“葡萄籽” ผูเถ่าจือหรือ เมล็ดองุ่น
营养每天一词!
สารอาหารวันละคำ (今天讲到…)วันนี้เสนอคำว่า “葡萄籽” ผูเถ่าจือหรือ เมล็ดองุ่น

องุ่น เป็นพืชยืนต้น มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อย มีลักษณะเนื้อแข็งและมีลำต้น กิ่งถาวรอายุเกิน 1 ฤดู ถ้าปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติจะเลื้อยเกาะกิ่งไม้ ใบกลมขอบหยักเว้าลึก 5 พู โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียวมีหมวก จะหลุดออกเมื่อดอกบานกลีบดอกเมื่อบานสีขาว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 กลีบ เป็นผลเดี่ยวที่ออกเป็นพวง (เป็นผลเดี่ยวที่เกิดจากดอกช่อแต่ดอกไม่หลอมรวมกัน) ผลย่อยรูปกลมรีและฉ่ำน้ำ มีผิวนวลเกาะและรสหวาน มีสีเขียว, ม่วงแดงและม่วงดำแต่งต่างตามสายพันธุ์ ในผลมีเมล็ดเล็กๆ เรียวยาวตามแนวของผลองุ่น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการบ่งบอกว่ามีการปลูกองุ่นกันมามากกว่า 5,000 ปี แต่จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จากการจัดเรียงลำดับจีโนมของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ พบว่า มนุษย์รู้จักและบริโภคองุ่นมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15,000 ปีแล้ว ซึ่งนับว่าตั้งแต่ยุคที่มนุษย์จะรู้จักการเพาะปลูก

องุ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว และเขตร้อน สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาในสมัยใด แต่คาดว่าน่าจะนำเข้ามาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระองค์ท่านได้นำพันธุ์ไม้แปลกๆ จากต่างประเทศที่ได้เสด็จประพาสมาปลูกในประเทศไทย และเชื่อว่าในจำนวนพันธุ์ไม้แปลกๆ เหล่านั้นน่าจะมีพันธุ์องุ่นรวมอยู่ด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 7 มีหลักฐานยืนยันว่าเริ่มมีการปลูกองุ่นกันบ้างแต่ผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยว การปลูกองุ่นจึงซบเซาไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้เริ่มมีการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง โดย หลวงสมานวนกิจ ได้นำพันธุ์องุ่นมาจากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และปี พ.ศ. 2497 ดร.พิศ ปัญญาลักษณ์ ได้นำพันธุ์องุ่นมาจากทวีปยุโรปซึ่งสามารถปลูกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นับแต่นั้นมาการปลูกองุ่นในประเทศไทยจึงแพร่หลายมากขึ้น

อนึ่ง ในกฎมณเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา มีข้อความกล่าวถึง "ป้อมสวนองุ่น" จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะมีการนำพันธุ์องุ่นมาปลูกแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา

*เมื่อครั้งที่ผู้เขียนเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โย้วเจียง เมืองไป่เซ่อ มณฑลกว่างซี(ค.ศ.2013) มีครอบครัวบุญธรรมได้เก็บองุ่นป่าที่มีลักษณะผลเล็กๆ สีม่วงแดงเข้มมีเมล็ดน้อยหรือแทบไม่มีเมล็ดเลยมายัดลงในไห แล้วนำเอาน้ำองุ่นมาดื่มฉลองในเทศกาลต่างๆ ซึ่งภายหลัง(ค.ศ.2017) ผู้เขียนได้เห็นมีการจำหน่ายในตลาดที่เมืองไทย ที่คนไทยเรียกว่าองุ่นไขปลา
#ประโยชน์

1. ทำให้หลอดเลือดฝอยมีความยืดหยุ่น สามารถนำพาสารต่างๆ ในเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ได้ดีขึ้น เช่นรากผม โคนเล็บ

2. ประกอบด้วยสารโพรแอนโธไซยานิดิน(Proanthocyanidins) ซึ่งเป็นไฟโตนิวเทรียนท์ กลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง หรือเรียกว่า สารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์

3. ช่วยเพิ่มระดับของวิตามินซีภายในเนื้อเยื่อเซลล์

4. ยับยั้งเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส(Hyaluronidase) และเบต้า-กลูคิวโรนิเดส(Beta-glucuronidase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสลาย และการผลัดเปลี่ยนของสารประกอบในผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น

#ลดพุงลดโรค
#ไม่ได้กวนแต่จะชวนมาอ่อนวัย(ไว)

The Mentor Mimi
SHARE
Written in this book
Healthy Dialogues
Writer
NadiaWisz
Writer
Health and Wellness 健康从自己开始。สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา 健康不能等。สุขภาพที่ดีมิอาจรอได้ เมื่อกล่าวถึงคำว่า “สุขภาพดี” เรามักจะนึกถึงโรงพยาบาล คุณหมอคุณพยาบาล ทั้งที่จริงๆ แล้วควรจะนึกถึงตัวเราเอง สุขภาพที่ดีควรประกอบไปด้วย 1. สภาพร่างกายทุกระบบภายในร่างกายทำงานผสานกันได้ดีไม่มีบกพร่องตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 2. จิตใจผ่องใส ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขเบิกบานใจไร้กังวลจากสภาวะการณ์ต่างๆ 3. เป็นผู้ที่มีความสง่าผ่าเผยในทุกสังคม เป็นที่ยอมรับในทุกๆ สังคม ไม่เป็นผู้ที่หลบๆ ซ่อนๆ จากกวดวงของสังคม เป็นผู้ที่เปิดเผย เป็นที่ไว้วางใจของสังคม 4. เป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง ไม่พร่องทางศีลธรรมจรรยา 5. เพื่อลดพุงลดโรค(How To Lose Belly Fat in 60 days.No Side Effects)

Comments