวหนังสือเลย พอหายตื่นเต้นก็พบว่า เอ้อ สนุกแฮะ ข้าพเจ้าชูมือชูไม้ขอผู้จัดอ่านกวีอีกสักบท เพื่อนที่ตามมาสมทบทีหลังก็ถูกข้าพเจ้าไซโคให้ร่วมอ่านด้วย รอบนี้ข้าพเจ้าเลือกอ่านเรื่องสั้นของตัวเองที่อัพลง Storylog ชื่อเรื่องว่า 'การมาถึงของพรุ่งนี้' เป็นอะไรที่ค่อนข้างหลุดธีม แต่ก็อ่านไปจนได้ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่ามีใครฟังทันไหม เพราะข้าพเจ้าเป็นคนค่อนข้างพูดเร็ว แต่ข้าพเจ้ามีความสุขมากที่ได้อ่านบทกวีในวันนั้น 

นักเขียนรางวัลซีไรต์ท่านหนึ่งก็มาร่วมงาน ข้าพเจ้าและเพื่อนแทบสำลักเบียร์เมื่อรู้ว่าตัวเองเพิ่งอ่านกวีให้นักเรียนระดับรางวัลซีไรต์ฟัง นาทีนั้นความเขินอายถาโถมเข้ามาจนเหงื่อแตก แต่พวกเราก็ยังอยู่ฟังจนเกือบถึงช่วงสุดท้ายของงานก่อนจะรีบกลับเพราะหิวข้าว (มาก) ตอนออกจากงานมีชายคนหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าว่า "ชอบเรื่องที่อ่านมากเลยครับ (เรื่อง การมาถึงของพรุ่งนี้) ผมเป็นคนที่อินกับเรื่องตาย ๆ เหมือนกัน"

อา 
มีความสุข มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก 
เป็นวันที่สนุก สงบ อบอุ่นหัวใจ เต็มไปด้วยแรงขับที่อยากจะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง และเป็นวันที่น่าจดจำอีกวันหนึ่งของปี 2018 

ถ้ามีโอกาสก็ลองไปร่วมงานแบบนี้ดูสักครั้งนะ :)) 







SHARE
Written in this book
โดยข้าพเจ้า
ประสบการณ์ตรงจากข้าพเจ้าโดยข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้า
Writer
shortlegs
Warrior of love
ไม่จรรโลงใจเป็นอย่างยิ่ง

Comments

nananatte
4 months ago
ว้าวววว
Reply
shortlegs
4 months ago
ต้องลองไปให้ได้เลยค่ะ สนุก :))