ในขณะที่คนพูดถึงยุค 90 เรากลับชอบยุค Millennials มากกว่า

คำเตือน!! บทความนี้ยาวมากๆถ้าคุณเป็นวัยรุ่นยุคมิลเลนเนียมลองอ่านให้หมดดูแล้วคุณจะฟินทันที!!

ไม่รู้ว่าทำไมสมัยนี้คนพูดถึงยุค 90 กันบ่อยจัง จริง ๆ การพูดถึงยุค 90 มีมาประมาณปี 2 ปีที่แล้ว แล้วมันจะมีมาเรื่อยๆบ่อยๆ ในอนาคต

ซึ่งหลายๆเพจเขาก็ทำ content เกี่ยวกับยุค 90 ให้คนเข้าใจถูกต้องว่ายุค 90 จะต้องเกิดในปีนู้นปีนี้ สรุปก็คือ ถ้าจะเรียกตัวเองว่าเติบโตจากยุค 90 จริงๆคือต้องเกิดช่วงประมาณปี 75-85

แต่ถ้าเกิดในยุค 90 เลย ยังไม่ถือว่าเป็นวัยรุ่นยุค 90 แต่จะเป็นวัยรุ่นยุคมิลเลนเนียมแทน

ยุคมิลเลนเนียมคือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ผมเกิดในยุค 90 แต่เป็นวัยรุ่นในยุคมิลเลนเนียมครับ ในยุคนี้มีจุดเด่นที่เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เป็นยุคที่แต่ละคนสามารถมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง แล้วค่ายมือถือต่างๆโปรโมชั่นมือถือให้ถูกเพื่อให้คนทั่วไปสามารถใช้งานมือถือได้ง่ายขึ้น 

ไม่ใช่แค่มือถือเท่านั้นที่มีบทบาทในยุคนี้ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเริ่มมีบทบาทในยุคนี้เช่นกัน แม้ว่า internet adsl ของยุคมิลเลนเนียลถือว่าช้ามาก ๆ ถ้าเอาไปเทียบกับ internet fttx ในยุคนี้ แต่ internet adsl ในตอนนั้นถือว่าล้ำกว่าอินเตอร์เน็ตแบบต่อผ่านโมเด็มในความเร็ว 56 กิโลบิตต่อวินาทีมากครับ 

เมื่ออินเตอร์เน็ตกลายเป็นของใหม่ที่ใช้กันจนเป็นปกติ


จำได้ว่าช่วงที่ใช้อินเตอร์เน็ต 56 กิโลบิตต่อวินาที การใช้งานยุ่งยากในจะต้องต่อผ่านมือถือแล้วต้องซื้อบัตรชั่วโมงในการเล่น และอินเตอร์เน็ตที่ใช้มีจำกัด พอ adsl เข้ามา การใช้งานอินเตอร์เน็ตจากที่ใช้งานยากกลายเป็นเรื่องปกติไปเลย ซึ่งอินเตอร์เน็ตในช่วงเวลานั้นผ่านไปหลายๆปีเริ่มเข้าถึงง่ายขึ้น ตอนแรกผมใช้อินเตอร์เน็ตจากห้องสมุดในโรงเรียนก่อน หลังจากเลิกเรียนผมก็ไปเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนๆ ช่วงนั้นเกม ragnarok online ฮิตมาก เล่นตั้งแต่ตอนเปิดให้เล่นฟรีจนกระทั่งช่วงเติมเงินแรก ๆ

แต่ความเร็วเน็ต adsl ในยุคนั้นก็ไม่ได้เร็วอะไรมากมายความเร็วประมาณ 128 กิโลบิตต่อวินาที 

ช่วงกลางๆของยุคมิลเลนเนียม ความเร็วอินเตอร์เน็ตเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และราคาที่ถูกลง

กลายเป็นว่า การใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้วครับ พวกเพ็นเฟรน (เพื่อนกันผ่านจดหมาย) ก็เริ่มน้อยลง แต่หันมาแลก MSN กันตามเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งในยุคนี้เป็นยุคทองของเว็บบอร์ด ก่อนที่ social network อย่าง facebook จะมีบทบาทในประเทศไทย วัยรุ่นอย่างเราๆก็สิงตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งช่วงนั้นผมชอบเข้าไปเล่นในบอร์ดไทยวันพีชบ่อยๆ เป็นเว็บบอร์ดที่พูดเกี่ยวกับเรื่องการ์ตูนวันพีช

แต่ถ้าเพื่อนๆของผมก็จะไปเล่นเว็บเด็กดีกันครับ เพราะเว็บเด็กดีชอบลงรูปสาวสวยบ่อย ๆ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังสนใจเพศตรงข้าม ก็จะมีเด็กๆม. ปลายสวยๆหรือสาวเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ดูดีลงเป็นกระทู้ในเว็บเด็กดีเป็นประจำ
webboard คือ social network ในยุคแรกๆ


ถ้าเทียบกันตอนนี้มันก็คือกลุ่มที่อยู่ใน facebook ในปัจจุบันพวกเว็บบอร์ดก็ยังมีให้เห็นอยู่อย่างเช่น Pantip แต่รู้หรือไม่ว่าเว็บบอร์ดสำหรับวัยรุ่นยุคมิลเลนเนียมคือ social network ในยุคแรกๆ

ซึ่งผู้ใช้งานเว็บบอร์ดส่วนใหญ่มักจะไม่เปิดเผยตัวจริง มักจะใช้ชื่อนามแฝงแล้วเอารูปของใครบางคนมาแทนเป็นอวต้าซะมากกว่า ซึ่งรู้หรือไม่ว่าคนบางคนที่เป็น influencer ในยุคนี้ก็เติบโตมาจากเว็บบอร์ดทั้งนั้น ซึ่งในตอนนั้นคนเริ่มสร้าง content ในเว็บบอร์ดกันแล้ว

การสร้าง content ใน webboard ในยุคนั้นยากมาก เราจะต้องเรียนรู้โค้ดที่ใช้ในเว็บบอร์ดด้วย อย่างเช่น พิมพ์ตัวหนา ต้องมี [b] [/b] คั่น แล้วถ้าจะอัพโหลดภาพลงในกระทู้ก็ต้องไปฝากไฟล์ในเว็บไซต์ฝากไฟล์อย่าง imageshack ก่อน แล้วพอฝากไฟล์เสร็จก็เอาลิงค์ที่ได้มาใส่ใน [img] [/img] ส่วน content ที่ลงในเว็บบอร์ดส่วนใหญ่มักจะเน้นภาพมากกว่าตัวหนังสือ เพราะพวกตัวหนังสือที่ใช้ในเว็บบอร์ด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออ่านเหมือนในสมัยนี้ แล้วเวลาเล่นเว็บบอร์ดก็ต้องเล่นผ่านคอมเท่านั้น และคอมในยุคนั้นเป็นคอมที่ใช้จอแบบ crt เวลาจ้องคอมนานๆอาจจะเมื่อยล้า ทำให้คนที่ทำ content เก่งๆในเว็บบอร์ดมักจะลงภาพเยอะๆส่วนใหญ่

ยุคนี้เป็นยุคบุกเบิกแห่ง blogger ในเมืองไทย

ในเมืองไทยเริ่มมีแล้วที่เอาไว้เขียนบล็อกเป็นหลักอย่าง exteen.com เชื่อไหมครับว่าถ้าผมเข้าเว็บไซต์ exteen.com ผมไม่สามารถเข้าได้ในโรงเรียน เพราะ exteen.com ทาง web browser ในโรงเรียนมันบอกว่ามันเป็นเว็บไซต์แนว 18+ (จากชื่อ) เลยผมสามารถเข้าเว็บ exteen.com ได้จากคอมที่บ้านเท่านั้น

ในช่วงแรกๆของบล็อกเกอร์ในเมืองไทย มักจะเขียนเนื้อเรื่องในแบบ look at me มากกว่า look at there เพราะตัวบล็อคเกอร์ในช่วงแรกๆถูกออกแบบมาเหมือนไดอารี่ออนไลน์ และในช่วงนั้น blogger ยังไม่สามารถหาเงินได้เหมือนในยุคนี้ แม้ว่ายุคนั้นจะมี google adsense มาแล้ว แต่คนที่รู้จัก google adsense ก็รู้จักในวงแคบๆ แล้วคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเขียนบล็อก ไม่ใช่เขียนเป็นงานอดิเรกมากกว่าจะหาเงินจริงๆ 

ต้องเข้าใจว่ายุคนั้น social network ยังไม่มาในเมืองไทย เลยช่องทางโปรโมทผลงานตัวเองหรือโปรโมทตัวเองก็คือบล็อกนั่นแหละ

เป็นเน็ตไอดอลในยุคนั้นยากจริง ๆ

จำได้ว่ากว่าจะได้รูปภาพสวยๆในยุคนั้นมันยากมาก คนที่จะมีรูปภาพสวยๆต้องมีกล้อง DSLR ราคาแพงๆนู่นเลย แล้วยุคนั้นกล้องถ่ายรูปก็แพงเอาเรื่องแถมภาพออกมาก็ไม่ได้ดีเหมือนกล้องถ่ายรูปในยุคนี้ ทำให้กว่าจะเป็นเน็ตไอดอลในยุคนั้นมันยากมากๆ ถ้ารูปสวยๆก็จะเป็นรูปถ่ายเซลฟี่ตัวเองซะมากกว่า โดยถ่ายแบบมุมแอ๊บแบ๊วหน่อย ส่วนความละเอียดของภาพก็อย่าไปพูดถึงเลย กล้องมือถือบางรุ่นให้ความละเอียดแค่ VGA แล้วต้องถ่ายโดยใช้กล้องหลัง 

การจะเป็นเน็ตไอดอลได้ในยุคนั้นต้องผ่านสื่อรายการมาบ้างแล้ว หรือผ่านการประกวดดังๆสักรายการ หรือเป็นนักร้องที่หน้าตาดี ก็อย่างที่บอกไม่ได้เป็นเน็ตไอดอลกันง่ายๆ แล้วยุคนั้นยังไม่มีsocial network เป็นตัวเป็นตนเหมือนในยุคนี้ อย่างมากก็มีแค่ hi5 ถ้าชนะประกวดอะไรสักอย่างแล้วหน้าตาดีด้วย ก็จะได้เป็นเน็ตไอดอลหรือคนที่พูดถึงในยุคนั้นทันที ซึ่งได้รับการโปรโมทจากสื่อดัง ๆ เพิ่มเติมด้วย

ด้วยความที่เน็ตไอดอลที่เกิดมามักเป็นบุคคลสาธารณะจริง ๆ ในภายหลัง และออกสื่อต่างๆมากมายที่ไม่ใช่แค่ในอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว ทำให้เน็ตไอดอลที่เกิดขึ้นในยุคมิลเลนเนียมมักจะวางตัวดี และก้าวหน้าในวงการสื่อในเวลาต่อมา

ยุคนั้นบริการ download content ลงมือถือเกลื่อนมาก

ไม่ว่าจะริงโทน, เกมหรือวอลเปเปอร์, สกรีนเซฟเวอร์ต่างๆที่ลงในโทรศัพท์ บริการพวกนี้มีเกลื่อนมากๆ เรามักจะเห็นบริการ download content ต่าง ๆ ตามนิตยสารทั่วไปที่เราซื้อกันบ่อย ๆ ตั้งแต่มือถือรุ่นหน้าจอขาวดำจนไปมือถือรุ่นหน้าจอสี 

ซึ่งบริการ download content ผมจะไม่ค่อยพูดเยอะเท่าไหร่เพราะผมไม่เคยดาวน์โหลดพวกนี้เลย ขอข้ามดีกว่า

เซ็นเตอร์พอยท์ในยุคท้ายๆ

พูดถึงเซ็นเตอร์พอยท์ เป็นโซนเป็นฮิตมากๆในหมู่วัยรุ่นช่วงมิลเลนเนียม การเดินทางก็สะดวกเพียงแค่ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วก็มาลงที่สถานีสยาม โดยปกติโซนนี้จะเป็นโซนที่รวมโรงเรียนกวดวิชา ทำให้ center point เป็นเหมือนแหล่งที่พักพิงของนักเรียนที่มาเรียนกวดวิชากัน ในยุคนั้นยังไม่มีการเผยแพร่เรื่องราวของตัวเองผ่านโลกโซเชียล ทำให้การสัมผัสบรรยากาศของเซ็นเตอร์พอยท์ค่อนข้างเต็มอิ่ม
หนึ่งในเหตุผลที่แต่ละคนไปเซ็นเตอร์พอยท์กันเพราะว่าเป็นแหล่งนัดรวมหนุ่มสาววัยรุ่นหน้าตาดีในยุคนั้น ประมาณว่าถ้าอยากจะจีบสาวหรือจีบหนุ่มก็มาที่นี่ แล้วตรงแถวนี้เป็นแหล่งรวมร้านเพลง หรือพวกกิจกรรมของวัยรุ่นที่มักจะทำกันบ่อยๆ

แม้ว่าเซ็นเตอร์พอยท์กลับมาในรูปแบบห้างสรรพสินค้า แต่สิ่งที่ center point ยังรักษาเอกลักษณ์เหมือนเดิมคือเป็นสถานที่วัยรุ่นมักจะเดินกันหลังเลิกเรียนหรือในวันหยุด ซึ่งทุกวันนี้เด็กๆวัยรุ่นเขาก็ยังเดินกันอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ไปนิดนึง

โทรศัพท์มือถือที่ใครๆก็มีได้

จริงๆแล้วหนุ่มสาวยุคมิลเลนเนียมก็เริ่มมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองแล้ว ซึ่งโทรศัพท์มือถือในยุคนั้นราคาเริ่มถูกลงจนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ และโปรโมชั่นมือถือที่เน้นโทรต่อเนื่อง ทำให้ทุกๆคนต่างมีมือถือเป็นของตัวเองแล้วเวลาจะจีบสาวหรือจีบหน่อยก็ทำได้ง่ายขึ้น ง่ายกว่ายุค 90 ที่ต้องขอเบอร์บ้านที่บางทีพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้นอาจจะรับสายก่อน

ก่อนที่ไอโฟนจะเปิดตัว มือถือยี่ห้อโนเกียดังเป็นพลุแตกมาก ๆ ครับ ถ้าใครบ้านรวยหน่อยก็จะซื้อมือถือยี่ห้อโนเกียแบบแปลกๆ ซึ่งมันก็แปลกจริงเพราะว่าเพื่อนบางคนเขามีมือถือโนเกียรุ่นที่ล้ำมากๆ ล้ำจนมองไม่ออกว่านี่หรือมือถือ

แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของมือถือคือเอาไว้โทรหากัน ซึ่งช่วงวัยรุ่นยุคมิลเลนเนียมก็จะใช้มือถือโทรหากัน แต่ตอนช่วงที่ MSN มีบทบาทมากขึ้น คุณเพื่อนก็หันมาแลก MSN แล้วมาคุยกันผ่าน MSN กัน ซึ่งข้อเสียใหญ่ๆของ MSN คือเวลาจะคุยกับเพื่อน เพื่อนคู่สนทนาจะต้องออนไลน์พร้อมกันกับเรา เพราะถ้าเพื่อนของเราไม่ออนไลน์ด้วย เราจะไม่สามารถคุยกับเพื่อนคนนั้นได้ ซึ่งการหาเพื่อน MSN มันก็แทนที่พวก penfriend ในที่สุด อยากจะคุยกับเพื่อนคนไหนก็ไปหารายชื่อคนที่อยากจะคุยในเว็บบอร์ดต่างๆที่เขาแชร์ MSN ID

สุดท้ายแล้ววัยรุ่นก็ใช้มือถือมากกว่าการพิมพ์ MSN เพราะในยุคนั้นการสื่อสารแบบเคลื่อนที่จริงๆก็มีแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น 

ยุคดังของ card game

การ์ดยูกิ การ์ด summoner master มันคือของเล่นที่ฮิตมากๆในโรงเรียนที่ผมเคยเรียน ถ้าเป็นผู้ชายก็จะชอบเล่นกันหลังเลิกเรียน ซึ่งเวลาเล่นการ์ดพวกนี้ เราจะต้องหลบไม่ให้อาจารย์เห็น เพราะอาจารย์บอกว่าพวกการ์ดเกมรูปร่างเหมือนไพ่ เข้าข่ายการเล่นการพนัน

แต่ภายหลัง การ์ดเกมพวกนี้อาจารย์อนุญาตให้นักเรียนสามารถเล่นได้ เพียงแต่ต้องแยกแยะเวลาในการเล่นให้ออก ห้ามเล่นในเวลาเรียน แต่ให้เล่นในเวลาพักได้

ยุคทองของวงดนตรีวัยรุ่น

สำหรับผู้ชายวัยรุ่นอย่างเราๆ การที่ตั้งวงดนตรีแล้วออกคอนเสิร์ตเป็นสิ่งที่เท่มากๆไม่ต่างจากเป็นนักกีฬา แล้วช่วงนั้นวัยรุ่นผู้ชายมักจะทำอะไรก็ได้ให้สาวๆสนใจ การเล่นดนตรี และการร้องเพลงก็เป็นหนึ่งในนั้น

ซึ่งโรงเรียนของผมก็มีรุ่นพี่ที่สร้างวงดนตรีแล้วสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียน ทำให้เด็กวัยรุ่นในโรงเรียนอยากจะเป็นเหมือนกับรุ่นพี่คนนี้ ก็เลยทุ่มเทแล้วทำวงดนตรี โรงเรียนของผมจะจัดคอนเสิร์ตให้วัยรุ่นในโรงเรียนออกคอนเสิร์ตกันบ่อยๆ ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ที่ร้องว่าจะเป็นเพลงแนวร็อคที่ฮิตมากๆในยุคนั้น

ยุคทองของแผ่นผีซีดีเถื่อน และโหลดบิท

เราพูดถึงด้านสว่างของ millennium กันแล้ว คราวนี้มาพูดถึงด้านมืดของยุค millennium กันบ้าง ด้านมืดที่ชัดเจนที่ผมเห็นคือยุคนี้เป็นยุคทองของแผ่นผีซีดีเถื่อนแท้จริง

ก่อนที่อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจะเข้ามามีบทบาท คนก็แห่ไปซื้อแผ่น MP3 เถื่อน ๆ ก่อน ส่วนถ้าเป็นหนังก็จะซื้อแผ่นเถื่อนมาดู ซึ่งอุตสาหกรรมเพลงในสมัยนั้นเจอ MP3 เถื่อน ๆ ไปก็ปรับตัวกันแทบไม่ทันเลย แต่ MP3 และหนังเถื่อนก็เริ่มแย่ลง ไม่ใช่แค่มันผิดกฎหมายจนตำรวจพยายามกวาดล้าง แต่เทคโนโลยี Bittorrent มันเข้ามา ซึ่ง concept ของ bittorrent คือสมาชิกสามารถแชร์ไฟล์ดิจิตอลของเราให้คนอื่นได้ ประมาณว่าถ้าอยากจะดาวน์โหลดไฟล์นั้นคุณก็ต้องมีไฟล์ที่มีประโยชน์อัพเข้า server ก่อน แล้วตอนนั้นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมันเริ่มราคาถูกลงเรื่อยๆ ทำให้มันไม่มีประโยชน์ที่จะซื้อพวกแผ่น MP3 เถื่อน ๆ 

แต่ภายหลังความนิยมในการโหลดบิทลดลง ไม่ใช่แค่ผิดกฎหมาย แต่เจ้าของลิขสิทธิ์ปรับตัวให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อย่างในปัจจุบันเราสามารถฟังเพลง streaming แบบไม่อั้นเพียงแค่จ่ายรายเดือนเพียง 129 บาท ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้แทบจะทุกเพลงและถูกลิขสิทธิ์ด้วย

ยอมรับว่าผมอาจจะพูดในมุมมองของผู้ชายเยอะไปหน่อย สาวๆที่อ่านอาจจะไม่ค่อยเก็ต ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามในยุคมิลเลนเนียมเป็นหนึ่งในยุคที่มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่บุกเบิกและก้าวกระโดดเรื่อยๆ 

SHARE
Writer
HARMONYZT
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments

Sunflower38
11 months ago
เรามาทัน msn hi5 จนเริ่มเข้าสู่เฟสบุค จีบแฟนคนแรกผ่าน msn และเฟสบุคเป็นแค่เว็บที่เอาไว้เล่นเกม 55555 สิงเว็บเด็กดี อ่านนิยาย อ่านการ์ตูนใน mangafox 5555
Reply