แมว 9 ชีวิต (Binkyeong) -4- (END)


/ตอนจบแล้วๆ มาต่อให้อย่างไวเลยนะคะ 

มาอ่านต่อกันเถอะ!
.
.
.
.
.
.
.
"......มินกยอง......."
"....ฉัน....จำได้แล้ว...."
"เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะ...!!"


เรในร่างคังเยบินจะเข้าไปหามินกยองแต่ทำไม่ได้ ร่างกายที่ถูกสั่งให้ลอยอยู่เหนือพื้นพยายามตะเกียกตะกาย แต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดไปได้เลย ยิ่งพยายามน้ำตามันก็ยิ่งไหล สายตาที่ส่งมายิ่งบีบให้หัวใจเจ็บปวด ...สายตาที่ไม่ไว้ใจคู่เดิมนั่นอีกแล้ว


"แล้วมันเป็นยังไง!!!"
"เธอบอกฉันมาสิ!!! เร!!"


ความโมโหโกรธาขับเคลื่อนให้พลังบางอย่างของหญิงสาวแผ่ซ่าน บัดนี้แมวน้อยตัวเดิมที่น่ารักกลับมีกรงเล็บยาวแผ่งอกเหมือนปีศาจก็ไม่ปาน ลูกตาที่เคยเหมือนมนุษย์แปรเปลี่ยนเป็นตาดำขลับน่ากลัว ถ้าเป็นเเยบินคนเก่าเห็นแล้วคงไม่มีสติแม้แต่จะพูดอะไรออกมา

แต่เยบินก็ไม่ได้ละความพยายาม เธอพูดอธิบายต่อไปด้วยความที่ไม่กลัวตาย ความรู้สึกหลายๆอย่างมันปนเปกันจนออกมาเป็นหยดน้ำตา 


"พี่ฉันขู่ว่าถ้าไม่ทำให้เธอร้องเขาจะเอาเธอโยนเข้ากองไฟ!"

"มันเป็นทางเดียวที่ฉันจะช่วยเธอได้..."



การทำให้เธอเจ็บยังดีกว่าต้องเสียเธอไป...
 

"..."


ไม่มีถ้อยคำออกจากปากของร่างสูง กลับกันออร่าน่ากลัวนั่นค่อยๆจางหายไป เยบินที่เมื่อเท้าแตะพื้นรีบวิ่งเข้าไปกอดมินกยองทันที เธอไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำเป็นแกล้งหรือเปล่า พอเธอกอดอีกฝ่ายจะใช้กรงเล็บนั่นแทงเข้าที่ท้องของเธอหรือไม่...

เพราะยังไงความตายก็ยังชดใช้ได้ไม่เท่ากับสิ่งที่เธอทำ...


ทั้งคู่ยืนกอดกันแน่น...



คนตัวสูงไม่ผลักไส...



คนตัวเล็กไม่ยอมปล่อย...



...คงเป็นเพราะต่างคนต่างก็โหยหาอีกฝ่าย ...มันบรรยายออกมาเป็นความรู้สึกไม่ได้


มินกยองที่แสดงออกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ลึกๆแล้วเธอรู้ตัวดีว่าเธอเกลียดอีกคนไม่ได้...

พยายามเกลียดแล้ว แต่มันก็ทำไม่ได้จริงๆ...



เยบินกอดแน่นกว่าเดิม กลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปยามเมื่อเธอคลายอ้อมแขนนั่น... กว่าจะมาถึงจุดๆนี้...เวลาที่เหมาะสมที่เราจะอยู่ด้วยกันสองคนโดยที่ไม่มีใครมาขวาง...


...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม...
.
.
.
.
.
หลังจากที่ฉันปรับความเข้าใจกับมินกยองแล้ว ฉันก็พาเธอมานั่งรับลมตรงจุดที่ฉันชอบนั่ง ...จุดแรกที่ฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วเจอเธอ...แมวสีส้มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

"นี่"

คนตัวสูงเริ่มพูดขึ้นด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความปิติ

"ว่าไง?"

"จำวันนั้นได้ใช่ไหม...วันที่เกิดเรื่อง"
"ฉันจงใจทำให้พวกนั้นตาย"

"จริงเหรอ" ฉันค่อนข้างที่จะแปลกใจเล็กน้อยที่มินกยองหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

"อืม รวมถึงตัวฉันด้วย"

"หมายความว่า...เธอ...?!"

มินกยองพยักหน้า

"นับตั้งแต่วันนั้น ฉันจะต้องมาฆ่าตัวตายที่เดิมซ้ำๆ วนไปจนกว่าจะหมดกรรม"

"...!"

พระเจ้าช่วย!!


"แล้วเธอรู้ไหม...ทุกๆชาติที่ฉันต้องมาชดใช้กรรม ในเหตุการณ์นั้นต้องมีเธออยู่ด้วยเสมอ"

"จริงเหรอ!!?"

"ใช่...บางชาติฉันก็แกล้งให้เธอร้องไห้จนสลบ บ้างเธอก็ร้องให้คนช่วย บ้างก็กลัวจนช็อค หนีกระเจิดกระเจิงจนเราไม่เคยได้พูดคุยกันเลยหลังจากวันนั้น ...จนมาถึงวันนี้ฉันต้องใช้แผนล็อคประตูดาดฟ้า กะว่าจะคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...แต่เวลามันดันมาพอดี ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเห็นฉันในสภาพนั้นนะ"

เยบินส่ายหน้าอย่างไม่คิดมาก แต่ก็เกิดคำถามสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง

"ชาติก่อนๆฉันไม่เคยบอกเธอเรื่องนี้เลยเหรอ?"

"ไม่..."

มันเป็นเวลานับพันปีที่อีกคนต้องทนรับรู้สิ่งที่ไม่ใช่ความจริง มินกยองจะทรมานแค่ไหนเยบินก็ไม่อาจคาดเดาความเจ็บปวดเหล่านั้นได้

จู่ๆน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา คนตัวสูงเห็นแบบนั้นแล้วเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้ นิ้วโป้งเรียวสวยที่ปาดน้ำตาด้วยความอ่อนโยนทำให้คนตัวเล็กอบอุ่นไปถึงหัวใจ ...เธอจับมือนั่นเอามาแนบแก้ม ทำเหมือนเด็กเล็กๆที่ต้องการอ้อนใครสักคน มินกยองเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

"แล้วหลังจากนี้เราจะได้เจอกันอีกไหม"

"เจอสิ"
"จนกว่าจะครบ 9,000 ปี ฉันจะได้เจอกับเธอไปตลอดนั่นแหละ"

"งั้นเธอช่วยบอกฉันในชาติต่อไปด้วยนะว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง"
"เพราะฉันจะอยู่กับเธอ...ทุกชาติไป ...ฉันสัญญา"



ต่อไปนี้เธอจะไม่เจ็บปวดคนเดียวอีกแล้วนะ
 


"น้ำเน่าซะจริง"

มินกยองหัวเราะร่วนพร้อมกับน้ำตาคลอ ใจดวงน้อยที่เต้นดังโครมครามจนแทบจะทะลุไปถึงสามโลก ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเอาหูมาแนบจะต้องได้ยินชัดเจนแน่นอน ...ท้องน้อยก็รู้สึกหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกคล้ายตกจากที่สูงในตอนแรกๆ ...แต่มันไม่ใช่แบบนั้น



มันดีกว่านั้นมาก


รู้สึกดีจนบอกไม่ถูก



"นี่ๆ แล้วชาติก่อนฉันเป็นอะไรหรอๆ" เยบินถามด้วยความสนใจ

"อืมม...รู้สึกว่าจะเป็นคนใช้นะ 55555"

"หาาาา ไหงงั้นอ่ะ"

"เธอขึ้นมาตากผ้าบนดาดฟ้าแล้วก็เจอฉันเข้าให้ แต่ดันเป็นลมไปซะก่อนเลยไม่ได้พูดคุยกัน"

"ก็เลยต้องแสดงละครให้ฉันตายใจ พอถึงจุดพีคก็ทำให้หนีไปไหนไม่ได้เนี่ยนะ?"

"ถูกต้องนะค้าา"

"แล้วตอนนั้นทำไมต้องกางเล็บด้วยเล่า...แถมตาดำน่ากลัวนั่นอีก..." เยบินเบ้ปาก

"แค่โมโหนิดหน่อยเอง อย่าใส่ใจเลยน่า"

"เธอนี่มันร้ายชะมัด..."

"5555555"
"แต่ชาติที่น่าสนใจก็มีอีกนะ เป็น..."

"อะไรหรอๆๆ"

"คนขายปลาแห้งไง 555555555555555555555555555555"

"โว้ยยยยยยยยยยย"

'มีปกติสักชาติไหมเนี่ยฉัน...' เยบินคิด

"เธอขึ้นไปตากปลาบนหลังคาบ้าน พอฉันอยู่ในร่างแมวก็นึกว่าฉันจะมาขโมยปลา ไล่ตีใหญ่เลย"

"555555555555 สมน้ำหน้า"

"แต่ก็อย่างที่บอก...ชื่อนี้น่ารักดีนะ...คังเยบินหรอ..."

"...ก...ก็ของมันแน่อยู่แล้ว!"

เยบินตีมินกยองดังฉาดกลบความเขิน แต่ตำแหน่งที่ตบกลับเป็นที่มือข้างนั้น อีกคนร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ เยบินตกใจมาก รีบเอามืออีกคนมากุมแล้วเป่าราวกับมีเวทมนต์ยาที่ช่วยให้หายเจ็บได้

"ขอโทษๆ ฟู่ๆๆ หายซะน้าๆ"

เจ้าของแผลขำคิกคัก เยบินทำหน้าเหลอหลาด้วยความงงว่าเจ้าตัวขำอะไร แต่จู่ๆมินกยองก็ใช้มือข้างนั้นดันให้เยบินนอนราบลงไปกับพื้นอย่างหน้าตาเฉย สองมือค้ำให้ตัวเองอยู่เหนือจากพื้น เงาของอีกฝ่ายบดบังแสงแดดทำให้เยบินมองเห็นหน้าอีกคนได้ชัด ...สีหน้านึกสนุกปนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น...

"อ้าวเฮ้ย! ไม่ได้เจ็บนี่!"

"มันพันกว่าปีมาแล้ว คงไม่เจ็บแล้วล่ะมั้ง"

"แกล้งกันหร--"

นิวชี้เรียวจ่อที่ริมฝีปากอันเป็นสัญญาณบอกว่าให้อีกฝ่ายหยุดพูด เยบินเพิ่งรู้สึกตัวว่าทั้งสองคนกำลังอยู่ในท่าที่สองแง่สองง่ามขนาดไหน พอมองไปที่อีกคน...ถึงจะยิ้มอยู่ก็ตาม แต่สายตามันเปลี่ยนไป...แววตาที่ชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ...

"อ...เอ่อ คือ---"

"ที่บอกว่าจะอยู่ด้วยกันทุกชาติไป ...คงไม่ได้หมายความว่าแบบเพื่อนหรอกนะ"

"............"

"เธอพิเศษกว่านั้น...เป็นมากกว่าเพื่อนสนิท เป็นมากกว่าคนในครอบครัว"
"เธอเป็นทุกอย่างสำหรับฉันนะเร... นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันอยู่ที่นี่ ให้ฉันได้เจอเธออีกครั้งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง"



พระเจ้าทรงฟังทุกคำขอ....

ถึงแม้จะเป็นคำขอจากสัตว์เดรัจฉานบาปหนาตัวหนึ่ง...

การที่ได้อยู่กับบุคคลอันเป็นที่รัก...เป็นสิ่งที่ท่านย่อมประทานให้ได้อย่างง่ายดาย...
 
 หากท่านอณุญาตแล้ว...ตัวข้าขออยู่กับเธอ...ทุกชาติไป...

...ตราบสิ้นสุดวาระกรรม
 


เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นบอกเวลาหมดคาบเรียน แต่สำหรับทั้งคู่มันเหมือนกับเสียงระฆังวันแต่งงาน...เสียงที่ทั้งคู่ให้แทนคำสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกับตราบนานเท่านาน...จนกว่าอีกคนจะหมดเศษเสี้ยวกรรมบาปที่ได้สร้างขึ้น... ทว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จะมีอีกคนเข้ามาร่วมทุกข์ร่วมสุขในชีวิตหม่นหมองพันกว่าปีของแมวน้อยผู้น่าสงสาร...ที่จะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป...





When I feel happy, I dare to laugh among people.

But when I feel blue I’ve just to cried with you

Because you’re the only one who understand me.  
 


"ฉันก็เหมือนกัน"

"รักเธอนะ ...เจ้าแมวส้มของฉัน..."

.
.
.
.
.
.
.
.
วี๊ดวิ้ววววววววววว ฮิ้วๆๆๆๆ จบไปแล้วกับฟิคสั้นๆ ว่าด้วยเรื่องราวระหว่างคนกับแมว นึกว่าจะโดนดองเค็มเหมือนเรื่องแรกแล้ว แต่เขียนไปเขียนมารู้สึกสนุกแล้วก็มีความอินกับตัวละครเป็นพิเศษด้วย เวลาจะเขียนต้องใส่ความแค้นความอำมหิตลงไปถึงจะได้ฟีล //น่ากลัว...

ไรท์เลือกฉากปิดจบไว้หลายแบบ แต่ชอบอันนี้ที่สุด หลังจากนี้ก็แล้วแต่ทุกคนจะจินตนาการว่าอยากจะให้ชีวิตของทั้งสองคนเป็นยังไง หวือหวาเหมือนคู่รักซัมมะลาฮาฮ่าหรือเปล่าก็แล้วแต่เลยค่า แต่สุดท้ายสำหรับไรท์ทั้งคู่ก็ยังมีกันและกันไปจนกว่าเวลาจะทำหน้าที่ของมัน 

เอาล่ะค่ะ สำหรับซีรีย์สั้นม๊ากๆเรื่องนี้ไรท์ก็ขอปิดจบอย่างเป็นทางการ ไว้โอกาสหน้าเค้าจะมาต่อเรื่องเก่าให้ได้นะคะ แต่ถึงเค้าจะยังไม่มาก็อย่าหมดศรัทธากับพริสทินนะคะ เราจะรอวันที่น้องพริสเฉิดฉายไปด้วยกันค่ะ จับมือ!!

สุดท้ายเมื่อคุณคิดถึงคู่บิ้นกยองก็ขอฝากฟิค แมว 9 ชีวิต ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ อิอิ

รักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนท์ทุกการกดหัวใจ ...ทำให้ไรท์ยิ้มได้ในวันที่ท้อจริงๆค่ะ ^^

เลิฟยูว.

SHARE
Written in this book
แมว 9 ชีวิต [ฺBinkyeong]
ว่าด้วยเรื่องของแมวกับคน
Writer
BLACK-PEARL
Fic HINAPIA & YURI STORY
นานนนนนนนนนนนนนนๆทีจะมาแต่งฟิค

Comments

chaeim
11 months ago
เขาอยู่ด้วยกันตลอดไปดัแล้วค่ะ สงสารน้องแมวจัง อดทนได้ขนาดนี้ เก่งมาก ต่อไปนี้ไม่เหงาแล้วนะ มีคนอยู่ด้วยแล้ว
Reply