หมอบอกให้เขียนบันทึก
ถ้าย้อนอดีตไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว
เราเคยเขียนบันทึกลงในนี้ ตั้งแต่ตอนที่ไปแลกเปลี่ยน
แต่พอกลับมาเราก็สนใจแอพนี้น้อยลงเรื่อยๆ
จนลบแอพไป แล้วก็ไม่ได้เขียนบันทึกหรือระบายอะไรอีกเลย

แต่พอถึงวันนี้เราเลือกที่จะ(ต้อง)กลับมาเขียนบันทึก
เพราะหมอบอกว่า
มันน่าจะดีกับตัวเรา เราจะได้รู้ว่าเรากำลังติดอยู่กับปัญหาอะไรในชีวิต

อ่า ใช่แล้ว
เราเป็นผู้ป่วยซึมเศร้า อาการมันหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนเราตัดสินใจไปหาหมอจริงๆ
ไม่งั้นเราอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ของเราในตอนนั้น
ซึ่งมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกนั่นแหละ
ถึงจะย้ายมารักษากับคุณหมอคนใหม่
เพราะหมอคนเก่าไม่มีเวลาให้เราก็ตาม 
(เหมือนแฟนเลยเนอะ แต่เวลาจากหมอมันสำคัญสำหรับเราจริงๆนี่นา)

ก่อนหน้านี้เราเคยไปรักษาที่ศรีธัญญาซึ่งค่ารักษาแค่ไม่กี่ร้อย
แต่ตอนนี้พอมาเป็นเอกชน
ก็แห้งไปเดือนละหลายพัน
แต่เราเชื่อว่ามันคุ้มค่าแหละ

เอาล่ะ เริ่มการบันทึกแรกเพื่อจะรู้ความคิดตัวเองดีกว่า
เอาจริงๆ เรารู้สึกว่ามันมีเรื่องวิ่งวนอยู่ในหัวเต็มไปหมด
จนไม่รู้ว่าจะคิดเรื่องไหนก่อนดี
เรารู้สึกว่าบางทีเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่

เรารู้สึกผิดที่เทอมที่ผ่านมา เราไม่สามารถเข้าเรียนได้เลย
เพราะเรากลัวสังคม
แม้แต่วิชาที่เช็คชื่อ ในช่วงสุดท้ายของเทอมเราก็ขาดเรียน
(รวมถึงไปสายทุกคาบ)
แน่นอนว่าส่งผลกระทบ เรารู้สึกว่าเกรดเราเทอมนี้มันแย่มาก
แย่จนมีตัวนึงได้ซีบวก
วิชาที่ควรจะได้เอ ก็ได้บีบวก
และเรารู้แหละว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น
แต่เราว่าลึกๆเรายังรู้สึกแย่
ถึงเราจะพยายามหลอกตัวเองว่าเราเข้าใจตัวเองก็เถอะ
ว่าเพราะเราไม่เข้าเรียน 
เราถอยเพื่อรักษาตัว เราจิตใจไม่ปกติเท่าไหร่
ได้แค่นี้ก็เก่งแล้ว

เพื่อนหลายคนถามเราว่า โอเคมั้ย
รวมถึงแม่ที่ถามถึงเกรด
แต่เรากลับมีคำพูดสวยหรูไปอธิบายได้ว่า

ไม่เป็นไรหรอก เรายังโอเค
เราพยายามเข้าใจตัวเอง
เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันมีผลกระทบ

แต่ลึกๆเราไม่รู้จริงๆว่าเรากำลังหลอกตัวเองไหม
บางครั้งพอคิดเรื่องนี้
มันก็มีความรู้สึกโกรธเข้ามาแทรกบ่อยๆ

นอกจากเราโทษตัวเองแล้ว
หลายครั้งเราก็โทษคนอื่น

แบบว่าหลายคน(ในคณะ)ทำให้เราเป็นแบบนี้
แต่ทำไมเขายังใช้ชีวิตได้อย่างปกตินะ
ทั้งๆที่เราต้องมาทรมานกับโรคนี้เพราะการกระทำของพวกเขา
เราเข้าเรียนไม่ได้ เราร้องไห้ตอนกลางคืน
เรานอนไม่หลับตอนกลางคืน เรานอนตอนกลางวัน
เพราะเรากลัวกลางวัน
เราเอาแต่คิดว่า รุ่งเช้าเราจะเจออะไรนะ
เราใช้ชีวิตต่อไม่ได้เป็นเทอม

ในขณะที่เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบนี้หรอ

เรารู้ว่ามันเป็นความคิดด้านมืดที่แย่มากๆ
ดูเกรี้ยวกราดด้วย
แต่หลายครั้งเรารู้สึกจริงๆ แล้วก็ไม่รู้จะสะบัดมันออกไปยังไง

หรือหลายครั้งเราก็คิดว่า อืม
เราอาจจะอ่อนแอเกินไปหรือเปล่า
มันเป็นความผิดเราเองอะไรแนวๆนี้

สุดท้ายมันก็ยังวนอยู่กับความรู้สึกทรมาน
มันเหมือนกับเราวนอยู่ในมหาสมุทรที่กว้างมากๆ
แล้วเราก็พยายามจะเงยหน้าขึ้นมาเอาอากาศหายใจ
แต่หลายครั้ง
ด้วยอะไรก็ไม่รู้ สุดท้ายมันก็ดึงเราลงไปใต้มหาสมุทรอีก
เราไม่เคยลอยขึ้นมาได้เลย

ทั้งๆที่คนอื่นๆดูทำมันได้อย่างง่ายๆ
แต่ไม่ใช่สำหรับเรา

เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องนี้ที่มันติดอยู่ในใจ
แต่มีอีกหลายอย่างจริงๆที่ทำให้ที่ผ่านมา
เรารู้สึกไม่รักตัวเอง

เอาเป็นว่าเรื่องนี้คงจะเป็นประเด็นแรกของบันทึกของเรา
และคงจะมีประเด็นต่อๆมาอีกหลายเรื่อง
เพราะมันเริ่มต้นมายาวนานมาก
เราหวังให้ตัวเราเข้ามาเขียนอีก
เผื่อว่าจะได้เข้าใจอะไรๆมากขึ้นน่ะนะ

ส่วนสิ่งที่อยากบอกตัวเองวันนี้คือ
เก่งมากแล้วนะที่วันนี้พยายามออกจากเซฟโซน
มันดีมากๆ แกเก่งมากแล้วจริงๆ

แด่บันทึกเหตุโรคซึมเศร้าตอนที่หนึ่ง :)
SHARE
Writer
pxxxx
Survivor
ex-exchange student in Mexico. Now, full-time uni student and recovered from major depressive disorder.

Comments