夢 / Dream / Όνειρο / 꿈 / drømme / ความฝัน
มีความฝันกันตั้งแต่เมื่อไหร่หรอ ?

บางครั้งที่พูดออกไปอย่างไม่ได้คิดว่า
ความฝันที่แท้จริงแล้วของเราคืออะไรกันแน่
หรือบางครั้งก็พูดออกไปว่ามี
ทั้งที่มันยังไม่ชัดเจนเลยแม้แต่นิดเดียว
การตอบออกไปว่ายังไม่ได้คิดกลับกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่เคยคิดเลย                                                 ถ้าหากมันถึงเวลาที่ต้องตอบคำถามนี้อย่างจริงจัง

การเรียนในปัจจุบันของเราจะสอดคล้องกับความฝันได้ไหมนั้น
ไม่มีใครรู้ เพียงแต่ในเช้าตรู่วันนี้ ที่ตัวผมตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงฝนกระหน่ำ
ด้านนนอกหน้าต่างนั้น ทำให้ไม่มีอะไรทำนอกจากนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
มองไปที่คีย์บอร์ดและสมุดที่เคยขีดเขียนอะไรมากมาย

บวกกับเวลาว่างที่ทำให้ผมดูซีรีย์จบไปหนึ่งเรื่อง พร้อมกับแรงบันดาลใจใหม่ ที่จะตอบกลับถึงความชัดเจน      ในเรื่องความฝันของตัวเอง 
เวลาในการเรียนของชีวิต ที่ผ่านมาร่วมสิบปี
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ตอบโต้กับตัวเองได้ชัดเจนขนาดที่ไม่ต้องถามใคร
ชีวิตที่ผ่านมาช่างจืดชืด และเรื่อยเปื่อย
น่าเบื่อ แต่ละวันผ่านไปเพียงแค่การกินนอนให้หมดวัน
แต่ ตั้งแต่ที่เขาเข้ามา ใช่ 
เขาที่ว่าก็คือ เจ้าของเรื่องราวใน The Balloon เขาเปลี่ยนชีวิตที่จืดชืดและน่าเบื่อไป พอถึงเวลาที่ต้องจากกัน  เขาทิ้งคำถามไว้ให้ผมมากมาย รวมถึงเรื่องอนาคต ความฝันด้วย

ถ้าหากคุณยังไม่มีอนาคตหรือความฝันที่ชัดเจน ในการใช้ชีวิตต่อไป
คุณจะกล้าดึงใครเข้าสู่เส้นทาง ที่แสนคลุมเคลือนี้ไหม
ถ้าเป็นผมในตอนแรกคงไม่คิดอะไรมาก และตอบกล้าภายในเวลาไม่กี่วินาที
ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เวลาที่ผ่านมานิสัยการเป็นคนคิดมาก
ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย คงเพราะเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเยอะไปหน่อย
คำถามกับความรู้สึกมากมายที่เขาทิ้งไว้ อยู่ๆก็กลายเป็นแรงผลักดันที่ค่อนข้างแรง เพราะต่อจากนี้              เค้าคงจะไม่ผลักดันอีกต่อไปแล้ว ความฝันที่แท้จริงของผมคงเริ่มต้นที่ตรงนี้

หวังว่ามันจะไม่ช้าเกินไปหรอกมั้ง
ก็คงทำได้แค่มุ่งมั่นแล้วก็ทำมัน ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเข้าไป
จนกว่าจะถึงตอนจบ
ก็เหมือนกับเขียนบทความแหละมั้ง
ที่ถ้าหาก หมดหัวข้อเขียน ก็คงเขียนเรื่องราวต่อไม่ได้
แต่ถ้าหากยังมีหัวข้ออยู่ เดี๋ยวเนื้อหาก็คงออกมาจากปลายนิ้วเองแหละ “มั้งนะ”
แล้วคุณละ ความฝันที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ตอนไหนหรอ ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ





คนเรามีแรงขับเคลื่อนกับแรงบรรดาลใจที่ได้รับมานั้นต่างกันออกไป
และกว่าจะได้เจอสิ่งเหล่านั้น มันคงยากมากๆ แต่มันก็เหมือนกับเช็คพอยท์
ที่ถ้าหากเราหมดไฟ หรือ แรงบรรดาลใจนั้น ก็ยังย้อนกลับมาที่จุดนี้
และออกสตาร์ทต่อ เพื่อไปหาจุดเช็คพอยท์ข้างหน้าแหละเนาะ

ก็จุดจบมันยังอยู่อีกไกลนี่น่า

TUESDAY 8 JANUARY 2019 04:09 PM

แค่จู่ๆก็เหมือนตอบโจทย์ความฝันของตัวเองได้มากขึ้น
เลยคว้าคีย์บอร์ดกับไอแพดออกมาข้างนอกละก็ละเลงเสียเลย
ตลกดีเนาะ 



SHARE
Written in this book
เรื่องราวที่ประทับไว้ที่ใจและความทรงจำ
ถ้าหากเราลองเก็บเรื่องราวที่ผ่านมามากมาย ด้วยการประทับมันไว้ที่ใจ โดยใช้ความรู้สีกประทับใจเป็นเงื่อนไข มันจะแตกต่างจากการเก็บไว้ในความทรงจำ ทั่วๆไปหรือไม่กันนะ แล้วจะลองทำดูละกัน
Writer
Risker
writer
ชอบอ่านในสิ่งที่ชอบ ชอบเขียนในสิ่งที่ชอบ เราแค่ทำในสิ่งที่ชอบ ที่มันไม่เดือดร้อนเรา และไม่เดือดร้อนใคร :)

Comments

iMeowEang
2 months ago
ดอกไม้คล้ายกับภาพเขียนบนผนังวัดที่เคยไปวาดเลย
Reply
Risker
2 months ago
ลองวาดเล่นเพราะไม่รู้จะหาภาพอะไรมาใช้ในหน้าปกดี ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาอ่าน :)