แพ้ตอนโตเนี่ยนะ
ไม่ได้ว่ายน้ำมานานแค่ไหนแล้ว
ล่าสุดน่าจะซักสามถึงสี่ปีที่แล้วมั้ง 


วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกติ 
ปกติจะอิดออดในการตื่น ขอนอนต่อ5นาทีบ้าง ไม่ก็นอนลืมตาให้แน่ใจว่าตื่นแล้ว แต่วันนี้ไม่แฮะ
ทันทีที่นาฬิกาปลุกจากมือถือดัง ก็รีบเด้งตัวขึ้นมา
เดินไปปลุกน้องก่อน แล้วค่อยจัดกระเป๋า
ชุดว่ายน้ำยังใส่ได้ว่ะ
หมวกล่ะ เอาไปเผื่อแล้วกัน
แว่นตาว่ายน้ำก็เอาแบบธรรมดา ใส่คอนแทคเอา
น้ำจะเข้าตาป้ะ แต่ช่างเถอะ อยากเห็นวิวใต้น้ำชัดๆ
ตื่นเต้นว่ะ ทำไมน้องไม่เห็นตื่นเต้นเหมือนเราเลย
เอ๋อ ลืมไป พวกน้องว่ายกันบ่อยแล้ว

โห น้ำใสแจ๋วเลยอ่ะ ที่คอนโดเค้าดูแลดีเนอะ
วางของไว้ตรงม้านั่งตรงนี้แล้วกัน
เปลี่ยนชุดกันมาครบแล้ว ปรับแว่นเข้าที่แล้ว
ใครจะลงก่อน..
น้องคนเล็กไม่พูดอะไรแต่กระโดดลงไปก่อน(ตู้ม!)
ฮ่าๆ ทำไมทำหน้าตลกแบบนั้นอ่ะ บิดๆเบี้ยวๆ 
หนาวเหรอ?
น้องคนรองหย่อนตัวตามลงไป 
สีหน้าไม่ต่างจากน้องคนเล็ก 
เอาล่ะ...พี่คนโตแบบเราต้องไม่ป๊อดป้ะ อายน้อง
(จ๋อม) เสียงเท้าซ้ายหย่อนลงไป
โอเค เจ้เข้าใจแล้วว่าทำไมทำหน้าแบบนั้น
โคตรหนาวเลยโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อาเตี๋ยที่ยืนอยู่บอกว่าเมื่อเช้าฝนตก น่าจะเย็นอยู่
บอกช้าเกินไป...ลงไปครึ่งขาแล้ว 
กลั้นหายใจแล้วดำน้ำลงไปเลยเถอะ 
เริ่มปรับอุณหภูมิได้แล้ว 
'เล่นแปะเป็นกันไหม?' น้องคนรองบอก
'เอาสิ นับหนึ่งถึงสิบแล้วเริ่มนะ' น้องคนเล็กเป็น
ดำน้ำดีกว่า เผื่อน้องจะไม่เห็น
ฮ่าๆๆ พุงน้องคนกลางในน้ำโคตรตลก เหมือน
มนุษย์เจลลี่ยักษ์เลย ขำในน้ำแล้วเหมือนจะตาย
เอ้า น้องคนเล็กเป็น ว่ายอ้อมแล้วกัน
เหนื่อยแล้ว กระโดดเล่นในน้ำไปเรื่อยๆก็ดี
ทำไมมีความสุขจัง รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก
หัวเราะจนสุดเสียง ไม่มีอะไรต้องเครียดเลย
.
.
ว่าแต่...ยุงกัดเหรอ อยู่ดีๆก็รู้สึกคันแขน
คันทั้งสองข้างเลย ขาด้วยเนี่ย หรือว่าช่วงนี้ยุงดุ
ยกแขนขึ้นมาดู เห้ยไม่ใช่แล้ว ผื่นขึ้นขนาดนี้
ระหว่างที่ยืนเช็คอยู่ในน้ำแบบงงๆ
น้องเห็นก็ตกใจ 'ผื่นขึ้นขนาดนี้นี่มันอาการแพ้แล้ว เจ้รีบขึ้นจากสระไปอาบน้ำก่อนเร็ว'
ระหว่างอาบน้ำก็เช็คไปด้วยว่าผื่นขึ้นเยอะไหม
แขนสองข้าง ขาสองข้าง หน้าไม่ขึ้นก็โอเคอยู่
แพ้อะไรอ่ะ อะโวคาโดเมื่อเช้าเหรอ ก็ไม่น่าใช่
หรือว่าจะเป็นสตอเบอร์รี่ที่อาม่าป้อน ยิ่งไม่ใช่
'เจ้แพ้คลอรีนแล้วมั้ง' น้องคนรองตะโกนบอก
เห้ย! คนเรามันจะมาแพ้เอาตอนโตเนี่ยนะ เด็กๆว่ายบ่อย แทบจะทุกวันเลยนะ ไม่เห็นจะเป็นอะไร
'ก็เจ้ไม่ได้ว่ายตั้งกี่ปีแล้ว ผิวบางขึ้นมั้ง'
ใช่เหรอ ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยแพ้อะไร 
มาแพ้คลอรีนเอาตอนอายุ20เนี่ยนะ
ได้สิ บางคนแพ้กุ้งตอนโตก็มี นั่งจ้องข้อความในมือถือที่ขิมส่งมา
ก็ยังไม่อยากยอมรับว่าตัวเองแพ้คลอรีน..
นั่งเสิร์ชข้อมูลในกูเกิ้ล คนในพันทิปบอกว่า
'เป็นเรื่องปกติที่ตอนแรกไม่แพ้ และต่อมาแพ้ 
คุณแพ้มานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาออกอาการ'
มันน่าตกใจนะเอาจริง
คิดเผื่อไปในอนาคตเลย
สมมติมีคนชวนว่ายน้ำจะตอบว่าไง
'ขอโทษค่ะ ลงสระไม่ได้ พอดีแพ้คลอรีน'
โถ่ ไม่เอาน่า ไม่สนุกเลยนะแบบนั้น
'แพ้ตอนนี้ ดีกว่าแพ้ตั้งแต่ตอนเด็กๆป้ะ'
อยู่ดีๆความคิดนี้ก็พุ่งขึ้นมาในหัว
เออว่ะ จะว่าไปก็ต้องขอบคุณร่างกาย ที่เก็บงำอาการแพ้ไว้ได้ถึง20ปีเลย นานนะเอาจริง 
ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
ไม่งั้นนะ..
ไม่งั้นตอนเด็กๆ คงไม่ได้ว่ายน้ำเล่นแล้วจมน้ำเพราะลื่นราวกั้นเหล็กระหว่างสระเด็กกับสระผู้ใหญ่ ทำอาม่าตกอกตกใจเล่นที่ภูเก็ต เป็นเรื่องเล่าซ้ำๆยันทุกวันนี้ ทำให้โดนจับไปเรียนว่ายน้ำ

ไม่งั้นตอนเด็กๆ คงไม่ได้เรียนว่ายน้ำกับครูพุทร
ที่โคตรดุเลย ดุจนร้องไห้ แต่สอนให้ว่ายเป็นทุกท่า

ไม่งั้นตอนเด็กๆ คงไม่ได้ลองแข่งว่ายน้ำแล้วแพ้ เพราะกระโดดลงไม่เป็น กระโดดลงดัง'แปะ!'
แว่นตาหลุดหมด แต่ฝืนว่ายจนสุดทางเพราะกลัวเสียฟอร์ม หยุดว่ายแล้วขึ้นกลางทางไม่เจ๋งเลย

ไม่งั้นตอนเด็กๆ คงไม่ได้ว่ายเล่นกับน้องๆแบบนี้
โคตรสนุกเลย เล่นแปะเป็นในน้ำที่ใช้พลังเยอะ
หรือจะเป็นแข่งกลั้นหายใจในน้ำ ที่ไม่เคยชนะเลย
เพราะว่าหลุดขำเวลาเห็นหน้าน้องตอนอยู่ในน้ำ 

เออว่ะ จะเสียใจทำไม แค่แพ้คลอรีนเอง
ต่อไปก็หาสระเกลือว่ายเอาก็ได้
หรือไม่ก็ชวนน้องไปดำน้ำในทะเลไปเลยสิ 
มีปลาด้วย ชอบ

ขอบคุณที่มาแพ้เอาตอนโต
ไม่งั้นตอนเด็กคงหมดสนุกแน่เลย:)






SHARE

Comments