Impossible love (Binkyeong) -2-

                                                          - ไปค่ะพี่มิ้น -
อืม...
   ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร
   แต่หลังจากที่ฉันจูบไป ฉันก็หิ้วน้องกลับคอนโดฉันทันที
   น้องในบริษัท น้องที่เป็นคู่คดีเรื่องแฟน น้องที่แฟนฉันไปคบซ้อนไว้อย่างแนบเนียน
   น้องเบล..คนที่อยู่ตรงหน้า บนเตียงของฉันนี่แหล่ะ

   ตั้งแต่อินโทรที่จอดรถร้าน ในรถ ในลิฟท์ หรือแม้กระทั่งหลังบานประตูห้อง ฉันยังคงมีการรับรู้อยู่เสมอ ทุกสัมผัส ทุกการกระทำ และทุกการตอบสนองของผู้หญิงตรงหน้า มันทำให้ฉันเตลิดเปิดเปิงและไม่ยับยั้งชั่งใจใดๆ มีเพียงอย่างเดียวที่ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจในตอนนี้
   คือความต้องการ ต้องการทุกอย่างในตัวของเธอคนนี้ที่ชื่อเบล..

   แม้กระทั่งบทเพลงรักของเราจบลง หัวใจของฉันยังคงเต้นถี่หนัก อาจด้วยกิจกรรมที่เพิ่งผ่านไป และความรู้สึกตื่นเต้นที่ยังคงมีอยู่
   เธอเหนื่อยอ่อนและเพลียหลับไปก่อน..ส่วนฉันยังคงจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกประหลาดที่อิ่มเอมใจ ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย แต่ฉันก็ยิ้มน้อยๆ ออกมาและจูบบนหน้าผากมนของผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่า
   เธอขยับตัวเล็กน้อย และหันมากอดตัวฉันเอาไว้
   ฉันยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่จะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนตามเธอไปบ้าง

   ไม่รู้แน่ชัดว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวบนเตียง เปลือกตาของฉันยังคงหนักอยู่ ยากที่จะเปิดขึ้นมาต้อนรับวันใหม่จริงๆ
   ”ชิบหายละอิเบล” ฉันได้ยินเสียงเบาๆ ของคนต้นเหตุการขยับยุบตัวของที่นอน ถ้าหากว่าเมื่อคืนฉันเมามากจนไม่ได้สตินัก ฉันเองก็คงตกใจและเด้งตื่นขึ้น..แต่กรณีนี้ ฉันดันรับรู้ทุกอย่างนี่สิ
   “โอ้ยยยย อิเบลลลล เอาใครไม่เอา มาเอาพี่มิ้นเนี่ยนะะะะ”
   เป็นฉันแล้วทำไมยะะะะ ฉันไม่น่า..เหรอออออ..อยากจะตื่นขึ้นมาเถียงจริงๆ แต่ก็ยากเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมาเพื่อเถียงกับเธอ
   จะว่าไป..เธอไม่รู้ตัวเหรอว่าเธอมากับฉันน่ะ
   “ทำไมต้องคนนี้วะ คดียิ่งเยอะๆ อยู่ ตายๆๆๆ เสื้อผ้ากูอยู่ไหนวะเนี่ย”
   ทนไม่ไหวแล้วว้อยยยยย
   “ทำไม กับฉันแล้วมันทำไม” ฉันยอมไม่ได้ ดูถูกกันเกินไปละนังเด็กนี่
   “เอ้ยยย ตื่นแล้วเหรอ” เธอทำหน้าตกใจ ฉันจ้องมองเธอเข้าไป และถามย้ำอีกครั้ง
   “กับฉันแล้วมันทำไม ไม่ได้หรือไง” คือก็ไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่ก็แบบมั่นใจระดับนึงว่าสวยมาก
   “เปล่าาาา ก็พี่เป็นผู้หญิงด้วยกันไง“ เธอหลบตาและเสมองไปทางอื่น “นี่ ฉันจะกลับแล้ว”
   “หึ เมื่อคืนนะ ไม่เห็นจะพูดอะไรแบบนี้”
   ปั้กกกกก! ฉันพูดจบก็โดนหมอนฟาดใส่ชุดใหญ่ แขนยาวของฉันคว้ารวบเอาไว้ไม่ให้โดนทำร้ายต่อ ฉันสังเกตเห็นคนตรงหน้าหน้าขึ้นสีแดงเรื่อและหลบสายตาของฉัน เธอกำลังเขินเหรอ?
   “ยิ้มอะไร ห๊ะ” เธอหันมาเหวใส่ นี่ฉันยิ้มอยู่เหรอ ไม่รู้ตัวเลย
   “ไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวไปส่ง”
   “ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้” เธอตอบพลางมองหาข้าวของที่กระจัดกระจาย
   “เมื่อคืนฉันพาเธอมา ฉันจะไปส่งเอง” ... เธอไม่สนใจคำพูดฉันเลย “เธอมาแค่ตัวกับโทรศัพท์เธอเองนะ ไม่ได้ถือกระเป๋าอะไรมาด้วยแล้วจะกลับยังไง”
   เธอชะงักเหมือนกำลังนึกย้อนเหตุการณ์
   “งั้น..ไปส่งหน่อยสิ”
   “อือ ก็แค่นั้น ดื้อจริงๆ” ฉันว่าแล้วเอนตัวลงจะนอนต่อ
   “เดี๋ยวววววว” อะไรอีกเนี่ย “นอนต่อทำไม ไม่ได้ไปเลยเหรอ”
   “ยังง่วงอยู่เลย เธอรู้มั้ยว่าเมื่อคืนกว่าเธอจะปล่อยให้ฉันนอนน่ะตอนไหน จำได้บ้างมั้ยเนี่ย”
เธอทำท่าเขินอีกแล้วเมื่อฉันพูดถึงเมื่อคืน
   
..น่ารัก เอ้ย น่าแกล้งจัง..

   “มัน..ขาดๆ หายๆ ก็ฉันเมานี่ พี่อ้ะ” เธอยู่ปากน้อยๆ
   ไม่ต้องทำหน้าอ้อนได้มั้ย..หล่อนเป็นชะนี หล่อนเป็นชะนี มันจะต้องไม่ได้ผลกับฉัน
   “พี่มิ้นคะ...”
   น้ำเสียงแบบนี้ ไม่นะ ไม่..
   “ไปส่งเบลตอนนี้หน่อยนะคะพี่มิ้น..”
   ไมมมมมมมมม่!!!

   บทสรุปของเช้านี้(ที่จริงก็เกือบเที่ยง)ฉันก็เผลอจำยอม..เผลอ และ จำยอม จริงๆ นะ ต้องลุกมาส่งน้องกลับคอนโด ทั้งที่ฉันนั้นอยากจะขลุกอยู่บนเตียงต่ออีก แต่กว่าจะออกมาได้ก็ต่อรองให้เธออาบน้ำซะก่อน เพื่ออะไรน่ะเหรอ เพื่อยืดเวลานอนของฉันไง
   สำหรับฉัน เวลานอนคือสิ่งที่มีค่าที่สุด!
   ระหว่างทางไป บนรถนั้นมีแค่เสียงเพลงที่คอยทำลายความเงียบ ระหว่างเราไม่มีบทสนทนาใดๆ เลย
   โครก.. เสียงประท้วงของร่างกายตัวเล็กๆ ดังแทรกเสียงเพลงขึ้นมา
“จะหาอะไรกินก่อนเข้าไปมั้ย” ฉันถามขึ้น
“ไม่อ่ะ กลับเถอะ”
“แต่ฉันก็หิวเหมือนกันนะ เธอก็หิวแล้วนี่”
“พี่ก็ไปส่งฉันก่อนแล้วค่อยหาอะไรกินสิ” อะ..ขัดใจเก่ง ฉันไม่เถียงอะไรเธอต่อ แต่เลี้ยวรถเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดร้านหนึ่งแทน
“เอ้าาาา พี่”
“ก็หิวอะ” ไม่ว่าเปล่า พลางทำหน้าแบบไม่รู้ไม่ชี้ เธอมองแรงใส่ฉันหนึ่งที ฉันอ่านปากของเธอที่พูดแบบไม่ออกเสียงว่า กวนตีน
มุมปากฉันกระตุกยิ้มไม่รู้ตัว

   เรานั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน เจ้าของเสียงท้องร้องในรถกัดแฮมเบอร์เกอร์คำใหญ่แล้วเคี้ยวตุ้ยอย่างไม่สนใจฉันที่เป็นเจ้ามือเลยซักนิด เอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์เล่นแชทสีเขียวอยู่อย่างนั้น
   ริมฝีปากสีชมพูนั้นขยับไปมาตามการเคี้ยวของเธอ แต่ทำไมภาพที่ฉันเห็นมันถึงได้ขยับช้าๆ แบบนั้น ทำไมปากเล็กๆ ของเธอมันได้รูปนักนะ มันดูน่ารักจิ้มลิ้ม แล้วก็น่าสัมผัส..
“มองอะไร” เธอเริ่มรู้ตัวว่าโดนจ้อง “หิวไม่ใช่เหรอ กินสิ”
“ก็ดูเธอกินสิ โตแล้วยังกินเลอะเทอะยังกับเด็ก” ฉันแก้ต่างด้วยการหยิบทิชชู่เอื้อมไปเช็ดปากเธอ แขนยาวๆ ของฉันมันไปถึงตำแหน่งนั้นได้อย่างพอดี
   แม้มีเพียงแผ่นทิชชู่บางๆ กั้น แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่ปลายนิ้ว
   เชี่ยยยยยยยยยยยย นุ่มจังวะ...
   เธอมองฉันอึ้งๆ เล็กน้อย แล้วหยิบทิชชู่จากมือฉันไปเช็ดเอง
   หลังจากนั้น ก็มีเพียงบทสนทนาเพียงไม่กี่คำ จนกระทั่งฉันไปส่งเธอที่คอนโดเรียบร้อย
   น่าแปลกใจนักที่ระหว่างทางกลับฉันเอาแต่นึกถึงเธอ ริมฝีปากของเธอที่ฉันมองและได้สัมผัส เมื่อพลันนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนในตอนเริ่มต้น ที่ลานจอดรถนั้น..

เจ้านี่รึเปล่า ที่ทำให้ฉันขาดสติเมื่อคืน...




บ้า
บ้า
บ้าไปแล้ว อิเบลเอ้ยยยยยยย
หลังจากที่ฉันได้กลับคอนโดตัวเองและขอกุญแจสำรองเข้าห้องมาก่อนนั้น ฉันก็ทิ้งตัวกรีดร้องกับหมอนบนเตียงทันที
ทำไมเมื่อคืนถึงไปกับพี่มิ้นได้นะ แล้วทำไมมันจบลงแบบนี้
นึก นึก นึกย้อนกลับทุกช่วงที่มีสติอยู่..ที่จอดรถนั่น ที่เราคุย เกือบจะทะเลาะ และ...

จูบของพี่มิ้น

อยากพูดเหลือเกินว่า..โคตรอร่อย



.........…………………………………………………………………………………………………………
ขอชิมบ้างได้มั้ยคะพี่มิ้น

ว๊ากกกกกกกกกก > <///


SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments