Stock-Home(not)Alone : เมื่อฉันค้างสนามบิน
เที่ยวบินเดินทางไปสต้อกโฮมของฉันจะออกในตอนรุ่งสาง แม้ไม่เช้าตรู่ แต่ก็ไม่มีขนส่งสาธารณะที่จะพาฉันจากรอบนอกของมิลานมายังสนามบินเมืองข้างๆได้ทันเวลา ทางเลือกก็มีมาก ทั้งยอมจ่ายค่าแท๊กซี่แพงหูดับ หรือมาพักแถวสนามบิน แน่นอนว่าฉันไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินหนัก จึงเลือกพัก...ในสนามบิน

เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยหายห่วง ฉันหาข้อมูลอย่างหนักว่าสามารถพักในสนามบินได้ มิฉะนั้นอาจต้องหนาวตายอยู่ภายนอก ไม่น่าเชื่อว่ามี website ที่ให้ข้อมูลการค้างอ้างแรมที่สนามบินทั่วโลกโดยเฉพาะ อ่านไปก็สบายใจไปหลายเปลาะ

ถึงเวลาเดินทางจากที่พักไป Centrale สถานีรถไฟหลักกลางกรุงมิลานที่ซึ่งเป็นจุดจอดของรถโดยสารไปต่อที่ต่างๆรวมถึงสนามบิน

ฉันจองตั๋วไว้ล่วงหน้า ลงเวลา 23.59 แต่เมื่อไปถึงก็พบว่ามาซื้อหน้างานได้รถไม่เต็มไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจอง 0.5 ยูโร

รถโดยสารออกตรงเวลาและถึงตรงเวลา แม้เส้นทางก่อนถึงสนามบินจะติดหนักมาก ไม่ใช่ติดเพราะรถวิ่งแต่ติดเพราะรถจอด ฉันเดาว่าคงเป็นรถ Uber มาจอดรอรับผู้โดยสารตามที่เห็นบ่อยๆข้างทางก่อนวิ่งเข้าสุวรรณภูมิ

เมื่อก้าวเข้าไปในสนามบินก็ตกใจกับขนาดที่เล็กกะทัดรัดและความแออัดที่ตรงกันข้าม เป็นเวลาตีหนุ่งกว่าแล้วแต่พื้นที่ในสนามบินล้วนถูกจับจอง เมื่อไม่เหลือที่ว่างบนเก้าอี้ พื้นที่ข้างทางเดินจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่นอนหลับใหลมีกระเป๋าเดินทางหนุนต่างหมอน

หลังเดินทั่วสนามบิน ฉันก็หาเก้าอี้ว่างได้ตัวหนึ่งจึงรีบนั่งกะจะแช่ยาวๆ แต่เมื่อครอบครัวข้างๆลุกออกไป หนุ่มอิตาเลี่ยนคนหนึ่งก็มานั่งข้างๆพร้อมเล่นมือถือฆ่าเวลา ฉันไม่ว่าอะไรเลยหากเขาจะใช้เวลาในโลกส่วนตัวอย่างเงียบๆ แต่หนุ่มเจ้ากรรมก็เปิดคลิปวีดีโอดูซะดังโดยไม่ใช้หูฟัง ฉันถลึงตามองหลายต่อหลายรอบก็หาได้ยี่หระไม่ ยังคงอยู่ในโลกที่หมุนรอบตัวเองต่อไปไม่สนใจใครไม่เกรงใจคนรอบตัว ฉันหมั่นไส้จึงถอดหูฟังออกแล้วเร่งเสียงลำโพงให้ดัง ในนางฟังหนัง Netflix กับฉันด้วย แต่นางก็หาได้แคร์ไม่ สุดท้ายฉันรำคาญตัวเอง ถอนหายใจแล้วใส่หูฟังต่อไป

อีกข้างหนึ่งนั้นคือชายวัยกลางคนกำลังคุยโทรศัพท์เสียงดังอย่างเมามันส์ ถัดไปคือชายอีกคนที่กำลังหลับใหลไม่รู้เรื่องราวแต่ปล่อยเสียงกรนดังราวเปิดลำโพง

...ก็ต้องพยายามคิดว่าฉันโชคดีแค่ไหนที่อย่างน้อยมีที่ให้นั่ง

ผ่านไปซักพักใหญ่ๆ ชายไร้มารยาทลุกออกไป ชายชรามานั่งแทน แต่ไม่ได้มานั่งข้างฉันหรอกนะ เขามีที่ของเขาที่เก้าอี้ถัดไปอีกตัว ไม่มีใครจับจองเพราะลุงแกเล่นวางของไว้กองเผนิน ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดอะไร แต่สังเกตุซักพักหนึ่งก็พอเดาได้ว่าลุงแกคงเป็น homeless ที่มาอาศัยหลับนอนที่นี่ การแต่งกายแกแม้ไม่ถึงกับสกปรก แต่สภาพสัมภาระที่ประกอบไปด้วยถุงกระดาษเก่าใบใหญ่มากมายใส่ข้าวของพะรุงพะรังก็ห่างไกลจากคนเตรียมจะขึ้นเครื่องบินอยู่ แถมแกยังคุยเล่นทักทายกับเพื่อนบ้าน homeless ในสนามบิน ฉันไม่ได้รังเกียจในความจรจัดของแก แต่แกคงจะคันคอตลอดเวลากระมังจึงส่งเสียงงึมงำได้ตลอด ขณะนี้เป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว สนามบินยังคนไม่บางตาแต่ก็ไม่หนาแน่น ฉันจึงได้ฤกษ์ย้ายที่

ดึกมากแล้ว ฉันงีบหลับไม่ลึกและตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ ราวตีห้าสนามบินก็เปิดอย่างเป็นทางการพร้อมความพลุกพล่านที่มากขึ้น ฉันนั่งรับประทานอาหารเช้าอันประกอบด้วยไข่ต้มสองฟองและเวเฟอร์ที่เตรียมมาจากอพาร์ทเม้นท์ จึงถึงเวลาไปขึ้นเครื่อง

ฉัน online check-in มาแล้วล่วงหน้าตามกฎกติการของสายการบินราคาประหยัด Ryanair จึงนำกระเป๋าไปโหลดและเดินไปตรวจสัมภาระและเข้า gate ไปอย่างสวยๆ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไปอย่าง...

...นี่เค้าไม่ตรวจ passport ฉันหรอ
...แล้ว immigration ล่ะอยู่ไหน

ตกใจจนต้องรีบสอบถามกลุ่มน้องคนไทยในมิลาน ได้ความว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นสนามบินหลักอย่าง Malpensa ก็จะตรวจ ฉันจึงคิดเอาเองว่าคงเป็นเพราะที่นี่สนามบินเล็กไม่มีเที่ยวบินข้ามทวีป ปลอดภัยหายห่วง

...แล้วฉันก็บินออกนอกประเทศไปโดยไม่ได้หยิบ passport ออกมาเลย

SHARE
Written in this book
Stock-Home(not)Alone
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments