log บ่น 2
เวลาดีๆ เรามักจะมองไม่เห็นหรอกว่าใครเป็นยังไง เราจะเห็นธาตุแท้กันและกัน ก็ตอนที่มีปัญหา หรือจับมือกันทำอะไรสักอย่าง

ทุกคนชอบชวนเราไปงานของตัวเอง แต่พอเราชวนมางานของเราบ้าง กลับมีข้อออ้างสารพัดที่จะบ่ายเบี่ยง แล้วก็ไปงานอื่นทันที แปลกดีนะ? ถ้าเธอไม่เต็มใจที่จะอะไรกับฉัน บอกมาตรงๆ ฉันจะเดินไปจากชีวิตของเธอเองเลย ถ้าชีวิตเธอที่ไม่มีฉันมันดีล่ะก็ ฉันก็ยินดีที่จะเดินจากมาเหมือนกัน

ไม่โอเคกับบรรดาแฟนของพี่ๆ น้องๆ เลยสักคน ทุกคนมาบอกว่า เออแก เฟรนด์ลี่หน่อยนะ พยามคุยหน่อยนะ อย่าให้อะไรมันมาคุ ทั้งๆ ที่เราไม่ใช่คนเข้าหาคนอื่นก่อนเราก็พยายาม แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือ อีกฝ่ายพยามจะปัดเรา แล้วจะให้เราเข้าหาไปเพื่อ? ต่างคนต่างอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ ล่าสุดโดนแฟนพี่ด่ามาว่า "ไปไกลๆ อีโรคซึมเศร้า ไม่อยากคุยด้วยเดี๋ยวแกหนีไปฆ่าตัวตาย" แดกจุดกันเลยทีเดียวค่ะ อยู่กับพี่นางน่ารักมากนะ อยู่กับเราก็น่ารักไปอีกแบบ ได้ยินว่ากำลังจะแต่งงาน ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่และหนี้สินงานแต่งนะ ดูท่าจะเป็นสะใภ้บังเกิดเกล้าทีเดียวล่ะ

คิดถึงสมัยมัธยม ตอนนั้นอยากทำอะไรก็ทำ เป็นหัวโจกโปรเจกต์หลายๆ อย่าง จนมาคิดว่า ที่เราทำได้ทำดีในตอนนั้น เราชอบมัน หรือสนุกเพราะมีคนสนใจ? 

ตอนนี้ไม่ไหวกับแฟนน้องมาก บอกเลยว่า ไม่โอเคกับนางแล้วอะ เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนกันก่อนนางจะคบกะน้อง แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ทางใครทางมันแต่อยากจะเอาน้องออกมาจากตัวถ่วงความเจริญแบบนาง วอแวงอแง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แก่แต่ตัว ไม่เรียนรู้ ติดอยู่กับภาพความสำเร็จในวันวาน และอยู่เหมือนขอทานกับชีวิตปัจจุบัน ตำหนิทุกคนแบบไม่ดูตัวเอง คนจะทำงาน ยังมาถ่วงให้ไปทำอะไรไร้สาระอยู่ได้

นางมีครอบครัว แต่น้องไม่มีญาติที่ไหนเลย น้องไม่ใช่คนที่สามารถแบมือขอเงินใครกินได้หรือถ้าตกงานก็จะมีบ้านให้กลับ นางดูจะไม่เข้าใจตรงนี้เลยนอกจากลากน้องเข้าไปในโลกของนางท่าเดียว ไม่เห็นช่องทางจะส่งเสริมกันไปในทางที่ดีสักนิด มีความสุขกับคนแบบนี้จริงๆ เหรอ? หรือฉันยุ่งกับชีวิตเธอมากไป?

พูดถึงงานแต่ง สงสารเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เป็นทาสแมวของรุ่น นางแต่งเข้ากับบ้านฝ่ายชายที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาลัย แต่ชีวิตไม่มีความสุขเลย นี่โทรไปถามเรื่องการดูแลแมวเนื่องจากมีแมวจรหลงมาที่บ้าน กลายเป็นว่าถามแค่ประโยคเดียวนางกลับระบายชีวิตส่วนตัวมาตลอดทั้งบ่าย

นางมีเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมต้น พอขึ้นมัธยมปลายก็แยกกันแล้วไปเจอกันอีกทีตอนมหาลัย ก็ดูสนิทกันดีนะ เพื่อนในกลุ่มมักจะมีคนที่สนิทกันเป็นคู่ๆ เราไม่เคยเห็นปัญหาอะไรของคุณทาสแมวเลย มีแต่คุณเพื่อนม.ต้น ที่ขยันมาบ่นว่า ไม่ชอบเลยว่าคุณทาสแมวติดแฟน จริงๆไม่ใช่แค่คุณทาสแมวหรอก นางไม่โอเคกับทุกคนที่มีแฟนน่ะแหละ รวมไปถึงเราด้วย แต่พักเรื่องเราไว้ก่อน มาเจอเรื่องคุณทาสแมวกันต่อ 

แฟนของคุณทาสแมวพูดเสมอว่า "พี่น้องคือแขนขา ภรรยาเหมือนเสื้อผ้า ถ้าคับก็ถอดทิ้ง" รักๆ เลิกๆ กันบ่อยมาก และทุกครั้งเพื่อนเราเป็นคนง้อ ทำให้บรรดาสาวๆ ไม่พอใจกับคุณทาสแมวมาก นางมีผู้ชายดีๆ มาชอบเยอะแต่ทำไมถึงเลือกคนนี้ เราซึ่งมีประสบการณ์ความรักมากกว่าคนอื่นในกลุ่มที่ ณ ตอนนั้นไม่เคยมีแฟนกันเลย เข้าใจ ณ จุดนี้ จึงไม่พูดอะไรซ้ำเติมแม้จะไม่พอใจ เป็นศิราณีฟังนางบ่นโดยไม่ขัด ถ้านางมีความสุข หรือคิดว่ามี อยากจะอยู่กับเขา อยู่ไป มีอะไรบ่น พูดมา ฉันจะฟัง

จุดพีคของเรื่องมันอยู่ที่ ครั้งหนึ่งที่พวกนางเลิกกัน ฝ่ายชายหันมาหว่านแหเพื่อนรอบตัว ฮีมาบอกว่าชอบฉันมานานแล้ว เลิกกับทาสแมวแล้ว อยากให้ลองพิจารณาดู นี่ก็ตกใจ พอจะรู้สึกอยู่ว่าโดนเล่นหูเล่นตาด้วย แต่ไม่คิดว่าจะเอาจริง เลยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณมัธยม ซึ่ง ในวันเดียวกันแต่ต่างเวลา นางก็ได้รับคำสารภาพรักแบบนี้จากผู้ชายคนเดียวกัน....... มองหน้ากันก็สื่อสารกันทางสายตาว่ารวมหัวกันไม่เอาคนอย่างเขาแน่ๆ แล้วมัธยมก็นำเรื่องไปบอกทาสแมว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกทำไม แต่สิ่งที่ได้รับจากทาสแมวคือ "แกอย่าตอบตกลงนะ ฉันจะไปง้อเขาคืนมาให้ได้"
ตอนนั้นก็ช็อคๆ ว่าถึงขั้นนี้ยังอยากได้เขาอีกเหรอ? เรียนจบกันมาก็คบกัน เข้าไปอยู่บ้านฝ่ายชาย เราก็คิดว่า รักชนะทุกสิ่งจริงๆ ในโซเชียลชีวิตนางก็ดูแฮปปี้
เพื่อนสนิทฉันได้กล่าวไว้ว่า อย่าเชื่อโซเชียลมาก ข้างนอกสดใสเท่าไร ข้างในช้ำตรมเป็นเท่าตัว ตอนแรกไม่เชื่อ หลังๆ เริ่มคิดว่า มันไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย.....
คุณทาสแมวมาบ่นว่า คุณมัธยมกับแฟนสนิทกันเกินควร.....
นี่ก็เห็นเขาเม้นกันทุกโพส ก็คิดนะว่ามันมากไปรึเปล่า ได้แต่คิดไม่ได้ทำอะไรเพราะคุณมัธยมจิตใจบอบบาง รับคอมเม้นต์อะไรไม่ได้เลย ส่วนคุณทาสแมวก็ไม่พูดอะไรเราจะเผือกก็คงไม่ใช่

คุณทาสแมวมาระบายว่า ไม่โอเคเลยที่มัธยมมาสนิทกับแฟนนางขนาดนี้ และยังเคยมีเรื่องแบบนั้นในอดีตอีก มัธยมบ้านรวยมาก และหน้าที่การงานก็ดีด้วย ฝ่ายชายเลยสนใจมัธยมมากกว่าทาสแมวที่เป็นแค่พนักงานคอมกราฟธรรมดา ฉันก็เลยแนะนำไปว่า ทำไมไม่บอกตรงๆ ทำไมไม่คุยกัน นางถอนใจแล้วตอบกลับมาว่า "พูดไม่ได้ เพราะรู้ว่า ถ้าพูดไปจะไม่เหลือใครทั้งเพื่อน ทั้งแฟน" นางรู้อยู่แล้วว่าถ้าถึงจุดนั้นแฟนจะไม่เลือกนาง..... 

ส่วนตัวคิดว่าคุณมัธยมค่อนข้างเลือกหน้าตา ไม่น่าจะเอาฝ่ายชายหรอกนะ....

นี่ก็ถามต่อว่า อ้าว มีปัญหากันขนาดนี้เลยเหรอ ก็เห็นขับรถไปเที่ยวกันอยู่สองคนบ่อยๆ ทาสแมวก็ว่า อ๋อ นางมารับ แล้วคุยแต่เรื่องของตัวเอง แล้วก็ไปส่ง ไม่ได้คุยกัน แค่ไปฟังนางคุย...... ช็อคโลกเบาๆ ว่าทำไมถึงยอม? นางก็ว่า พอเรียนจบแล้วเพื่อนๆ แยกกันไป คนที่เหลือจริงๆ คุยได้จริงๆ มันน้อยลงทุกที นางแทบไม่เหลือใครแล้วตอนนี้ เลยไม่กล้าตัดรอน เธอคะ... ทุกข้อที่กล่าวมาในข้างต้นมันไม่ใช่เรื่องเบาๆ เธอจะทนต่อไปมันใช่เหรอ?

คุณมัธยมมีปัญหามากๆ กับการวางตัวต่อเพื่อนที่มีแฟนแล้ว นางเป็นเพื่อนสมัยเด็กของสามีเราด้วย แต่ก็วีรกรรมหนักมากจนคุณสามีดิฉันต้องบล็อกนางไปเมื่อเร็วๆ นี้

ยอมรับว่าตอนเป็นวัยรุ่น ฉันใช้ชีวิตสุดสวิงริงโก้มาก เป็นพวกโสดไม่นานก็ต้องมีแฟนใหม่ ถ้ายังว่างอยู่ใครมาขอลองคบก็จะโอเคหมด เพื่อนๆ ซึ่งเป็นสายอาร์ต โดยมากวัยนั้นจะโสดกันจนถึงขั้นแอนตี้เพื่อนที่มีแฟน ห้ามพาแฟนมาเจอเพื่อน ฉันก็จะแยกเวลาอยู่กับแฟนและเพื่อนชัดเจน แล้วพอเลิกกับแฟนคนนึง ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ฉันเจ็บและจำกับนายคนนี้แรงมากจนปล่อยตัวโสดอยู่สองปีเต็มๆ คุณสามีก็เข้ามา... เขาจีบฉันอยู่สามปีกว่าฉันจะตกลง จริงๆ เจอกันตั้งแต่มหาลัยแล้วเพราะว่าคุณมัธยมพามาแนะนำ ว่าคนนี้เป็นไม้กันหมาเวลาเจอผู้ชายแย่ๆ เราเลยเป็นเพื่อนเล่นเกมกัน ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงเขาจะกลายมาเป็นสามี.....

สถานะของคุณสามีต่อคุณมัธยมในตอนนั้นไม่ใช่แค่เป็นไม้กันหมา แต่ต้องให้คำปรึกษาทุกเรื่อง ทำการบ้านให้ ทำรายงายให้ แปลเอกสารให้ เรียกต้องมา ชนิดที่ว่าครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวกันสองคน นางโทรมาใช้ก็ต้องวิ่งหาร้านเน็ตทำงานให้นางเลยทีเดียว และอีกครั้งที่ร้ายแรงคือ เขาต้องขับรถไปส่งนางที่บ้าน ทิ้งให้ฉันซึ่งตอนนั้นดูใจกันหลังเขาสารภาพรักเดินตากฝนกลับบ้าน ตอนขับรถผ่านคุณมัธยมหันมาโบกมือสวยๆ ให้ด้วย..... ตอนนั้นช้ำมาก เพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันถือร่มมารอรับหน้าหมู่บ้าน นางบอกว่าละว่าต้องเป็นแบบนี้ เวลานั้นรู้สึกรักนางที่สุดเลย 

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันไม่โอเคกับเขา เขาก็บอกว่าคุณมัธยมมีบุญคุณกับเขา และสถานะของเรายังไม่ชัดเจน เขาถึงให้ความสำคัญฉันมากกว่าไม่ได้ บอกฉันว่าเราควรเปิดตัวกันชัดเจนไปเลย ฉันก็เลยตกลงว่าได้ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่ได้รู้สึกว่ารักเขามากมายอะไรขนาดนั้น....ตอบรับเพราะอยากดูว่าเขาจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่ามากกว่า เข้าอีหรอบเดิมคือโสด ใครมาก็ตกลง แต่ปัญหาก็ไม่ได้จบ ฉันไม่สามารถพูดถึงเขาในฐานะแฟนได้ จะถูกคุณมัธยมต่อว่ากลับมาแรงๆ และตัดบทสนธนาว่าไม่ต้องพูดถึงเขาทุกครั้ง เปิดตัวก็จริงแต่ก็เหมือนต้องเก็บเป็นความลับ...

ปัญหาเรื่องนี้มีกันมาเรื่อยๆ หลายครั้งที่เขาไม่รับสายฉันเพราะติดงาน ฉันกลับเห็นเขารับสายของคุณมัธยมทุกครั้งที่นางโทรมา หลายครั้งฉันโทรหาเขาแล้วสายไม่ว่าง แต่เขาถือสายของคุณมัธยมกลับเข้ามาในบ้าน แล้วก็คุยกันต่ออีกเป็นชั่วโมงๆ

จุดที่ทำให้ฉันไม่ทนอีกต่อไปก็คือ คุณมัธยมมาพูดว่า "ฉันแย่งแฟนนาง"
ลับหลังนางไปพูดแบบนั้น.....
นางให้ร้ายฉันจนฉันคิดว่าหรือจริงๆ นางแอบชอบเขาอยู่รึเปล่าเลยเจ็บใจที่เขามาคบกับฉันและมองข้ามนางไป? หรือคิดว่าฉันมันเลวทรามไม่เหมาะกับเพื่อนเธอ? คุณแฟนฉันก็ตกใจมาก เพราะว่าที่เขากัยเธอคบกันคือ "กันหมา" ไม่ใช่แฟนกันจริงๆ แต่ฉันที่เป็นตัวจริงกลับต้องโดนตราหน้าว่าเป็นหญิงเลวแถมยังแย่งแฟนชาวบ้านอีก ตอนนั้นฉันไม่ได้แคร์ว่าจะโดนใครมองยังไง แต่ฉันเสียใจที่ทำไมคุณไม่ปกป้องฉัน?

ณ ตอนนั้นฉันยื่นคำขาด "เลือก" เพราะขาดผู้ชาย ฉันไม่ตาย และเราก็ห่างกันสักพักเพื่อให้เวลาเขาได้คิด เขาสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องนี้แบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเอาจริงๆ มันแก้ปัญหาไม่ได้หรอก คนฝ่ายคุณมัธยมก็ตีตราฉันแบบนั้นไปแล้ว แล้วเขาก็ห่างกับคุณมัธยม มากขึ้นจริงๆ คุณมัธยมก็ดูจะเกรงใจฉันมากขึ้น

ผ่านอะไรหลายๆ อย่างมากกว่าจะเลื่อนขั้นมาเป็นสามีได้ ตอนแรกคิดว่าปัญหาจะจบ แต่นางก็ยังกลับมาวอแวชีวิตเขาจนทำให้เขาต้องตัดช่องการการสื่อสารจากนางทั้งหมด ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะอธิบายกับพ่อแม่ของฝ่ายคุณมัธยมยังไง เพราะแม่ๆ รู้จักกัน เขาบอกฉันว่าไม่ต้องพูดอะไร เขาจะเป็นคนอธิบายทั้งหมดเอง จริงๆ ให้ฉันพูดก็ได้นะ ว่าลูกสาวคนสร้างความร้าวฉานให้คู่ไหนไว้บ้าง...... 

และจริงๆ แล้ว คุณมัธยมกับเพื่อนสนิทฉัน ไม่ถูกกัน.....
คุณมัธยม เป็นคนชอบทำงานแบบเอาภาพในเน็ตมาปะๆๆ ปรับขาวเทาดำเกลี่ยให้เข้ากันแล้วย้อมสี เป็นที่โต้เถียงของเราๆ ในกลุ่มมากว่าผิดหรือไม่ผิด เพื่อนสนิทฉันใช้วิธีเดียวกันในบางครั้ง และมักจะโดนนางดูถูกว่าทำงานชุ่ย งานไม่สวยเท่านางอยู่ประจำ งานทับไลน์กันมักมีการเปรียบเทียบที่โหดร้ายเสมอ.... ทางฉันแอนตี้สายนี้ ไม่เอาเลย ซึ่งในภายหลังก็มายอมรับว่า ถ้าที่มาของภาพไม่ผิดลิขสิทธิ์ มันสามารถทำได้  เพื่อนสนิทฉันใช้เวลาหารูปที่สามารถใช้ได้แบบไม่ผิดข้อตกลงนานมากกว่าจะได้ลงมือในแต่ละงาน

ค่ะ แต่คือคุณมัธยม นางไม่สนใจว่าภาพที่มาจะมาจากไหนน่ะสิ.....
สามารถเข้าดูใน Pinterest ของนาง ภาพไหนพินไว้ มีโอกาสสูงลิบว่าจะเป็นวันถุดิบ เอามาทาบนี่ลุ้นง่ายกว่าเดาหวย ระยะหลังการล่าแม่มดในวงการวาดรูปแรงขึ้นทุกที ระดับความเป๊ะหนักจนนางเลยไม่แปะงานวาดอีกเลย แต่ถ้าเป็นสมัยก่อน ไม่มีงานไหนที่นางไม่แทรซ อย่างทีสิทนางนี่ก็แทรซมาทั้งเล่มแต่จบมาได้เพราะอาจารย์ไม่รู้.......และไม่มีเพื่อนคนไหนฟ้อง.....
คือนางวางตัวดี น่ารักในสายตาผู้ใหญ่ สามีฉันก็ไม่เชื่อว่านางร้ายถ้าครอบครัวเราไม่ถึงจุดปากเหว รึอันที่จริงนางไม่ได้ร้ายกาจ พวกฉันแค่โดนพลังงานบางอย่างเล่นงานแล้วโทษนางมั่วๆ?

ตอนเรียนจบกัน ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาไม่สามารถจบตามเพื่อนได้ ต้องออกไปทำงานก่อน หลายคนว่างงาน บางคนมีงานทำ นางก็เป็นคนหนึ่งที่หางานได้เป็นคนแรกๆ แต่วิธีหางานของนางคือ.....

เอางานของแฟนเพื่อนสนิทฉันไปโมว่าเป็นของตัวเองและก็ดันสมัครติดด้วย!!

งานนั้นเป็นงานประกวดคลิปวิดิโอ เราทำโมชั่นกราฟฟิค ทำกันเป็นกลุ่ม แต่พอจะทำกันจริงๆ นางและผองเพื่อนไปญี่ปุ่นกัน เหลือฉันกับเพื่อนสนิทและแฟนของนางต้องนั่งจุ้มปุ๊กทำกันอยู่สามหน่อ ได้รางวัลมาก็ชื่นใจ ติดหน่อยเดียวคือรายชื่ออีกหางว่าวที่นางลากมาร่วมกลุ่มแต่ถึงเวลาจริงไปเที่ยวงานไม่ทำดันได้เครดิตนี่จะเอายังไง? แฟนเพื่อนสนิทเป็นคนไปเคลียร์จนโดนเกลียดขี้หน้า เขาว่า ช่างมัน ไม่แคร์ ฮีสายสตรอง....

เราไม่คิดว่าจะมีอะไรต่อจากนั้นจนกระทั่งนางไปได้งานสายนี้นี่แหละ ก็ท้วงๆ กันอยู่ว่าเธอทำคลิปไม่เป็นไม่ใช่เหรอ? ได้งานตรงนี้ทำได้เหรอ?

วิธีแก้ปัญหาไม่ยากค่ะ นางก็ไปเรียนพิเศษเลย... คือบ้านนางมีเงินไง ก็ยังสงสัยว่าที่หางานทำเพราะไม่อยากกลับบ้านต่างจังหวัดใช่มั้ย? มันก็ดี คำโกหกกลายเป็นความจริง พอเข้าไปทำงานนางก็ขอทุนที่ทำงานไปเรียนเสริมด้านนี้ต่อ ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วนางเอางานคนอื่นมาสมัคร และตอนสมัครนางทำไม่เป็น ส่วนเรื่องมีคนจับโป๊ะยิ่งไม่ต้องห่วง นางทำตัวน่ารักมากจนที่บริษัทไว้วางใจให้ดูแลอีเมล นางลบเมลของทุกคนที่เป็นคนรู้จักนางที่ไปสมัคร.....

แดกจุดในหลายๆ ด้าน ฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับแฟนของเพื่อนสนิท ขอบอกไว้ก่อนว่า ฉันสนิทกับเขามาตั้งแต่ก่อนสองคนนี้จะคบกัน เราเคยเป็นเพื่อนเที่ยวและเพื่อนเล่นเกมที่เข้าขากันมาก แต่ปัจจุบันห่างกันแล้วเพราะต่างคนต่างมีแฟนกันแล้วจึงต้องวางตัวให้เหมาะสมนี่เป็นเรื่องที่เราตกลงกัน เพื่อความสบายใจของเพื่อนสนิทฉันเองด้วย

ฮีว่าฮีไม่แคร์ งานแค่นั้นฮีทำใหม่ได้ ถือว่าทำบุญ ชาตินี้ไม่ต้องยุ่งกันอีกก็พอ.....
น่าเสียดายนะที่เธอยังเอานายไปนินทาลับหลังเสียๆ หายๆ จนถึงปัจจุบัน..... ดีที่นายไม่สนใจก็คือไม่สนใจจริงๆ คำแง่ลบพวกนั้นก็เลยทำอะไรนายไม่ได้.... 

คุณมัธยม นางเหมือนคนที่เพอร์เฟกต์ เรียนดี เกียรตินิยม เด็กทุน วางตัวน่ารักอ่อนน้อม ไม่มีเรื่องเสียหาย มีน้ำใจ แต่อีกมุมหนึ่ง เพื่อนๆ รู้สึกว่านางเป็นคนที่ชอบเลของเหลือให้คนอื่น สร้างบุญคุณให้คนอื่นกินน้ำใต้ศอกนางแบบภาคบังคับ และเบื้องหลังความสำเร็จในฉากหน้านางก็ไม่ได้สวยงามเลยจากทุกข้อที่กล่าวมา ฉันคงไม่มองนางแง่ลบขนาดนี้เหมือนกันถ้านางไม่มาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและสามีร้าวฉาน...

ฉันไม่รู้ว่าเบื้องหลังและชีวิตเบื้องลึกนางเป็นยังไง คิดว่าด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี่หรือปล่าทำให้ฉากหน้านางเป็นคนดีแค่ไหน ตอนนี้นางก็ยังโสด นางไม่ประสบความสำเร็จในการหาแฟนเลย... อาจจะเพราะอยู่สูงมาก ก็เลยเลือกมากด้วยรึเปล่า?

มันไม่ใช่ว่าความสำเร็จของใครตัดสินจากการมีชีวิตคู่หรอกนะ สายโสดอย่างเพิ่มประนามฉัน ฉันแค่คิดว่า "อาจเพราะนางไม่ได้งามจากภายในทำให้มีปัญหากับการอยู่ร่วมกับใครแบบลึกซึ้ง" ตอนนี้ฉันกับนางเองก็ห่างกัน นางเคยมีบุญคุณกับฉันก็จริง นางช่วยฉันไว้เยอะมาก ฉันซาบซึ้งและขอบคุณจริงๆ

แต่ฉันไม่อยากเอาภาพในอดีตมาทำลายชีวิตปัจจุบัน บุญคุณที่มีแต่กันฉันจะหาทางตอบแทนแน่นอนที่ไม่ใช่การยอมให้เธอเข้ามาก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวฉัน ลูกเต้าฉันจะมองยังไงหรือถ้าเห็นพ่อของเขาเทคแคร์ผู้หญิงคนอ่ืนดีกว่าแม่ และผู้หญิงที่ว่ากดหัวแม่อยู่ไม่ให้เรียกพ่อว่าสามีเต็มปาก? ฉันไม่ยอมแน่ๆ สำหรับเรื่องนี้ 

ถ้ามีบุญคุณขนาดนั้นทำไมเอานางมาเผาขนาดนี้เหรอ? 
ตอนนี้ฉันรักตัวเองมากกว่าที่จะสนใจคนอื่นแล้วน่ะค่ะ..... เพราะการที่ฉันแคร์คนอื่น ใช่ว่าพวกเขาจะแคร์ฉันกลับ ฉันจะอยู่อย่างคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขไหม? ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไม่ดีรึเปล่า? จนตัวเองไม่มีความสุข....อาจเป็นเพราะเนื้อแท้ฉันมันไม่ใช่คนดีนั่นแหละ...ฉันเลยเก็บกดกับมันมาหลายปีขนาดนี้โดยไม่ปล่อยวาง พอกันที ขอบ่นเถอะ!!

ปีใหม่ อะไรๆ ก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไร..... ก็ปัจจัยรอบตัวมีแต่อะไรแบบเดิมๆ ถ้าจะให้มีอะไรเข้ามาไม่น่ามี แต่ถ้า "ตัดออก" เนี่ยมีแน่ ทุกวันนี้ปัญหาในชีวิตเยอะแล้ว ถ้ามากลัวไม่เหลือใครแล้วแบกโลกเอาไว้ก็น่าจะมีแต่ตัวเองนี่แหละที่จะตาย ขอขาดกันเลยละกัน ฉันไม่คิดว่าชีวิตจำเป็นจะต้องมีพวกเธอๆๆๆ อีกต่อไปแล้วล่ะ ฉันรู้สึกว่าพวกเธอเห็นแก่ตัวมากเลยอะ!! เวลาที่บอกว่าคนโน้นคนนี้ไม่ดี ใส่ความกันไปมา คือไม่อยากให้ผลประโยชน์ที่ตัวเองควรได้ไหลไปหาคนอื่นใช่ไหม?
บ๊ายบายค่ะ สหายอัปมงคล ฉันจะไม่เสียใจและฟูมฟายกับพวกเธออีกต่อไป
อยู่คนเดียว น่าจะดีกว่าอยู่กับคนอย่างพวกเธอนะ ฉันคิดว่า

SHARE
Writer
Noxxia39
artist, witch(?)
บ่นไปวันๆ กับจดไอเดียละมั้งคะ 5555+

Comments