เป็ด
 ขนนุ่มละมุนสีน้ำตาลลอยกระทบใบหน้าแล้วปลิวออกไป กลิ่นสาบของเนื้อตัวยังฉุนจมูกแม้ลมจะพัดผ่านเร็วเพียงใด ร่างน้อยพิงโลหะเย็บเยียบเกรอะกรัง ดวงตาหรี่มองแสงด้วยความขยาด

เหล่าพี่น้องกู่ก้องร้องสนั่น ต่อสู้กับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ตะเกียกตะกายแหวกว่ายหาทางหนีในกรงแคบแทบไม่มีที่วางเท้า เป็ดน้อยตัวสีน้ำตาลขยับตัวชิดลูกกรงเข้าอีก หมายจะหลีกหนีความวุ่นวาย

เป็ดน้อยหวาดกลัวไม่ต่างจากเพื่อนพ้อง แต่บัดนี้ทั่วร่างอ่อนล้า ปีกที่ยังไม่กล้าตรึงติดกระพือไม่ได้ ขาพับเรียบใต้ลำตัวผอมโกรก

ถนนเบื้องล่างไหลเชี่ยวราวคลองในฤดูน้ำหลาก เส้นสีขาวปรากฏวูบวาบรวดเร็วจนตาลาย เป็ดน้อยขยับตัวอีกครั้งเมื่อเป็ดอีกตัวเบียดเข้าใกล้ กรงสะเทือนกระแทกเข้าหากันเมื่อล้อรถเคลื่อนผ่านพื้นถนนขรุขระ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที เหล่าลูกเป็ดนับพันก็ยิ่งตะเบ็งเสียงดังขึ้นไปใหญ่

มองขึ้นข้างบนก็กรง มองลงข้างล่างก็กรง มองข้างหน้า มองข้างหลัง มองทางซ้ายก็กรงที่อัดแน่นไปด้วยพี่น้องร่วมครอกปีนป่ายบนตัวกันไปมา มองทางขวาเป็นอากาศว่างเปล่า ต้นไม้สองข้างทางไม่ยอมหยุดทักทายเป็ดน้อยที่กำลังเหงา เอาแต่วิ่งแข่งกันไปปลายสุดถนน บ้านเรือน ทุ่งหญ้า ต่างไม่แยแสสายตาเว้าวอน มีเพียงรถยนต์อีกคันที่ติดตามมาห่างๆไม่ลดละ แต่ไม่ตอบคำถามของเป็ดน้อยแม้สักนิด

รถกระบะสั่นอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่อวิ่งบนพื้นผิวไม่เรียบช่วงแคบ ลูกเป็ดตีปีกราวกับอยู่กลางท้องฟ้ากว้าง ขนอ่อนสีน้ำตาลแก่ปลิวมาโดนเจ้าเป็ดน้อยอีก มันเพียงแค่เอนคอไปด้านหลังเพื่อให้ขนที่พูดไม่ได้ปลิวออกไป ถนนเบื้องล่างเรียบอีกครั้ง

ก่อนหน้าที่จะมีแรงสั่น ลมกรรโชกจะเบาลง ข้อนี้เป็ดน้อยสังเกตเห็น หากแต่เหล่าพี่น้องกลับไม่รู้สึกแม้สักนิด ยังคงกรีดร้องโหยหวน ยังคงเหยียบยันปีนป่ายบนร่างกายเลือดเนื้อเพื่อหาทางหนี ทุกคราวที่โลหะกระทบรัว ปีกทั้งหมดจะยกสูงตวัดลง ยกสูงตวัดลงจนเกิดเป็นพายุหมุนย่อมๆชั่วขณะ รถอยู่นิ่งตามทางที่กลับมาเรียบเช่นเดิม

รถสะเทือนอีกครั้ง เหล่าลูกเป็ดเบียดผลักโหวกเหวกราวโลกทั้งใบกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็ดน้อยจะยกปีกขึ้นปิดหน้าไม่รับรู้ก็เกินกำลัง จึงได้เพียงเบียดตัวเองเข้ากับกรง ซี่เหล็กบาดเข้าเนื้อ ขนนุ่มแหวกหนีแรงกดอย่างไร้ทิศทาง ต้นไม้สองข้างกระโดดขึ้นลงก่อนที่จะเลื่อนไถลไปอีกครั้ง

กรงกระแทกเข้าหากัน เป็ดน้อยหลับตาแน่น ให้เสียงขอชีวิตของเพื่อนพ้องเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา

รถเขย่าขึ้นลง ก่อนที่จะนิ่ง เป็ดน้อยข่มตา อธิฐานให้จบสิ้นไปเสียที ห่อตัวหลีกหนี เบียดยันลูกกรง ไม่อยากจะอดทนอยู่ในที่แคบ ไม่อยากต้องเบียดเสียด มีขาเหยียบปีก มีหางทิ่มหน้า มีหัวพาดไหล่ ขนร่วงปลิวว่อน ทิ้งเป็นทางยาวบนถนนสีเทา เสียงร้องแห่งการถูกกักขังเสียดแทงบาดจิต กลิ่นสาบสางเป็นลมหายใจเข้าออก

รถชะลอลงอีกครั้ง เป็ดน้อยเตรียมตัว รับเสียงโวยวาย

ครืน เสียงสั่นสะเทือนดังก้อง เป็ดน้อยไม่กรีดร้อง รอให้มันผ่านไป

ร่างเบาลอยขึ้นแต่ไม่ตกลง เป็ดน้อยลืมตามองเห็นตัวเองอยู่อีกด้านกับเพื่อนของมัน เสี้ยววินาทีไม่ทันผ่าน พื้นเบื้องล่างก็พุ่งเข้าหา กระดูกอ่อนบางห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม ห่มไว้ด้วยขนสีน้ำตาลกระแทกลงตามแรงโน้มถ่วง

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์ ไร้ซึ่งกระทั่งเสียงจะแสดงถึงความรู้สึกให้ตนเองได้รับรู้ ดวงตาเบิกโพลงมองเห็นท้องฟ้าและพื้นลาดยางหมุนรวมกันเป็นเกลียว พร้อมกับพี่น้องนับพันที่ไม่ได้รับรู้ถึงการจากมาของเป็ดน้อยตัวหนึ่งแม้แต่น้อย

ล้อรถอีกคันหนึ่งพุ่งเข้ามา ยางสีดำเมื่อมตะกุยถนนอย่างไร้ความปราณี เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ดับทุกสรรพเสียงที่เป็ดน้อยเคยได้ยิน เงามืดทาบทับแสงอาทิตย์ส่องทาง เป็ดน้อยหลับตารอน้ำหนักให้กดลงบนตัวมัน

ล้อทั้งสี่เลยผ่านไป ทิ้งไว้เพียงไอร้อนจากท่อไว้เบื้องหลัง เป็ดน้อยถูกลมพัดม้วนกลิ้ง ขนปีกบางหักพับยุ่งเหยิง มันยังไม่ทันได้โงหัว ก็มีรถอีกคันวิ่งผ่านมันไปอีก ร่างเป็ดน้อยหมุนคว้าง ก่อนกระแทกตัวหยุดลง

พื้นถนนร้อนผ่าวราวลุกเป็นไฟ เป็ดน้อยครวญคร่ำอยู่ในอก ปรารถนาจะกลับไปอยู่ในกรงอันแออัดคับแคบอีกครั้ง อยากมีขา มีหาง มีหัว มีปีกของเพื่อนเบียดเข้าหา อยากฟังเสียงเซ็งแซ่วุ่นวาย อยากจะไปที่ใดก็ตามที่รถกระบะกำลังพาไป

เป็ดน้อยแหงนหน้ามองดูท้องฟ้า พระอาทิตย์จ้องกลับมาด้วยแสงเจิดจ้า

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าหวั่นกลัวสิ่งใด
 
ผู้ถูกถามลืมตาโพลงแม้แสบยิ่งนัก เป็ดน้อยยกหัว คลื่นความรวดร้าวกระแทกเข้าจากทุกทิศ

“คะ...ความ...ตาย” ปากของมันขยับอย่างยากลำบาก

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าหวั่นกลัวสิ่งใด

พระอาทิตย์ยังคงถามคำเดิม เจ้าเป็ดน้อยงุนงงสงสัย ตอบไปเช่นดั่งเก่า

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าหวั่นกลัวสิ่งใด

เจ้าเป็ดไม่ตอบ เพียงมองจ้องแสงจ้าแขวนบนฟ้ากว้าง เวลาลอยเลื่อนผ่านตรงข้ามกับสิ่งรอบตัวที่หยุดนิ่ง ทั้งเมฆขาว แมกไม้ ทุ่งนา ต่างก็หยุดรอฟังคำตอบของเป็ดบาดเจ็บตัวนี้

“ไม่...รู้” เป็ดน้อยสำลักคำสุดท้ายของมันออกไป ก่อนจะทิ้งกายบนพื้นระอุแล้วหลับตา

ถูกต้องแล้ว เจ้าเป็ดน้อย

พระอาทิตย์ยิ้มให้ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวผ่านเลยไป ให้เมฆดำทะมึนเข้ามาแทนที่ ต้นไม้ได้ฟังคำตอบก็พอใจ พากันไกวแกว่งกิ่งก้านสอดประสาน ใบสะบัดลูบไล้เป็นดนตรีขับกล่อม ลมหวีดหวิวปัดเป่าความอาดูรให้ไกลห่าง หยดน้ำเย็นร่วงลงบนขนปีกอย่างแผ่วเบา หยดที่สอง หยดที่สาม ปลุกร่างอ่อนเปลี้ยให้ตื่นจากหลับใหล

เป็ดน้อยยันตัวลุกขึ้น ยังคงสับสนระหว่างเหตุการณ์จริงและฝันร้าย มันเดินเตาะแตะไปหลบฝนใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ เป็ดน้อยยังคงไม่เข้าใจ ว่าพระอาทิตย์ต้องการจะบอกอะไรกันแน่

ค่ำคืนมาเยือน เสียงหริ่งเรไรร้องมาแต่ไกล ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆฝนที่ยังคงประพรมผืนดินให้ชุ่มฉ่ำ ทว่าเป็ดน้อยตัวสั่นระริก ขนเปียกลู่จากหยดน้ำที่ไล้ใบลงมาหา มันทั้งหิวทั้งหวั่นกลัว เป็ดน้อยคร่ำครวญหาพี่น้องที่พัดพราก

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าสงสัยสิ่งใด
 
เสียงทุ้มอ่อนโยนดังจากไม้ยืนต้นใหญ่ เป็ดน้อยเงยมองด้วยดวงตาเจ็บปวด

“ฉันจะรอดไปได้หรือไม่” เป็ดน้อยถามเสียงเบา

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าสงสัยสิ่งใด โพธิ์ใหญ่ถามย้ำ เป็ดน้อยยิ่งสงสัย ฉงนว่าทำไมไม่มีใครเข้าใจมัน

“ไม่รู้” เป็ดน้อยตอบตามจริง

ถูกต้องแล้ว เจ้าเป็ดน้อย

โพธิ์ใหญ่แกว่งก้านหยดน้ำร่วงกรู เป็ดน้อยวิ่งหนีเท่าที่ขาจะพาไปได้ นอกร่มใบฝนยังไม่หยุดแต่ก็ซาลงมากแล้ว ด้วยความโกรธขึ้ง เจ้าเป็ดเดินหนี ขาแปส่ายก้นไปยังถนนเบื้องหน้า ก้มกินใบหญ้ารถชาติเฝื่อน สลัดขนไล่หยดน้ำเป็นระยะท่ามกลางความหนาวเหน็บ คืนนี้ยังไร้จันทร์ เป็ดน้อยเดินเดียวดายในความมืด

ยามใกล้รุ่งสาง เป็ดน้อยเหนื่อยเต็มที ทิ้งตัวลงนอนบนกองฟางเฉอะแฉะ เมฆเคลื่อนหายไปแล้ว เหลือเพียงดวงดาวส่องพราวเกลื่อนฟ้า

เป็ดน้อยเอย เจ้ารู้แล้วหรือยัง
 
เสียงเล็กหลายเสียงร้องประสานเป็นคำถาม ดาราพระพริบให้เจ้าเป็ดอย่างอ่อนโยน

“ไม่รู้” แม้เจ้าเป็ดตอบสิ่งที่คาดว่าดวงดาวจะพอใจ พร้อมยันตัวลุกเตรียมโดนไล่อีกครั้ง

จนป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ

ดวงดาวส่งเสียงหัวเราะในความเงียบ เป็ดน้อยเอียงคอสงสัย

“ฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่ว่าฉันจะตอบอะไรกับใคร ก็ไม่ถูกต้อง พอตอบว่าไม่รู้ก็โดนไล่ ดวงดาวเอย ดวงดาวแสนงาม พวกท่านจะไล่ฉันไปไหนกันหรือ ฉันไม่มีบ้าน ฉันไม่มีเพื่อน ไม่มีที่พักพิง ไม่มีอาหาร ไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว”

เป็ดน้อยเอย เหล่าดวงดาวระยิบระยับสลับกันไป เอ่ยคำเป็นท่วงทำนองตอบเป็ดน้อยให้หายสงสัย ท่านพระอาทิตย์ถามเจ้า ว่าหวั่นกลัวสิ่งใด เจ้าตอบว่าความตาย ซึ่งมันไม่ใช่
พ่อต้นโพธิ์ถามเจ้า ว่าสงสัยสิ่งใด เจ้าตอบว่าอยากรู้ว่าเจ้าจะรอดหรือ ซึ่งมันไม่ใช่

เจ้าเป็ดน้อย สิ่งที่เจ้าหวั่นกลัว สิ่งที่เจ้าสงสัย คือสิ่งที่เจ้าไม่รู้ 
 
เป็ดน้อยยิ่งสับสน ทิ้งตัวลงนั่งตั้งใจฟัง

หากเราบอกเจ้า ว่าถ้าเจ้าตายไป จะได้เจอกับครอบครัว จะได้พบเพื่อนฝูง ได้มีอาหารดีๆให้อิ่มท้อง มีที่พักพิงสมบูรณ์เล่า เจ้าจะยังกลัวความตายอยู่ไหม

เมื่ออยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ามองไม่เห็นทางไป เจ้าเลยสงสัย ความจริงทางรอดนั้นมีอยู่ หากเจ้ารู้เจ้าคงไม่สงสัย

เจ้าหวั่นกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ เจ้าสงสัยในสิ่งที่ไม่รู้ ดังนั้นไม่รู้จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับสองคำถามแรก 
แต่เมื่อเราถาม เจ้าควรจะรู้ได้แล้ว

“แต่ว่าทำไมท่านพระอาทิตย์ถึงทิ้งฉัน ท่านต้นโพธิ์ถึงไล่ฉัน ทำไมเมฆฝนถึงแกล้งฉัน” เป็ดน้อยตัดพ้อ

ท่านพระอาทิตย์รู้ว่าหากเจ้านอนอยู่เช่นนั้น โดยมีท่านจ้องมองอยู่ เจ้าต้องแห้งตายอย่างแน่แท้

เมฆฝนปลุกเจ้า เพราะอาจจะมีพาหนะวิ่งมา คร่าชีวิตของเจ้าไป อีกยังทำให้เจ้ารู้ว่าเจ้ายังมีลมหายใจอยู่ ให้รู้ว่าเจ้ายังเดินด้วยขาตนเองได้จึงได้ขับเจ้าออกจากพื้นถนนเช่นนั้น

พ่อต้นโพธิ์ให้เจ้าเดินจากมา เพราะดินบริเวณนั้นเป็นของพ่อท่าน ไม่มีหญ้าที่เจ้ากินได้ขึ้นอยู่ หากเจ้ายังหลบอยู่เช่นนั้น เจ้าต้องหิวจนตายไปอย่างแน่แท้

เจ้าเป็ดน้อยเอย เจ้าโชคดีมากเหลือที่หลุดออกมาได้ ต่อไปนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของชีวิตเจ้า ไม่ต้องรอให้ใครเอาสิ่งใดมาให้ ไม่ต้องติดอยู่กับกรงเหล็กคร่ำคร่า ทั้งผืนดิน ผืนป่า ท้องนภาเป็นของเจ้า จะกางปีกให้กว้างแค่ไหนก็ได้ จะกินอะไร จะนอนที่ใดก็ย่อมได้ พวกเราจะคอยดูแลอวยชัยให้เจ้า

แต่หากวันใด ท้องฟ้าค่ำคืนไร้ดาว กลางวันไร้พระอาทิตย์ พงพนาไร้ไม้ ทุ่งไร้หญ้า ลำธารไร้น้ำ เจ้าอย่าได้หวั่นเกรง เพราะตัวเจ้ายังมีตัวเองคอยดูแลอยู่เสมอ เจ้าเป็ดน้อย

เจ้าเป็ดหลับตาพริ้มรับพรจากหมู่ดาว มันซุกตัวลงในขนเรียบ ห่อไหล่ วางหัวลงพักผ่อนเพื่อวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง



SHARE
Writer
LaureaParma
Un-realist
All we can ever do is try

Comments