[OS] REST (Eunseo x ChengXiao)
“อยากพักผ่อนมั้ยคะ?”

“วันนี้ทั้งวันยังไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้เหนื่อยซะหน่อย..”

“เค้าหมายถึง เรื่องเรา ”

“…..”

“อยากพักกันก่อนมั้ย..”

 





 
“เรียกมาคือมีอะไรเอ่ย? ทำหน้าเป็นตูดขนาดนี้ เรื่องดีๆแน่เลยเนอะ” 


เสียงกวนๆของ จู คยอลคยอง หรือ โจว เจี๋ยโฉวง ถูกส่งมาทักทายเธอก่อนที่ร่างสมส่วนของนางจะมาถึงโต๊ะซะอีก ไอ่เพื่อนตัวดีส่งมือมายีหัวกันก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามเธอ


 “มึงเคยรู้สึกว่าตัวเองน่าเบื่อป่ะวะ..”


คำถามที่คิดมาทั้งคืนถูกถามออกไปโดยหญิงสาว คยอลคยองเท้าคางมองเพื่อนสนิทที่วันนี้แววตาไม่ได้ส่องประกายความสดใสอย่างเคย เฉิงเสี่ยว ในวันนี้เหมือนแบกอะไรไว้มากมายเหลือเกิน คราบความอ๊องเอ๋อที่เคยมีถูกกลืนหายไปกับอารมณ์สีเทาจนสนิท จนคยอลคยองอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ความขุ่นมัวนี้


เฉิงเสี่ยวเคยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนาน พอเห็นว่าคยอลคยองไม่ตอบ ร่างบางจึงถอนหายใจออกมา เธอกำลังเรียบเรียงความในใจอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะมีส่วนไหนที่ขาดหายไป เรื่องราวทุกอย่างที่กลั่นกรองออกมาจนกลายเป็นสาเหตุของคำถามที่เธอถามคยอลคยองไปเมื่อครู่

    
“กูรู้สึกว่า.. พี่เค้าไม่รู้สึกอะไรแล้วว่ะ”


กว่าจะกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้แต่ละคำช่างยากเย็นเหลือเกินสำหรับเฉิงเสี่ยวในตอนนี้ น้ำเสียงของเธอขาดห้วงไปทันทีเอ่ยคำว่า ‘ไม่รู้สึก’ หญิงสาวหลับตาลงเมื่อนึกถึงบุลคลที่สามในการสนทนา คนที่อบอุ่นมาเสมอตั้งแต่ครั้งที่เราสองคนยังไม่ได้มีสถานะอะไรที่ชัดเจนต่อกัน แต่การได้รับกระทำที่เอาใจใส่จากอีกคนกลับชัดเจนเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ นานวันเข้าจนทำให้มันพลอยส่งผลไปถึงหัวใจ 

ชัดเจน.. ว่าเธอตกหลุมรักพี่คนนั้นเข้าซะแล้ว


หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่คอยทำให้กันตลอดมา แม้แต่คำว่า คิดถึง ถ้อยคำแสดงความเป็นห่วงต่างๆ กลับน้อยลงๆ จนเมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นเธอคนเดียวที่ทำมันอย่างสม่ำเสมอเหมือนที่ผ่านมา เธอพยายามแล้วที่จะหาสาเหตุของปัญหาครั้งนี้ หลายครั้งที่คิดว่าอาจจะเป็นเพราะตัวเองรึเปล่านะ..


ตะกอนความน้อยใจถูกขับออกมาเป็นน้ำตาในหลายๆคืน หลังจากที่บอกฝันดีกัน เฉิงเสี่ยวไม่ได้นอนหลับด้วยความรู้สึกที่โดนโอบกอดเหมือนอย่างที่เขาบอกผ่านโทรศัพท์ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้วิธีจะกลั้นเมื่อกดอ่านแชทที่ได้เคยคุยกันว่าเราเคยมีความสุขกันแค่ไหน ยอมอดหลับอดนอนเพื่อให้ได้คุยกันนานอีกนิด จนกลายเป็นคุยถึงเช้า กระตือรือร้นที่จะได้เจอกันในแต่ละวัน หรือแม้แต่การมองหน้ากันเฉยๆเวลากินข้าวด้วยกัน ทั้งหมดนั้นคือความสุขของเธอ 
 
หรือจริงๆแล้วความสุขของเธอ มันกลายเป็นความธรรมดา ความจำเจของอีกฝ่ายไปแล้ว แต่ว่า.. ความธรรมดาที่เขาเคยบอกว่ามันพิเศษน่ะหรอ? 




 
“อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้น ได้คุยกันบ้างรึยัง?”

คยอลคยองเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง และรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคู่รักที่เธอเห็นมาตั้งแต่ตอนที่เพื่อนเธอยังไม่รู้ใจตัวเอง จนถึงวันที่ทั้งคู่ใจตรงกัน มาวันนี้จะต้องมารับฟังปัญหาคงจะหนักหนาสาหัสจนเจ้าตัวไม่สามารถแก้เองได้


“ก็เคยพูดไปแล้วแหละว่าน้อยใจ แต่ไอ่เรื่องที่น้อยใจไม่ใช่ความผิดพี่เค้าเลยอะ”

“…. แล้วมันยังไง”

“ก็ไม่ค่อยบอกคิดถึงกันเลยอะ ไม่อ้อนๆด้วย.. มันไม่เหมือนเมื่อก่อนอะมึง”

“….”

“แต่เวลาอยู่ด้วยกันพี่แกก็ไม่ได้ไม่สนใจนะ เป็นกูแหละที่ไม่เข้าไปคุยก่อน ไม่ทักก่อน”

“มึงนี่ก็ย้อนแย้งเหมือนกันนะ..” 

    
คยอลคยองมองเฉิงเสี่ยวที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วจนเป็นปม เฉิงเสี่ยวถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอคงไม่เข้าใจแน่ๆ


“คือกูรู้สึกได้ว่ามันน้อยลงอะ โอเคป้ะ?”

“อ่าห้ะ..”

“กูไม่ได้อยากได้อะไรเลยนะ นอกจากความสม่ำเสมอ
แล้วที่กูไม่เข้าไปทักก่อนก็เพราะนอยด์แต่เรื่องนี้ไง กูเลยคิดว่าเพราะตัวเองน่าเบื่อเกินไปรึเปล่า”

“….”

“ความธรรมดาที่เขาเคยบอกว่ามันพิเศษ ตอนนี้มันคงน่าเบื่อแล้วจริงๆอะมึง” 




“เธอเป็นอะไร?”


อีกฝ่ายหันขวับมาทันทีที่ได้ยินคำถาม ‘อยากพักกันก่อนมั้ย?’ ที่ไม่ได้หมายถึงพักร่างกายอย่างที่เขาคิด หากแต่เป็นการพักใจต่างหากที่คนน้องกำลังหมายถึง

“เค้าเหมือนเดิมเลยพี่.. คำนี้เค้าต้องถามพี่มากกว่า”


หญิงสาวมองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก แม้ว่าริมฝีปากสวยนั่นจะกำลังยิ้มบางๆไปให้เขา แต่เชื่อเถอะว่ามันฝืนเหลือเกิน เธอกำลังฝืนยิ้มเพื่อกลั้นมวลน้ำแห่งความน้อยใจที่กำลังจะไหลตามแรงโน้มถ่วง

    
“….”

“พี่ดีใจบ้างมั้ยที่มีเค้า.. เค้าทำให้พี่รู้สึกดีกว่าตอนอยู่คนเดียวบ้างมั้ย?” 

เธอกลั้นมันไม่ไหวอีกแล้ว.. ริมฝีปากที่กำลังยิ้มเริ่มสั่นระริก สิ่งที่เธออุตส่าห์กลั้นไว้ได้ไหลลงมาตามความรู้สึกจริง ภาพตรงหน้าพล่ามัวไปด้วยน้ำตา ใบหน้าของ ซน อึนซอ ค่อยๆเลือนรางไปทุกที เฉิงเสี่ยวยกมือขึ้นมาปาดมันออกอย่างลวกๆ แล้วส่งยิ้มไปให้พี่เขาอย่างเดิม อย่างน้อยก็ยิ้มให้เขารู้ ว่าเธอไม่ได้โกรธเค้าเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าเขาจะตอบกลับมาอย่างไร



“พี่เป็นแฟนที่แย่มากเลยใช่มั้ยซองโซ?”


อึนซอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไม่ใช่ว่าเขาเองไม่รู้สึกอะไรเลยที่ทำให้แฟนตัวเองต้องมาตั้งคำถามอะไรแบบนี้ การที่อีกฝ่ายถามกันดีใจบ้างมั้ยในการมีกันในชีวิต มันคือสิ่งที่บีบคั้นหัวใจอึนซอมากเหลือเกิน การมีใครซักคนเพิ่มมาในชีวิตที่อยู่คนเดียวมาตลอดมันคือเรื่องดีเสมอสำหรับอึนซอ โดยเฉพาะกับเฉิงเสี่ยวหรือซองโซของเขา



“พี่เป็นแฟนที่ดีสำหรับเค้านะคะ พี่ดูแลเค้าดีจริงๆ”



เรายืนมองหน้ากันอยู่นานนับนาทีหลังจากประโยคนั้นจบ เธอรู้ดีว่าพี่อึนซอก็เสียใจไม่ต่างกัน เราทั้งคู่ต่างก็เสียใจที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรามีรอยร้าวเกิดขึ้นแบบนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะเราพยายามที่จะรักษามันไว้จนมากเกินไป.. ไม่ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจเพราะกลัวว่ามันจะกระทบกระเทือนอีกคน จนมันกลายเป็นการซุกปัญหาไว้ใต้พรมงั้นหรอ



“ที่เค้าถามพี่.. เพราะเค้าไม่อยากให้พี่ฝืน”

“พี่ไม่-”


คำพูดปฏิเสธถูกหยุดไว้ด้วยปลายนิ้วของคนน้องที่ยื่นมาปิดปากของคนที่กำลังจะอ้าปากเถียง อึนซอหลุบตาลงต่ำเพราะไม่กล้าที่จะมองใบหน้าที่ตัวเองเคยชื่นชมว่ามันสวยมากแค่ไหน ใบหน้าที่หวงเหลือเกินเวลาที่ใครๆต่างจ้องมองเวลาที่เดินด้วยกัน แต่ตอนนี้เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา โดยมีเขาเป็นต้นเหตุ



“ถ้าพี่ยังไม่อยากใช้คำว่าแฟนกับเค้า เราพักไว้ก่อนมั้ย …อาจจะเพราะเป็นแฟนกันรึเปล่าเลยทำให้พี่กังวล กดดันว่าจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ จนมันทำให้พี่คิดว่าพี่ดูแลเค้าไม่ดี ทำให้พี่เหนื่อย ”
 


“….”


“เค้าไม่เคยต้องการอะไรมากกว่าตอนแรกที่เรารู้จักกันเลยค่ะ ทุกอย่างที่พี่ทำให้เค้าในตอนนั้น คือสิ่งที่ทำให้เค้าชอบพี่”

“….”


“แต่ถ้าพี่เหนื่อยที่จะให้เค้าแล้ว พี่.. พอก็ได้นะ”


คนที่ทำเก่งบอกให้อีกฝ่ายพักในความสัมพันธ์เมื่อครู่ กลับมีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ทั้งที่ใจไม่เคยคิดอยากจะให้พี่เขาหายไปไหนเลย แต่กลับต้องพูดในสิ่งที่ตรงข้ามเมื่อคิดว่าต่อไปเขาอาจจะอึดอัดและไม่มีความสุข เธอทนเห็นแก่ตัวรั้งเขาไว้ไม่ได้หรอกหากพี่อึนซอต้องมาอยู่กับเธออย่างที่เขาเองก็ไม่ได้มีความสุข หากความสุขของเขาคือการอยู่คนเดียว เธอเองก็จะยอมอยู่คนเดียวเหมือนกัน


เจ็บมากหน่อย แต่เดี๋ยวก็หาย  



“พี่ดีใจมากนะที่มีเธอเข้ามา พี่มีความสุขทุกครั้งเลยเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน พี่ยอมรับว่าพี่เคยชินกับการอยู่คนเดียว..”

        
“….”


แต่คนเป็นแฟนกันมันก็ต้องค่อยๆปรับกันไปใช่มั้ย.. 
..ให้พี่แก้ตัวนะซองโซ พี่ขอโทษ”  



คนเป็นพี่เดินเข้ามาสวมกอดเด็กขี้เเยตรงหน้าเขาอย่างเต็มรัก กอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทั้งหมด ทั้งขอโทษและคิดถึง มันไม่มีคำไหนที่จะแทนความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้เท่าการโอบกอดเด็กตรงหน้าอีกแล้ว มือเรียวถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการปลอบประโลมอีกอย่าง สัมผัสแผ่วเบาที่ศรีษะกลับยิ่งทำให้คนที่ถูกปลอบร้องไห้มากกว่าเดิมไปอีก เธอคิดถึงสัมผัสจากคนพี่เหลือเกิน ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้โดนกอดแบบนี้ ไม่ได้โดนลูบหัวแบบนี้ ทุกสิ่งที่อย่างทำให้เธอรู้ว่าสัมผัสนี้คือของพี่อึนซอจริงๆ เฉิงเสี่ยวไม่ได้คิดไปเอง



 “ขนาดเธอที่ไม่ค่อยพูดความรู้สึกยังยอมพูดออกมา พี่เองก็คงจะต้องปรับตัวบ้าง ให้เธอปรับอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”

“พี่จะอยู่ต่อหรอ..”

“อยู่สิ”

“งั้นไม่ต้องพยายามที่จะอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ เค้ารู้ว่าพี่อยู่ได้สบายๆ"  


      
แต่... ช่วยค่อยๆเอาเค้าเข้าไปอยู่ในชีวิตของพี่ด้วยได้มั้ย”  


“ได้สิ”


“ขอบคุณนะคะ”


สิ่งที่จำเป็นหากจะต้องลงในสนามแข่งที่ชื่อว่า “ความสัมพันธ์” สิ่งที่เฉิงเสี่ยวจะให้เราทั้งสองคนพกไปด้วยคือ “ความสม่ำเสมอ ความเข้าใจ และการเปิดใจ” ความสัมพันธ์ที่เป็นรอยร้าวในครั้งนี้ เธอเชื่อว่ามันคือการร้าวเพื่อหลอมขึ้นมาใหม่ หวังเหลือเกินว่ามันจะแข็งแรงและทนได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเธอเชื่อว่าทั้งตัวเองและพี่อึนซอ ก็อยากที่จะรักษามันไว้นานๆเหมือนกัน


โชคดีจัง.. ไม่ต้องไปนั่งเปิดฝักบัวรดตัวเองอย่างที่คิดไว้แล้ว <3





ชั่ววูบมากค่ะ.. แต่งไวที่สุดตั้งเเต่เคยแต่งมาเลย 
ตอนแรกกะจะเขียนเป็น drabble ไปๆมาๆเกินเฉยเลยอะ เเงเเอ ;;-;; 
ปกติเคยแต่งเเต่ฟีลกู๊ดหน่อยๆ รอบนี้ถือว่าเปลี่ยนเเนว ยากจนเจ่บหัว 

ถึงฟิคจะดราม่า เเต่คงน้อยกว่าสถานการณ์คู่ชิปเราๆในตอนนี้เนาะคะT-T

แล้วเจอกันนะคะ :D 

#RestEunxiao 
#เรสท์อึนเสี่ยว 
 




SHARE
Writer
flexinwhale
chengxiao's mommy
in your ocean.

Comments

myfoxmk
6 months ago
โหหหห ตอนแรกนึกว่าจะดราม่าน้ำตาไหลเกียมทิชชู่ไว้ซับหัวตาแล้วนะคะ แต่สุดท้ายก็จบด้วยดีไอ้ตอนะไอ้ตอทำน้อนเสียใจฮื่ออยากหยิกหลังจริงๆ ขอบคุณที่แต่งออกมาให้อ่านนะคะ /กราบตัก
Reply