ใครๆก็บอกว่าที่นี่น่าเที่ยว
วันนี้มีเหตุให้เข้าไปทำธุระเป็นเพื่อนเพื่อนที่ศูนย์ราชการแห่งหนึ่ง สถานที่ราชการในเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่พอประมาณ แปลกใจเล็กน้อยที่ไม่มีคนมาติดต่อราชเยอะมาก อาจจะเพราะเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ ทำให้ยังไม่ค่อยมีกระจิตกระใจจะมาดำเนินการอะไรกันมาก หรืออาจจะเพราะว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายหลังพักเที่ยง ทำให้ผู้คนไม่ได้คับคั่งเหมือนช่วงเช้า

พนักงานเพิ่งกลับจากกินข้าวกัน ซึ่งฉันเองก็เพิ่งกินข้าวมาเหมือน อากาศยามบ่ายในประเทศที่มี 4 ฤดูนี่มันน่านอนจริงๆนะ เปลือกตาค่อยๆหลับพริ้ม เคลิ้มไปกับลมพัดอ่อนๆด้านนอก เปิดประตูเข้าไปร่างกายก็ปะทะเข้ากับลมอุ่นจากฮีตเตอร์ แหมะ.. แต่ก็นะต้องทำธุระให้เสร็จ

เพื่อนจัดการธุระเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีเป็นอันเสร็จ ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ทำงานเร็วมาก อาจจะเพราะไม่ต้องต่อคิว ไม่เหมือนกับช่วงต้นปีปีที่แล้วที่ต้องต่อคิวนานมาก ออกจากบ้านไปแต่เช้ากว่าจะได้กลับก็ราวๆสี่โมงเย็น

ช่วงระหว่างนั่งรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการ มีหญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามา ดูจากรูปร่างและลักษณะท่าทางคิดว่าไม่น่าใช่คนท้องถิ่น เธอเดินเข้ามาเพื่อติดต่ออะไรสักอย่าง ซึ่งฉันเองก็ฟังไม่ถนัด จับใจความได้ประมาณว่าเธอเข้ามาเพื่อติดต่อขอคำปรึกษาทำวีซ่าแบบพิเศษ ซึ่งน่าจะเป็นประเภทที่ไม่ได้มีคนมาขอทำเรื่องบ่อยนัก 
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งกับเธอว่า `ที่นี่ไม่เอกสารเฉพาะสำหรับการยื่นขอวีซ่าแบบนี้ คุณต้องไปคิดมาเองว่าเอกสารอะไรที่จำเป็นในการยื่นขอวีซ่าครั้งแบบนี้ แล้วนำมาส่ง.... `
หญิงสาววัยกลางคนได้แต่กล่าวขอบคุณและเดินออกไปอย่างไร้ความหวัง

นี่เป็นคนฟัง เอ่อ.. หมายถึง บังเอิญได้ยิน แล้วยังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นเขาคงต้องการมาสอบถามเพื่อขอคำปรึกษาว่าตัวเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง เอกสารประเภทไหนหรือแนวไหนที่จะทำให้เขาได้วีซ่าแบบนี้ เอกสารสำคัญที่ทางราชการต้องการคือชนิดใด เรารู้สึกว่าคำตอบที่ได้ดูเย็นชามากเลย เจ้าหน้าที่อาจจะลองพยายามสอบถามไปทางสำนักงานใหญ่ว่าคนที่เคยขอวีซ่าประเภทนี้ ปกติใช้อะไรเป็นหลักฐานในการยื่น อย่างน้อยๆก็ยังพอเป็นแนวทางให้เขาได้บ้าง 

คนต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เวลาเจอแบบนี้ก็จ๋อยๆเหมือนกันนะ เหมือนเราต้องการที่พึ่งแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง พอสอบถามแล้วเป็นแบบนี้ก็รู้สึกไม่อยากถามต่อแล้วล่ะ
ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกันไหมนะ แต่อาจจะเพราะที่แห่งนี้เป็นศูนย์ราชการในเมืองเล็กๆทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อทำเรื่องวีซ่ากันไม่มากนะ เจ้าหน้าที่จึงอาจจะไม่ทราบรายละเอียดเมื่อต้องเจอการขอวีซ่าในประเภทที่ตัวเองไม่คุ้นชิ้น คิดเล่นๆว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้าไปถามในศูนย์ราชการศูนย์ใหญ่ อาจจะไม่ได้รับคำตอบแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ... เราก็อยากติดต่อศูนย์ราชการใกล้บ้านมากกว่า ใครจะอยากเดินทางไกล ไหนจะต้องเสียเงิน เสียค่าเดินทาง เสียเวลาอีก

พอทำธุระเสร็จแล้ว เปิดประตูกลับออกมา หญิงสาววัยกลางคนคนนั้นก็หายไปเสียแล้ว
แปลกดีที่เราก็รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์แบบนี้
แต่มันน่าเศร้าใจจริงๆนะ เหมือนเรามาสอบถามแล้วไม่ได้คำตอบ 
นี่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อเลย
น่าจะดีถ้าเธอสามารถเปิดอินเตอร์เน็ตและเสิร์ชหาข้อมูลได้บ้าง
แต่ถ้าทำได้แบบนั้น เธอคงไม่ต่อถ่อเดินทางมาถึงที่นี่
ที่เธอตัดสินใจมาที่นี่เพราะที่นี่จะเป็นที่เดียวที่ให้คำตอบเธอได้ชัดเจนที่สุด

ชัดเจนในความไม่ชัดเจน
สถานที่ที่เหมือนจะชัดเจนแต่ไม่ชัดเจน
วัฒนธรรมที่น่าอยู่แต่บางครั้งก็ไม่น่าอยู่
ความมัวๆก็สังคมแบบนี้มันก็ทำให้ใจเราสั่นไหวได้ไม่น้อยเหมือนกันนะ 






SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments