ไม่สำคัญว่าชะตาชีวิตของเราจะลิขิตไว้เช่นไร
1
การ์โลส กัสตาเนดา นักเขียนอเมริกันเชื้อสายเปรูเคยบอกว่า “ไม่สำคัญว่าชะตาชีวิตของเราจะลิขิตไว้เช่นไร ตราบใดที่เราเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่กลัวทุกข์ร้อน”

เวลาเหนื่อยหรือหมดแรง ผมจะหยิบโคว้ดคำพูดนี้ของกัสตาเนดามาอ่านซ้ำ เพราะในระหว่างการดำเนินชีวิต บางครั้งชีวิตก็ซัดเราเสียหมอบจนแทบลุกไม่ขึ้น หมดแรงที่จะใช้ชีวิต ไม่อยากทำอะไร

แต่คัสตาเนด้ากลับบอกว่า โชคชะตาจะเป็นยังไงไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเราทุกข์ร้อนหรือเกรงกลัวมันหรือเปล่า แล้วผมก็พบว่าจริงหวะ บางครั้งเราก็ใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวต่อโชคชะตาที่มองไม่เห็นเกินไป

ทำให้คิดได้ว่าทำไม่เราต้องไปให้ค่ามันมากขนาดนั้น ในเมื่อโชคชะตาไม่เคยช่วยเหลือเราเลย เราจะไปแคร์มันทำไม ทำไมเราไม่ทำสิ่งมันส์ๆ สนุกๆ ให้กับชีวิตละ เราน่าจะใช้ชีวิตให้มันส์สนุกสุดเหวี่ยงดีกว่า ช่างหัวโชคชะตาเถอะ


2
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ Money Sex War Karma: Notes for a Buddhist Revolution ของคุณเดวิด อาร์.ลอย ศาสตราจารย์ศาสนาและสังคมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเซเวียร์ที่เขียนเรื่องโชคชะตาไว้ว่า

“กรรมไม่ได้เป็นหลักธรรมที่ยอมรับในชะตาลิขิต ไม่ได้สอนให้งอมืองอเท้ายอมับปัญหาของชีวิต แต่สอนให้เราเปลี่ยนสภาพการณ์ของชีวิตไปในทางที่ต้องการ หรือดีขึ้น”

ซึ่งค่อนข้างต่างจากความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่ว่าเราเกิดมาเพื่อใช้กรรมกันเพียงอย่างเดียว และโชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้วด้วยวันเดือนปีเกิด คนที่ทำอะไรสำเร็จก็ได้มาเพราะโชคดีหรือดวงเท่านั้น ดังภาษิตที่ว่า “แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนาแข่งกันไม่ได้”

ซึ่งความคิดนี้เองที่ทำให้สังคมไทยเต็มไปด้วยแรงเฉื่อยและผู้คนส่วนมากจึงไม่ได้ลงมือสร้างสรรค์อะไรขึ้นมา เพราะเชื่อว่าทำไปก็เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องรอฤกษ์ดี ผูกดวง หรือเปลี่ยนชื่อก่อนจึงจะทำอะไรได้ ต่างจากประเทศพัฒนาแล้วที่เชื่อในผลของการลงมือทำ

โชคร้ายจึงตกเป็นของคนหนุ่มสาวทุกยุคสมัยที่มีไอเดียดีและแรงพลังที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนรุ่นก่อน


3
ถ้าคุณกำลังตั้งใจทำอะไร ผมว่าอย่าไปสนใจโชคชะตามากนัก ทำไมไม่ทำให้มันสนุกล่ะ
มาใช้ชีวิตให้สนุกกันดีกว่า

อย่างที่การ์โลส กัสตาเนดาบอกไว้ “ไม่สำคัญว่าชะตาชีวิตของเราจะลิขิตไว้เช่นไร ตราบใดที่เราเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่กลัวทุกข์ร้อน”

ปีใหม่แล้ว ออกมาใช้ชีวิตให้มันส์ๆ กันไปเลย

_ _ _ _ _
ปล. ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านครับ
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

Cakecre
3 months ago
ขอบคุณที่สละเวลาถ่ายทอดงานเขียนดีๆคร้า:)
Reply
porglon
29 days ago
ขอบคุณที่มาอ่านครับ