ออกจากระบบที่กดขี่เรากันเถอะ
The tragedy in life doesn't lie in not reaching your goal.
The tragedy lies in not having a goal to reach.

เรื่องที่เศร้าที่สุดมันไม่ใช่เรื่องที่เราไปไม่ถึงความฝันที่เราตั้งเอาไว้ แต่มันเศร้ากว่าถ้าหากว่าเราอยู่โดยที่เราปราศจาคความฝันต่างหาก ซึ่งในขณะที่ผมกำลังนั่งพิมพ์บทความชิ้นนี้อยู่ วิศวกรโรงงานนาฬิการาคาแพงในยุโรปก็ยังคงผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ เพื่อที่จะประกอบกันเป็นนาฬิกาหนึ่งเรือน จนทำให้เข็มนาฬิกานั้นหมุนไปอย่างเที่ยงตรง โดยที่หารู้ไม่ว่าเวลาของพวกเขาถูกกลืนกินไปในระบบอุตสาหกรรมอย่างช้าๆ ทีละวินาที ทีละวินาที ตามเข็มนาฬิกาที่พวกเขาผลิต 

วิศวกรที่จะต้องตอกบัตรเข้าเช้าเย็น และต้องทำชิ้นงานให้ได้ตามจำนวนที่ถูกระบุเอาไว้ไม่ทันจะต้องทำ OT เพื่อให้งานของเขาเสร็จสิ้นตามจำนวนและเวลาที่ต้องการ ก่อนที่จะถูกส่งไปยังสายพานการผลิตและจัดจำหน่ายไปอยู่ในข้อมูลของผู้บริโภค


วิศวกรผู้ผลิตนาฬิกา แต่ไม่เคยมีเวลาที่จะทำตามฝัน
เสียงติ๊กต๊อก ที่ดังเช้าเย็นทำให้เขากลายเป็นเครื่องจักรที่อยู่ในสายพานการผลิต


เราเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมกันมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18 ที่เริ่มมีการลดการใช้แรงงานคนใช้เทคโนโลยีในการผลิตเพื่อหวังว่าจะให้คนมีความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมา และมีเวลามากขึ้นเป็นอิสระในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องทำสิ่งทอ เครื่องจักรไอน้ำที่ทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ที่มาทุ่นแรงคนมากมาย การสร้างเหล็กกล้ามาใช้ในงานก่อสร้างเพื่อที่จะสร้างความแข็งแรงและลดระยะเวลา ที่เราเรียกขานกันว่าช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม

ฟรีดริช เอ็นเกลส์กล่าวถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมเอาไว้ว่า “การปฏิวัติที่เปลี่ยนแปลงสังคมและอารยชนในเวลาเดียวกัน” จากการที่มนุษย์จะต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะต้องใช้ในครัวเรือน มันถูกขยายมาเป็นการปรับตัวในการใช้เครื่องจักรที่ผ่านมาควบคุมงานโดยมนุษย์ผลิตสิ่งของจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบตลาด สร้างปัญหาที่เรียกว่ากลไลทางเศรษฐศาสตร์ การสร้างสมดุลของ Demand และ Supply จนเราหลงลืมไปแล้วว่าเราสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อทำให้มนุษย์นั้นผ่อนแรงของตัวตนลงไป


คำถามคือเราจะต้องเดินวนอยู่ในระบบกันถึงเมื่อไหร่?


 ในเมื่อทุกสิ่งที่เราทำนั้นมันคือการตอบสนองความต้องการและความฝัน การที่เป็นมนุษย์ที่ไร้ซึ่งจุดหมายล้วนแล้วแต่ไม่ใช่มนุษย์ที่แท้ การละทิ้งความฝันและเดินหน้าเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเป็นเพื่อนเครื่องมือหนึ่งชิ้นในระบบเศรษฐกิจที่คอยหมุนโลกด้วย GDP มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์นั้นต้องการ ความรวยจน ความเหลื่อมล้ำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งกีดกันความเป็นมนุษย์ให้ออกห่างจากจากเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่


เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรหากปราศจากความฝัน?


เราจะตื่นขึ้นมองส่องกระจกแล้วยอมรับตัวตนของตนเองได้อย่างไรถ้าหากว่าเราละทิ้งตัวตนแล้วมุ่งเข้าสู่ระบบทุนนิยม อย่าหลอกตัวเองด้วยค่ำว่าดีแล้วจากคนที่เกิดก่อนคุณ จงเชื่อในความฝันของตัวเองและก้าวออกมาทำตามสิ่งที่ตนเองปราถนา เชื่อในเพื่อนมนุษย์ เชื่อในพลังของความฝัน เชื่อในพลังของความคิดสร้างสรรค์ จับมือกันแล้วก้าวออกมาใชชีวิตที่มันเป็นของเรา

เพื่อชีวิตที่ยังมีชีวิต"
SHARE
Writer
pratchyakorn_01
Philosopher
ชีวิตสั้น / เกินกว่า / จะแมส

Comments

patzh
6 months ago
ดีจัง

Reply
pratchyakorn_01
6 months ago
ขอบคุณครับ :)
mrd_hi
6 months ago
จริงๆแล้วเป็นเครื่องจักรก็ดีนะคะ ไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยให้เขามาเซ็ตค่าเราแล้วเราก็แล่นไปตามนั้น ฮ่าๆ
Reply
pratchyakorn_01
6 months ago
วันนี้มีแรงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ครับ ไว้วันไหนที่เหนื่อยล้าค่อยกลับมาทบทวนกันใหม่ :)
mrd_hi
6 months ago
ถ้าโลกยังหมุนด้วยเงินอยู่แบบนี้ เหนื่อยแค่ไหนก็อาจจะต้องกระเสือกกระสนต่อไปค่ะ เศร้าเนอะ ;_;
pratchyakorn_01
6 months ago
ไม่ถึงกับกระเสือกกระสนหรอกครับ เราค่อยๆทำความเข้าใจไป เดี๋ยวเราก็จะรู้เองว่าเงินไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
palmsitt
6 months ago
ชอบจังเลยค่ะ
Reply
malahgu
6 months ago
เนี่ยแหละบทความที่อยากอ่าน กำลังอยู่ในช่วงห่วงความคิดนี้อยู่เลย มีอรงพลักดันตัวเองออกมามากเลยทีเดียว ขอบคุณนะคะ
Reply