I Can't Smile Without You

(1)

ถ้าเปรียบความรักของตัวเองเหมือนหนังเรื่องอะไร 
คงจะบอกว่าเหมือนเรื่อง รักบานฉ่ำที่น็อตติ้งฮิลล์ (Notting Hill) แต่ต่างกันมากจะลองฟังก่อนไหมครับ

ความรู้สึกขณะกำลังเคาะคีย์บอร์ดเขียนเรื่องราวนั้น มันทำให้ชวนนึกถึงเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ที่ผมจะชอบแวะร้านหนังสือเล็กๆที่ติดกับสถานีรถไฟ ซึ่งอยู่ละแวกใกล้ๆห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ผมชอบไปที่นั่นประจำเพื่อเพื่อหาหนังสือซักเล่มกลับบ้านไปด้วย

แต่เหตุผลจริงๆ คือเธอคนนี้ครับ 

พนักงานร้านหนังสือที่ชื่อ มายด์ เธอเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น 

สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าหลายคนจะได้รับไม่ใช่แค่หนังสือเล่มโปรด แต่ยังรวมถึงรอยยิ้ม ที่ผมคิดว่าสวยที่สุดเท่าที่ผมได้เจอ 

ผมจำวันนั้นได้ดีตอนที่หานิยายเรื่อง Saturday Night Memory ซึ่งจำได้ว่าอยู่ใกล้สองชั้นนี้ ซักพักเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น 

"กำลังหาหนังสือเรื่องอะไรอยู่หรือ?" เธอถามพร้อมส่งยิ้มให้ 

"อ๋อ เราหาเรื่องนี้ไม่เจอ  เอ่อ...Saturday Night Memory ไม่รู้ว่ายังมีอยู่ไหม" 

"อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง เดียวแป็บนึงนะ"  ซักพักเธอกลับมาพร้อมหนังสือที่ผมต้องการพอดี 

"ขอบคุณมากครับ เล่มนี้แหละที่ต้องการ เห็นเพื่อนๆบอกว่าสนุกดี..."

"เราเป็นหนอนหนังสือป่ะเนีย" เธอแซวผม 

"ก็ทำนองนั่นน่ะ เอ่อ....คุณ..."

"จะเรียกคุณทำไม เราก็รุ่นเดียวกันกับเธอแหละ เราชื่อมายด์นะ" 

"เราชื่อ....." ก็แนะนำตัวไป เป็นเรื่องตลกและแปลกมากที่คนแปลกหน้าสองคนคุยเหมือนรู้จักมาก่อน บ้าไปแล้ว >< 

พอคิดเงิน ออกจากร้าน วันนั้นผมอมยิ้มจนคนข้างๆคิดว่าผมบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าเพื่อนฝูงจะถามว่า มึงไปโดนตัวไหนมาฟ่ะ? 

รอยยิ้มมายด์มันติดตาผมไปแล้ว ^^

(2)

ถ้าวันไหนผมไม่มีธุระ แน่นอนว่าก่อนกลับผมจะแวะไปร้านหนังสือ (ไปหามายด์) บางทีก็ทักทาย เหรือคุยสั้นๆ จนตอนนี้คงเป็นลูกค้าประจำของร้าน มีวันหนึ่งแวะไปร้านหนังสือ แล้วได้ยินเสียงเพลงหนึ่ง ที่เธอฮัมเพลง 

You know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing

ผมนึกสนุกเลยแกล้งไปเลือกหนังสือ แล้วต่อเพลง 

I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

เธอตกใจจนหันมาหาผม 

"ชอบเพลงของ Barry Manilow ด้วยหรือ?" เธอทักทันที 

"ก็ที่บ้านชอบฟังบ่อยๆ เลยเริ่มจำได้น่ะ"

"อ๋อ..." หลังจากนั้นก็คุยยาว จนรู้ว่าเธอชอบฟังแนว 80-90 แต่เกรงว่าจะรบกวนเธอทำงาน (มึงรบกวนตั้งแต่ต่อเพลงล่ะ) ก็เลยซื้อนิตยสารก่อนกลับบ้าน แล้วโบกมือลายิ้มให้

(3)

สถานที่จะหลุดพ้นจากความวุ่นวายได้ดีที่สุด ก็คงเป็นสวนสาธารณะ ผมชอบโหลดเพลงเก่าๆ มาฟังในอากาศที่มีลมอ่อนๆบวกแดดยามบ่าย ใครว่าในเมืองกรุงมีแต่ความวุ่นวาย แต่ก็ยังมีความงามที่ซ่อนอยู่ 

ขณะเปิดเพลง Can't Smile Without you แล้วฮัมเพลงซักพักก็ได้ยินเสียงร้องอันคุ้นเคย เป็นเสียงใสราวกับแก้ว 

"มายด์!! มาตอนไหนเนี่ย!!!"
 
"มาตั้งแต่เธอนั่งรอแล้วล่ะ เห็นเปิดเพลงนี้วนไปมาฉันก็เดาออกแหละ พอดีวันนี้เป็นวันหยุดเลยมาแวะพักผ่อนน่ะ"

"เธอนี่แปลกกว่าที่ฉันรู้จักซะอีก"

"แปลกยังไงหรือ?" เธอยิ้มกลับ

"เธอชอบเข้าหาคน แล้วชอบคุยเหมือนเพิ่งรู้จักมานาน ตอนเราเจอเธอก็ยังแปลกใจอยู่เลย"

"ขนาดนั้นเชียว"

"วันนี้ลองเล่นต่อเพลงไหม" เธอชวนผม

"ถ้ายังงั้นก็ร้องคาราโอเกะก็ได้นี่" 

"ร้องแบบนี้ก็ได้นี่ คิดว่ามีฉันกับนายแค่สองคน"

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป อาจจะเป็นอย่างที่มายด์พูดก็ได้ เพราะความรู้สึกที่ได้ใกล้ชิดผ่านเพลงนี้ มันเหมือนโลกใบนี้มีแค่สองคน เป็นการต่อเพลงที่ไม่รู้ว่ามันโรแมนติกไหม แต่มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษจริงๆ......


SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นของคน(อยาก)เล่า (มือสมัครเล่น)
รวมเรื่องสั้นของคน(อยาก)เล่า
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments

nananatte
3 months ago
ถูกมายูยุกวักเข้ามาเลยค่ะ :-)
Reply
DreamerWriter25
3 months ago
555+ my inspiration 
nananatte
3 months ago
555 นางช่างเปล่งประกาย
ตาพร่าเลยคร่า (* - *)
DreamerWriter25
3 months ago
เพิ่งโดนตกหลุม 555+

Reply