เรื่องเขาเรารู้ เรื่องกู ...ไม่รอด
เห็นมีคนโทรเข้าไปหาพี่อ้อยพี่ฉอด เล่าเรื่องความรักที่เอาตัวกันไม่รอดทุกวันตลอด seven days ก็ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งบ้าง แต่เอาจริงๆก็คือสนุกทุกเรื่อง (แถมถ้าดราม่ากว่าชาวบ้านเค้าหน่อย ก็อาจจะได้ค่าตอน เป็นต้นเรื่องทำซีรีส์อีกตะหาก)

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเรื่องเล่า เรื่องรักของเราสอง (บางทีสาม บางทีอาจจะสี่) แม้เราจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่โคตรจะส่วนตั๊ว ส่วนตัว แต่เวลาฟังคนโทรมาเล่า เรากลับอินเหรอ เข้าอกเข้าใจอย่างกับไปอยู่ในเหตุการณ์ แม้เราจะไม่รู้จักเขาก็ตาม (แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นก็ขอฟังเรื่องตรงนี้ต่ออีกแปปนึง มีวาร์ปอีนั่นรึเปล่าคะ หรือว่าลายแทงว่าทำงานที่ก็ได้ ก็แหม๋ จะตัดสินเรื่องราวได้ ก็ต้องมีข้อมูลครบซักหน่อย เผื่อออกตัวแรงจะได้ไม่โป๊ะ!)

นอกจากความอินที่พลุ่งพล่าน ยังมาพร้อมความอยากจะแก้ปัญหาให้เค้าด้วย! ก็แหมถ้าเป็นเราก็คงทำแบบนี้ไปแล้ว ไม่ต้องมาทนระทมทุกข์ แม้จะรู้ว่าบางครั้งเค้าแค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆก็ตาม แต่ก็นะ ใครจะรู้ว่าคนที่เราเล่าให้ฟังจะเอาเรื่องของเราไปคิดอะไรต่อบ้าง ดังนั้นคนเราเลยมีที่ระบายไม่เหมือนกันไงล่ะ

อย่างเช่นบางคนที่ครอบครัวสนิทชิดเชื้อ ก็อยากเล่าให้ครอบครัวฟัง
บางคนเลือกเล่าเฉพาะเพื่อนสนิทเพราะรู้จักตัวละครที่จะเล่ากันอยู่แล้ว
บางคนก็สามารถเล่าได้แม้กับคนไม่สนิท อันนี้อาจจะแค่ต้องการระบายและไม่ต้องการให้คนที่ฟังตัดสินเรา(แต่ช่วยตัดสินเค้าที)

แต่บางคนก็เล่าเพราะอยากจะได้คำปรึกษาจากคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ!! 

แล้วใครกันที่เราจะสามารถเรียกได้ว่าเป็น
ผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐาน ISO ด้านความรัก
จนอยากให้มาตัดสินความรักของเรา?

“ รั ก ค น อื่ น ม า ก ไ ม่ เ ป็ น ไ ร
แ ต่ ต้ อ ง รั ก ตั ว เ อ ง ใ ห้ เ ป็ น ”

“ อ ย่ า วิ่ ง ต า ม ใ ค ร สั ก ค น
จ น เ ร า ไ ม่ เ ห็ น ค่ า ข อ ง ตั ว เ อ ง ”

“ อ ย่ า ค า ด ห วั ง
ค ว า ม เ ห มื อ น เ ดิ ม จ า ก ใ ค ร
ใ น เ มื่ อ โ ล ก ยั ง ห มุ น ไ ป ทุ ก วั น ”

อ่าาาาาา เหมือนฝนตอนหน้าแล้ง
เหมือนน้ำล้างตาที่ล้างเศษฝุ่นผงที่มันเป็นม่านบังตาให้โลกพลันสว่างขึ้นมา
และใจเรามันได้รับการฟื้นฟูยิ่งกว่าทำ hifu ตอนมีโปรโมชั่น

ก็ไม่รู้ว่าไอ้คำง่ายๆที่มีอยู่กลาดเกลื่อน ทำไมต้องรอคนมาคอยบอกคอยสอน
ทั้งๆที่เราก็รู้ เคยรู้ หรือเคยสอนคนอื่นด้วยซ้ำ



คำตอบง่ายๆก็คือ คนนั้นต้องเป็น
ใ ค ร ก็ ไ ด้ ที่ ไ ม่ ใ ช่ ตั ว เ อ ง
ใ น วั น ที่ กํ า ลั ง อ ยู่ ก ล า ง พ า ยุ
เพราะการที่เราจะเลือกสั่งสอนหรือให้คำแนะนำใครจากเรื่องที่เขาเล่ามันช่างง่ายดาย ยิ่งปัญหาของคนที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับเราซักเท่าไร ถึงเขาจะเป็นจะตาย ถึงเราจะสงสารแค่ไหน เราก็ไม่ต้องแบกรับหายนะที่เขากำลังเผชิญซักหน่อย เอ้า! ขอให้ได้แนะนำ จะทำตามหรือไม่ยังไง
ชั้นก็ไม่มีผลอยู่แล้ว


“ รั ก ค น อื่ น ม า ก ไ ม่ เ ป็ น ไ ร
แ ต่ ต้ อ ง รั ก ตั ว เ อ ง ใ ห้ เ ป็ น ”
( ในวันที่ทุ่มเทไปแล้วกว่า 16 ปี )


“ อ ย่ า วิ่ ง ต า ม ใ ค ร สั ก ค น
จ น เ ร า ไ ม่ เ ห็ น ค่ า ข อ ง ตั ว เ อ ง ”
( ในวันที่ถ้าไม่วิ่งก็ต้องเหงาอยู่คนเดียวตลอดชีวิต )


“ อ ย่ า ค า ด ห วั ง
ค ว า ม เ ห มื อ น เ ดิ ม จ า ก ใ ค ร
ใ น เ มื่ อ โ ล ก ยั ง ห มุ น ไ ป ทุ ก วั น ”
( ในวันที่เหมือนเดิมของเราอาจจะหมายถึงความรัก )


แต่ถ้าปัญหาเดียวกันเกิดขึ้นกับตัวเราเองเมื่อไร ก็ใช่ว่าจะตัดสินใจ
หรือหาทางออกกันได้ง่ายๆแบบที่เคยแนะนำคนอื่น เพราะการตัดสินใจในแต่ละครั้งมันส่งผลที่อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ทั้งนั้น จะตัดสินใจอะไร นอกจากข้อคิดจากคำคมสั้นๆก็อาจจะต้องไตร่ตรองหาเหตุผลและเอาตัวเองออกจากกลางพายุให้ได้ก่อน

ถ้าเลือกเชื่อมั่วซั่ว อาจชีวิตเปลี่ยนไปในแบบที่เราไม่ได้ต้องการ(ไปตลอดกาล)
แล้วจะโทษใครก็ไม่ได้

เขียนโดย 
ยิ้ม
(ยืมแอคเคาท์เพื่อน)
SHARE
Writer
pratchyakorn_01
Philosopher
ชีวิตสั้น / เกินกว่า / จะแมส

Comments

KCstory
9 days ago
เขียนดีจัง ชอบอ่านค่ะ
Reply
pratchyakorn_01
7 days ago
ขอบคุณมากครับ :) มีไอเดียอีกเยอะเลย รออ่านนะ
WaranS
8 days ago
จริงนะคะ วันที่เราอยู่กลางพายุ คำพูดดีๆ มากมายที่เคยมีให้ตัวเองและให้คนอื่น มันหายไปหมดเลย ต้องให้คนอื่นนั่นแหละเดินเข้ามาเขย่า ถึงพอจะได้สติขึ้นมาบ้าง
ขอบคุณที่เขียนมาแบ่งปันกันนะคะ
Reply
pratchyakorn_01
7 days ago
บางปัญหาเราก็แก้เองไม่ได้ครับ ยอมรับว่าวันนี้เราอ่อนแอ แล้วไปหาคนช่วยดึงเราขึ้นมาดีกว่า :)