นิราศเวียงพิงค์ 2
...ความทรงจำที่ดีๆ คุณเริ่มต้นและเก็บมันไว้ให้ยาวนานอยู่อย่างนั้นได้อย่างไร...
หนึ่งในความทรงจำดีๆ ของผมนั้นคงเป็นที่เชียงใหม่

...แล้วเราก็ขี่ต่อไปจนถึงยอดดอย13 องศาใช่ครับ เราสองคนมาถึงยอดดอยแล้วววววว ที่นี่เวลานี้ อุณหภูมิ 13 องศาเลยเหรอ หูวววว ขณะเดียวกันผมมองเหลือบไปเห็นศูนย์ทางซ้ายมือ น่าจะเป็นศูนย์วิจัยอะไรสักอย่าง ล้อมรั้วเหล็กเชนลิงค์เอาไว้ เดินข้างนอกกันสักพักถ่ายรูปนิดหน่อยก่อนแฟนจะบอกว่าเดินเข้าไปข้างในไหม ผมนี้ตื่นเต้นอีกแล้วซิน่าาาา ก็เลยบอกว่าเข้าไปสิๆ อยากไปๆ

ปากทางเข้าไปมีช้างน้อย 2 ตัว เดินๆ ขึ้นไปจะเห็นป้ายไม้แกะสลักว่า สูงสุดแดนสยาม 
เราไปถ่ายรูปที่นี่กัน ^^"

ผมเดินเข้าไป ทางเป็นขั้นบันไดเดินขึ้นไปเรื่อยๆ มีต้นไม้ปกคลุมอยู่รอบเลย เดินขึ้นลึกเข้าไปก็จะเห็นสถูปเจดีย์ ผมจึงถามว่านี่คืออะไร 

แฟนบอกผมว่านี่คือกู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผมส่งสัยว่ากู่ คืออะไร แฟนบอกว่า กู่เป็นสถูปที่เก็บอัฐินั่นเอง...

ผมเดินเข้าไปบรรยากาศมืดๆ  หนาวเย็น ชื้น...ในช่วงเวลานั้นมีคนไปเที่ยวไม่มาก มีชาวต่างชาติมาเที่ยวด้วยกลุ่มหนึ่ง มีคนไทยกลุ่มหนึ่ง และเราอีก 2 คน

ก็เลยได้ความรู้้เรื่องคำศัพท์ของทางเหนือมาอีก 1 คำ คือคำว่า กู่
นอกจากคำว่ากู่ ก็คงเป็นคำง่ายๆ อย่าง กาด = ตลาด และอีกหลายๆ คำที่น่าสนใจ
หลงรักที่นี่เข้าแล้ว
...ผมเองชอบที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่ไม่เคยได้รู้ อย่างเช่นที่นี่ก็คือประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาและศึกษา การมาที่นี่ทำให้ผมเปิดความคิดได้มากมาย เหมือนได้ค้นพบสิ่งที่ต้องการ อยากตั้งต้นชีวิตที่นี่....กับเธอ และเธอก็พร้อมแล้วเช่นกันเธอบอกเช่นนั้น...

ในหัวของผมคิดอะไรไว้เยอะเลย มีแผนการ การที่ได้คิดมันเพิ่มความสุข เพราะการได้คิด คือคิดในสิ่งที่จะลงมือทำในวันข้างหน้าที่นี่ คิดร่วมกันกับเธอ มันก็เลยสุข...
เพราะมีเธอพี่ถึงมา
พอเราดื่มด่ำกับบรรยากาศและประวัติศาสตร์บนเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยแล้ว ผมก็เดินลงมาจากที่ตรงนั้นมาที่ลานจอดรถที่สองล้อของเราจอดนิ่งอยู่ ผมมองไปรอบพร้อมกับจับมือเธอเอาไวและพูดว่า ดีใจจังที่ได้มาที่นี่ เรามากันบ่อยๆ เนอะ
เธอบอกว่ามาซิค่ะ ใกล้บ้านเรา เราจะมาเมื่อไหร่ก็ได้
พี่เถอะจะอยากมาหรือเปล่า เธอถามผม...
ผมผยักหน้า...และตอบไปว่า มาซิ...เพราะมีเราพี่ถึงมา...
น้ำมันหมด
สักพักเราก็เตรียมตัวลงดอยกันพร้อมกับสองล้อคนเก่ง(เก่งมากที่ขึ้นมาได้ 55)
ผมขี่ลงทางลาดชันนั้นมาเรื่อยๆ พอขี่ลงมาเรื่อยๆ ก็แค่คอยกำเบรคไม่ให้รถไม่วิ่งเร็วเกินไป 
ในขณะนั้นหัวสมองก็คิดอะไรดีๆ ออก ประมาณว่าถ้าเราปิดกุญแจรถไม่เปิด แค่ให้รถไหลลงไปเองเรื่อยๆ ต้องประหยัดน้ำมันแน่ๆ 

ผมเริ่มทำแบบที่คิดไว้เลยครับ บิดกุญแจรถไม่ต้องสตาร์ท แค่ให้รถไหลไปเรื่อยๆ 
อยากบอกว่าการขี่สองล้อลงจากดอยเป็นอะไรที่มันส์มากๆ ๆ ๆ ๆ สุดๆ เลยครับ แต่มันก็อันตรายมากเหมือนกัน บางจุดไม่เป็นทางลาดชันมากก็เลยสตาร์ทรถ
...อ้าว ทำไมน้ำมันหมดได้ เมื่อกี้เข็มที่หน้าปัดยังไม่ลงมาถึงขีดแดงเลยนี่นา 5555 ก่อนหน้านี้ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งอยู่นะ จากที่จำได้
ปั้มหยอดเหรียญเริ่มกลัวว่าน้ำมันจะไม่พอกลับถึงบ้าน ก็เลยถามเธอขึ้นมาว่า แถวนี้มีปั้มไหม เธอบอกว่ามีใกล้กับกาดแม้ววว ผมเลยรีบบิดเลยครับ 555 กลัวน้ำมันหมดก่อนถึงปั้ม
พอไปถึงปั้ม 
อ้าว !!! ทำไมไม่มีคนเติมน้ำมัน เธอบอกผมว่า ต้องเติมเองค่ะพี่ 
ผมเลยถามแบบซื่อๆ ว่า เติมยังไง...?
หยอดเหรียญค่ะหยอดเหรียญ มาๆ เดี๋ยวหนูเติมให้ 5555
ผมนี้ห้ามเลย...เดี๋ยวพี่เติมเอง หยอดไป 100 บาท
นี่คือการเติมน้ำมันครั้งแรกในชีวิต ฮ่าๆ ขำตัวเอง
ทำไมพูดเร็วจังหลังจากที่ลงมาก็หาข้าวกินกันกับที่บ้านแฟนครับ แรกๆ การขยับตัวเพื่อหยิบจับนั่นนี่อาจจะไม่มาก เพราะไม่รู้จะวางตัวยังไง เราเป็นผู้มาเยือนใช่ไหมล่ะครับก็เหมือนเป็นแขก แต่ผมก็ช่วยหยิบจับอะไรบ้างเล็กน้อย อย่างเช่นเรื่องในครัว ยกอาหาร ล้างจาน อะไรแบบนี้
ผมไม่ได้เป็นคนถือตัวอะไรครับ ผมชอบที่จะช่วย ผมมองว่าการได้ช่วยทำให้เรามีกิจกรรมร่วมกับครอบครัวของแฟน จะได้มีเรื่องคุยกันถามกัน และแล้วก็เป็นอย่างนั้นครับ

น้าๆ พูดภาษาเหนือเร็วมากก เร็วจนเราคิดในใจว่า...ทำไมไม่ช้าเหมือนในหนังเลยวะ 555
นั่นซิ นี่เรามาผิดจังหวัดหรือเปล่า หรือว่า เราน่ะคิดไปเองและเข้าใจผิดมาตลอด ก็คงใช่แหละ เข้าใจผิดมาตลอดเลย 5555
เป็นคนจิตใจดี
หลังจากที่กินข้าวกินปลาเสร็จแล้ว มีเวลาว่างๆ ทำอย่างอื่นผมก็ช่วยน้าผู้หญิงทำ อย่างเช่นช่วยเอาปลาแห้งใส่ถุงเพื่อเอาไว้ไปขายในตลาด นั่นคือธุรกิจเล็กๆ ของน้าครับ ระหว่างที่แฟนเราเดินไปไหนก็ไม่รู้ภายในบ้าน อาจจะไปหลังบ้านหรือในครัวก็ตาม

น้าพูดกับผมว่า น้อง...น่ะเป็นคนนิสัยดีน้า แม้บางครั้งอาจจะขี้โมโหเอาแต่ใจ แต่พอหายแล้วก็จะดีเหมือนเดิม เธอเป็นคนจิตใจดี อย่าทิ้งเธอนะ ดูแลกันไปเรื่อยๆ ...
ผมฟังน้าพูดจบ จึงพูดกับน้าไปว่า 
ไม่มีวันที่จะทิ้งครับ

...หลังจากที่ฟังและตอบไปแบบนั้น ในใจผมก็คิดต่อว่าเราจะดูแลเธอไปเสมอเหมือนว่าเธอคือดวงใจของเรา แม้จะทะเลาะกันบ้างกับเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน 
ผมจะไม่หนีไปไหนเลย ผมจะปักหลักอยู่ตรงนี้

...ผมเข้าใจตรงนี้ครับ เพราะผมเจอมาแล้ว (เรื่องการโมโหของเธอ)
แต่เหมือนน้าจะพูดเพราะห่วงๆ ผม และอาจจะห่วงๆ แฟน หรือไม่อาจจะห่วงทั้งคู่
ก็ถือว่าเป็นคำเตือนที่ดีครับจากผู้ใหญ่ และก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหน นั่นก็คือน้าสะใภ้ของเธอเอง 
น้าผู้ชายคือน้าแท้ๆ ของเธอ ซึ่งพูดน้อย (พูดน้อยหรือไม่ไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าผมฟังน้าๆ และแม่ไม่ออกเลย 555) อู้คำเมืองกันรัวๆ เอ๋อ เลยผม ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างเดียว แต่ไม่รู้ความหมาย 555
อยากกอด
ค่ำแล้ว สักพักก็นอนครับ แต่ไม่ได้นอนด้วยกันแบบสองต่อสอง เรานอนด้วยกันแบบมีแม่และน้องชายของเธอ นั่นคือลูกพี่ลูกน้อง
เรานอนกัน 4 คน ที่บ้านรับรองชั้นเดียวนี้...
ที่เราไม่นอนด้วยกันสองต่อสองเพราะแฟนไม่อยากให้เป็นขี้ปากใคร ซึ่งผมก็เห็นด้วยเช่นนั้นครับ ผมรู้สึกดีที่เธอคิดแบบนี้ ผมก็คิดเช่นเดียวกัน...
...แต่อยากกอดน่ะ...ทำไง มันหลายวันเลยนะ 555 แย่จัง อดไว้ๆ
ตา กับด้ายสีขาว
พอตื่นเช้าก็รอกินข้าว ไม่ได้รอเปล่าๆ มีอะไรให้ผมทำ ผมรีบคว้าเลยครับ ก็กลัวน้าๆ ไม่ปลื้ม ไหนๆ วันหนึ่งเราจะมาเป็นเขยแล้ว (แม้จะยังไม่ได้คุยเรื่องแต่งกับครอบครัวเธอและแม่พ่อเธออย่างจริงจัง) การได้ช่วยหยิบจับอะไรต่อมิอะไรถือเป็นน้ำใจที่เราเริ่มทำได้โดยไม่ต้องรอ...

พอกินข้าวเสร็จ ตาก็มา....
ตามาทำไม ขอต่อในนิราศเวียงพิงค์ 3 นะครับ
SHARE
Written in this book
Chatim_Memories
Writer
Chatim
Memories Diary
ฉันชอบอ่านเรื่องต่างๆ ที่สนใจ ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ผ่านเข้ามา และจะบันทึกทุกความรู้สึกนั้นไว้เป็นอย่่างดี

Comments