ตู้กดน้ำ เปลี่ยนชีวิตคนญี่ปุ่น By: Elle


เราเป็นคนนึงที่ชอบการใช้บริการตู้กดน้ำของญี่ปุ่น
เราสามารถใช้บริการนี้ได้ทุกครั้งที่เราต้องการ แค่มีเหรียญร้อยเยน หรือแบงค์ย่อย
ก็เพียงพอต่อการกินน้ำขวดนึง โดยที่ไม่ต้องเดินไป ร้านมินิมาร์ท ก็ได้ 
แต่มันจะเสียภาษีเล็กน้อย สำหรับค่าความสะดวกสบายที่ ไม่ต้องเดินไกล 
เราก็กินได้ทุกอย่างที่เราต้องการ การขายของในตู้บริการนี้มีความหลากหลายขึ้นเรื่อยๆ
ที่จริงแล้วยุคนี้ ไม่ใช่มีเพียงแค่ตู้กดน้ำอย่างเดียว มีไอติม ราเมง และเฟร้นฟราย บลา บลา บลา
ความพิเศษของแต่ละชนิดตู้กดขึ้นอยู่กับความเจริญของแต่ละพื้นที่ด้วยค่ะ

ถามว่าสิ้นเปลืองไหม ก็สิ้นเปลืองอยู่นะ รู้สึกว่า อยากใช้บริการนี้ตลอด เมื่อเห็น 
ทำให้เราประหยัดเงินยากมาก ตู้กดน้ำที่ญีปุ่นมีความดึงดูดตังค์เราได้ตลอด
 ให้เราต้องเสียเงินหยอด อยู่ตลอดที่เห็นมัน 

เราไม่อยากพูดว่าข้อเสียของตู้พวกนี้นะ แต่เราว่ามันมี 
การที่ญีปุ่นมีการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เราขอชื่นชม 
แต่อีกมุมนึง เราคิดเสมอว่า ในเมื่อทุกอย่างมันสะดวกสบายไปหมด
แค่ทุกคนใช้เงินในการหยอดเหรียญ เราก็สามารถใช้เงินในการตอบสนองที่เราต้องการ 
มันจบแค่นั้นหรอ...............
เมื่อตอนที่เราเรียนที่อะโอโมริ จะมีร้านค้าป้าๆ ที่น่ารัก นั่งขายของ 
เรารู้สึกว่าการที่เราซื้อน้ำจากร้านค้า ทำให้เราได้มีการพูดคุยกับแม่ค้าหรือ ป้า ยาย มากขึ้น
แถมได้ของแถมกลับบ้านด้วยนะ มันรู้สึกดีจริงๆนะ 
ข้อดีอีกข้อทำให้มีการพัฒนาการใช้ภาษาญีปุ่นได้ดี 
มันเป็นการฝึกก็ตอนที่พยายามใช้ภาษาบ้านเขาในการที่จะซื้อของ
ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งดู การ์ตูนชินจัง เคยเห็นไหมที่เวลาที่
ชินจังไปซื้อของ ทุกคนจะต้องรู้จัก ชินจัง 
เพราะชินจังมันรู้จักการสร้างเรื่องราวให้ตัวเองโดยที่ไม่น่าเบื่อไปวันๆ 
แต่ชีวิตจริงช่างย้อนแย้งมากๆ สังคมไม่ได้สอนเด็กๆญี่ปุ่นแบบที่การ์ตูนสื่อในทีวีเลยแม้แต่นิดเดียว

ขยะก็ล้นเมืองด้วย พวกขวดต่างๆ มันเยอะมากจริงๆ ไม่สงสารคนเก็บขยะนะ 
แต่สงสาร ทรัพยากร มันทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ต้องผลิตพลาสติกมากมาย
โดยที่เกินความจำเป็น 



การสร้างความสัมพันธ์ในสังคม มันทำให้สังคมน่าอยู่ ผู้คนอยากจะสื่อสารกันมากขึ้น
ไม่ใช่จะคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น เอะอะ อะไรก็คุยแต่เรื่องงาน 
มันเป็นอีกข้อนึงที่ทำให้คนญีปุ่นยุคนี้ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึก เย็นชาใส่กัน
มีแต่ความดุเดือด ความเครียด ความกดดัน ที่คนญี่ปุ่นสร้างขึ้นมาเอง 
แล้วกระทบต่อคนด้วยกัน 
เรารู้สึกว่าตอนนี้คนญี่ปุ่นมีคิดว่า การหาเงิน แล้วใช้จ่าย มันคือ พอแล้ว สำหรับการใช้ชีวิตในยุคนี้ ด้วยสังคมที่กดดัน แล้วก็ไม่มีรอยยิ้ม 


หวังว่าเรื่องราวที่เล่าให้ฟังจะทำให้หลายคนรู้สึกคิดไปทางเดียวกับเรานะ 
ไว้จะมาเล่าเรื่องแนวคิดอื่นๆให้ฟังอีก 










 

SHARE
Writer
Elle_Eruza
Interpreter
Black note.✍️

Comments