ปิดหนังสือ เปิดชีวิต
หนังสือที่จะกล่าวถึงคือหนังสือพัฒนาตัวเอง รวมทั้งคลิปและหนังสือเสียง สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ ถ้าฟัง ดู อ่าน แล้วนำไปใช้ระยะยาว แน่นอนว่ามันมีโทษเมื่ออ่านแล้วไม่นำไปใช้ และอ่านๆๆๆๆอย่างเดียว

เราเคยอ่าน ดู ฟังชนิดที่ว่าเปลี่ยนวิธีแทบทุกอาทิตย์นอกจากจะไม่พัฒนาแล้ว ยังเพิ่มความเครียด แนวคิดตีกันบ้าง วิธีมันสวนทาง และอีกมากมาย

วิธีหรือแนวคิดที่สื่อบอก มันอาจจะดีสำหรับบางคน แต่บางคนก็ไม่เหมาะ เพราะมนุษย์มีไลฟ์สไตล์หลายแบบ นิสัยหลายอย่าง ความต้องการก็แตกต่าง เหมือนสกินแคร์ บิวตี้บล็อคเกอร์ บอกว่าตัวเองผิวแพ้ง่ายมาก(กอ.ไก่ล้านตัว)ใช้ตัวนี้แล้วไม่แพ้ แต่เราอาจจะแพ้ 
ลางเนื้อชอบลางยา
วิธีการหาวิธีหรือแนวคิดที่ดีกับเราจริงคือปิดทุกอย่าง แล้วออกไปใช้ชีวิต ช่วงแรกอาจจะงง เพราะไม่เคยอยู่โดยไร้คำแนะนำ ก็ลองสรุปออกมา แล้วลองไปใช้ดู แล้วระหว่างนั้นก็ปรับให้เหมาะกับตัวเรา

เราไม่ได้ห้ามอ่านหนังสือ ดูคลิป หรือฟังหนังสือเสียงทั้งหมดนะ เราสนับสนุนการอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับอาชีพ หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจ แทนการอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง หน้าที่การงานจะพัฒนามากกว่านะ

เพื่อนเราพูดประโยคหนึ่งเราคิดได้เลย ระหว่างเดินเล่นร้านหนังสือกับเพื่อน
หนังสือวิธีรวยเขียนโดยคนรวย ขายคนจนหนังสือวิธีประสบความสำเร็จ ขายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จประโยคทีี่สองเหมือนโดนอีโต้ปัก นั้นหมายความว่าเราตัดสินตัััััวเองไปแล้วว่่่าเป็นคนไม่ประสบความสำเร็จจึงซื้อมันมา เจ็็็บดีแท้ เราก็เลยได้วิธีีีีคิดว่า วิธีประสบความเร็จและวิธีีรวยของเรามีแต่ตัััวเราเท่านั้นที่จะค้นพบ

อันนี้คือแนวคิดการใช้ชีวิตแบบเรา 
The harder I work, the luckier I get
ขอให้ทุกคนโชคดี😊
SHARE
Written in this book
These're What I see
สิ่งที่พบ สิ่งที่ค้นพบ สิ่งที่แสวงหา ประสบการณ์ และคำแนะนำ
Writer
MilkNorm
Ordinary Human Being
The more I work, the luckier I get

Comments