[2Short] U-Turn (Yujin x Eunbi) - 1

"ขับรถยังไงของคุณ/เดินยังไงของเธอ"
 
คนหนึ่งใจเต้นเพราะเกือบโดนรถชน มองต้นเหตุที่เกือบจะทำเธอไปอยู่โรงพยาบาลแทนที่ทำงาน …รถมอไซค์สัญชาติญี่ปุ่นสีชมพูที่ชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ


คนหนึ่งตอนแรกใจเต้นเพราะเกือบจะชนคน แต่พอมองหน้าดีๆ กลับใจเต้นเพราะคนนั้นเป็นคนคุ้นเคยที่เธอตามหามากว่าหนึ่งปี... แฟนเก่า


"พี่เอย.."


พอเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตา หันมองซ้ายมองขวาพบว่าถนนว่างแล้วเธอก็รีบพาตัวเองข้ามไปอีกฝั่งทันที


ยีนจอดมอไซค์คันเก่งเลียบฟุตบาทข้างทางไม่สนใจแม้มันจะทาด้วยสีแดงสลับขาวซึ่งหมายถึงห้ามจอดรถบริเวณนี้ เธอพยายามจะข้ามถนนตามไปขณะที่ปากก็ร้องเรียกอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามไปด้วย แต่รถราก็กลับมาวิ่งกันขวักไขว่ดั่งเดิมเมื่อสัญญาณไฟที่อยู่ไม่ไกลกลับมาเป็นสีเขียว


พอสบโอกาสที่ข้ามไปได้ คนที่อยู่อีกฝั่งก็ขึ้นรถเมล์ผ่านหน้าเธอไป เอยไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอเลยด้วยซ้ำ ทิ้งให้เธอยืนยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดที่อุตส่าห์ได้เจอคนที่ตามหามาตลอดกลับปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ


พอนึกได้ว่าควรจะขับมอไซค์ตาม แต่พอมองไปอีกฝั่งก็เจอคุณตำรวจจราจรยืนส่งยิ้มให้ ยีนจำต้องยอมเดินคอตกข้ามถนนกลับมาแต่โดยดีเพราะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนที่ทำผิดกฎ


แต่อย่างน้อยจากเครื่องแบบที่แสนคุ้นตา ยีนก็ได้รู้ล่ะนะว่าเอยทำงานอยู่ร้านสะดวกซื้อที่มีชื่อว่า 7-11 แถวนี้จะมีสักกี่สาขากันเชียว



หนึ่งปีก่อน
 
‘เราเลิกกันนะ พี่ว่าพี่เหนื่อยกับเราแล้ว’
 

ปกติตื่นเช้ามาปิดนาฬิกาปลุกก่อนจะเช็คดูข้อความและความเป็นไปของโลกในโทรศัพท์ที่ว่างไว้ใกล้มือพร้อมหยิบใช้แล้วสุดท้ายก็ขอนอนต่อสักนิดเพราะยังไม่หายง่วงดี แต่ครั้งนี้ยีนกลับลุกพรวดขึ้นประหนึ่งโดนช็อตหรืออะไรสักอย่างทิ่ม อยากส่งข้อความกลับไปก็โดนบล็อค โทรหาก็ไม่ติด เลยตะเกียกตะกายลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมและกุญแจรถมอไซค์ที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญ ยังไม่ทันได้อาบน้ำ จัดการตัวเองหรืออะไรทั้งนั้น รีบมุ่งไปหาเจ้าของข้อความที่ทำเอาเธอรู้สึกเหมือนเผชิญกับปัญหามาตลอดทั้งวันทั้งที่พึ่งตื่นนอน


‘พี่เอย’ กำปั้นทุบลงที่บานประตูตรงหน้าอย่างร้อนลน ‘พี่เอย เปิดหน่อย ยีนอยากคุยด้วย’


เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องไม่มีท่าทีจะเปิดประตูออกมา ยีนก็ลงมือทุบประตูอีกรอบ ‘พี่เอย เปิดประตูมาคุยกับยีนหน่อย เลิกกันหมายความว่าไง พี่เอย!’


ขณะที่กำลังจะเคาะเป็นรอบที่สามประตูก็เปิดออกแต่คนที่โผล่มาไม่ใช่คนที่ยีนตั้งใจจะมาหา กลับเป็นรูมเมทของเอยแทน ไนน์ที่ยังไม่ตื่นดีมองดูเด็กตัวสูงตรงหน้า เธอก็เริ่มจะปั้นสีหน้ายากขึ้นมาทันที


‘พี่เอยไปไหน’ ยีนพยายามจะชะเง้อหน้ามองดูภายในห้อง แต่เจ้าของห้องอีกคนกลับยืนบังแถมเปิดประตูแง้มไว้นิดเดียวแค่พอให้ครึ่งตัวโผล่มา


‘ไม่อยู่’


‘แล้วไปไหน’


‘ไม่รู้ แต่มันไม่กลับมาอยู่นี่แล้ว’ ไนน์เกาต้นคอตอบรุ่นน้องด้วยสีหน้าลำบากใจ


‘พี่โกหกไม่เก่งเลย’


มองสีหน้าจริงจังที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากยีน ไนน์ก็ได้แต่ถอนหายใจใส่คนที่มารบกวนกันแต่เช้าแถมเคาะประตูเสียงดังไม่สนใจชาวบ้าน ‘ขอโทษนะยีน แต่พี่บอกไม่ได้’


‘ยีนขอร้อง’ เสียงของยีนสั่นเครือ ทำหน้าตาเหมือนใกล้จะร้องไห้เต็มที่


คาดว่าถ้าเธอยังยืนให้เด็กตัวโย่งตรงหน้านี่ร้องขออยู่อีก เธอคงจะใจอ่อนแล้วบอกทุกอย่างออกไปทั้งที่สัญญากับอดีตเพื่อนร่วมห้องเอาไว้แล้วว่าจะไม่บอก ไนน์ก้าวถอยกลับเข้าห้องและพูดทิ้งท้ายก่อนปิดประตู ‘พี่ขอโทษจริงๆ แต่เอยมันไม่ให้บอก ขอโทษจริงๆ นะ’


ยีนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องอย่างนั้นสักพัก อยากจะร้องไห้ก็เจ็บจนร้องไม่ออก ได้แต่เดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งพิงรถมอไซค์อย่างหมดแรง


เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีคนนึงมาตลอด จนตื่นมาแล้วได้รับข้อความที่ส่งมาในแอพยอดนิยมที่มีสีเขียว อ่านประโยคแสนสั้นแต่ทำให้เธอคิดมากจนพื้นที่ว่างในหัวเธอไม่มีเหลือให้กับอะไรทั้งนั้นนอกจากคำถามที่เธอถามตัวเองซ้ำไปวนมาว่าเธอทำอะไรผิด...แล้วมันผิดขนาดไหนถึงไม่มีโอกาสให้เธอได้รู้หรืออธิบายอะไรเกี่ยวกับข้อความนั้นเลย ผิดมากขนาดที่ให้เธอรู้เหตุผลที่จะไปไม่ได้จริงๆ หรอ


ตอนนี้ยีนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกไหนก่อนดี เสียใจ สับสน โกรธ น้อยใจ รู้สึกผิดหรือคิดโทษตัวเองที่ลองมองย้อนไปว่าตลอดเวลาที่คบกันมาเธอไม่ใช่แฟนที่ดีสักเท่าไรนัก ทำตัวไม่น่าไว้ใจเรื่องมีคนอื่นพอพี่เขาหึงก็อารมณ์ร้อนใส่แถมยังงี่เง่าเหมือนเด็กๆ


แม้จะไม่รู้ว่าเธอทำผิดอะไรอีกคนถึงมาบอกเลิกแล้วหนีไปดื้อๆ แบบนี้ แต่ยังไงก็ยังอยากจะขอโอกาสแก้ตัว ไม่ว่ายังไงก็ยังอยากจะเจออีกครั้ง ให้ขับมอไซค์ที่มีแค่พี่ซ้อนได้คนเดียวคันนี้ไปทั่วโลกเลยก็ยอม แล้วสัญญาว่าครั้งนี้จะรักให้ดีกว่าที่เคย... 



ปัจจุบัน 

ยีนทำพาร์ทไทม์เป็นวินมอไซค์รับจ้างมาเกือบครึ่งปีแล้วแต่พึ่งย้ายที่ประจำใหม่ได้อาทิตย์เดียว เป็นบริเวณปากซอยใกล้กับหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อ 7-11 สักเท่าไร สองขาก้าวเข้าไปพร้อมเสียงเซนเซอร์คุ้นหูเวลาประตูเลื่อนออกที่ดังขึ้น หลังจากไปขับตะเวนหามาหลายสาขาเลยตัดสินใจมาพักหาอะไรดื่มแก้กระหายที่สาขาใกล้ๆ ที่ประจำอยู่


“เซเว่นสวัสดีค่ะ”


ยีนพยักหน้ารับตามปกติแต่ครั้งนี้เสียงพนักงานดูคุ้นหูแปลกๆ เลยอดจะมองหน้าไม่ได้ และดูท่าโชคชะตาหรือความบังเอิญจะเป็นสิ่งที่ตลกร้ายไม่ใช่เล่น เพราะตามหามาเกือบปีดันอยู่ใกล้แค่นี้กลับหากันไม่เจอ


ลืมจุดประสงค์ที่เข้ามาในร้านไปซะหมด เลี้ยวตัวเองมายืนหน้าเคาท์เตอร์ที่พนักงานเสียงหวานคนเมื่อกี้ยืนอยู่ทันที ยีนไม่ได้พูดอะไรเพียงส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า แต่สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเอย


“ถ้าไม่เอาอะไรก็อย่ามายืนขวางเคาท์เตอร์”


“พูดกับลูกค้าแบบนี้หรอ” ยีนเลิกคิ้วใส่ เป็นใบหน้ากวนๆ ที่ต่อให้เอยไม่ได้เห็นมานานก็ยังเลิกหมั่นไส้ไม่ได้ “ฟ้องผู้จัดการดีมั้งเนี่ย”


“จบกันไปแล้วก็อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามวุ่นวายน่ะยีน” เอยพูดตรงเข้าประเด็นทันที


“ใครบอกว่าจบ พี่ต่างหากจู่ๆ ก็หายไปไม่บอกไม่กล่าวอะไรยีนเลย” ดูท่าอีกคนจะไม่ได้สนใจ ยีนยกมือเท้าเคาท์เตอร์ไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ สื่อถึงความจริงจังในสายตาให้รองรับกับคำพูด “ยีนเสียใจมากเลยนะ”


“เธอทำตัวเธอเองทั้งนั้น”


“แล้วยีนทำอะไรอ่ะ บอกยีนดิ ว่ายีนทำอะไรผิด” 


“ทำไม เธอทำผิดเยอะจนไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าฉันไปเพราะเรื่องไหน”


น้ำเสียงของทั้งคู่แข็งกร้าวขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่ครุกรุ่นจนพนักงานอีกคนที่ยืนข้างๆ เอยเริ่มมอง


“เอย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” พี่พนักงานคนหนึ่งโผล่หน้ามาจากห้องเก็บสินค้าหลังจากที่ดูเหมือนว่าจะมีพนักงานคนอื่นแอบไปบอก “น้องวินคนนั้นมีปัญหาหรอ”


“เปล่าค่ะพี่” เอยตอบก่อนหันกลับมาลดเสียงให้เบาลงเหลือเพียงเสียงพูดลอดผ่านไรฟัน “เธอกำลังรบกวนการทำงานของฉัน ถ้าไม่ซื้ออะไรก็ออกไป”


“งั้นก็สัญญามาสิว่าเลิกงานจะยอมคุยกับยีน” ยีนหยิบขนมจากชั้นใกล้ๆ มาวางให้เอยคิดเงินจะได้ไม่โดนถามอีก


“ไม่”


“พี่คงไม่อยากมีปัญหากับผู้จัดการร้านใช่มั้ย”


“อย่ามาทำเป็นเล่น ยีน” เอยพูดเสียงแข็งขณะที่หยิบขนมที่ยีนวางไว้มาสแกนบาร์โค้ด


“คบกันมาตั้งหลายปี พี่น่าจะรู้นะว่ายีนไม่เคยล้อเล่น” มือของยีนยังคงหยิบขนมมาวางเรื่อยๆ


“ก็ได้ ฉันตกลง”


เพราะพี่พนักงานคนเดิมเริ่มมองมาทางทั้งคู่อีกครั้ง เอยเลยต้องยอมหลับหูหลับตาตอบไปอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่อยากมีปัญหาทั้งๆ ที่พึ่งเริ่มทำงานได้ไม่ถึงอาทิตย์ดี


“ไม่ตกลง สัญญาต่างหาก”


“โอเค ฉันสัญญา เลิกงาน”


ยีนยิ้มอย่างพอใจคว้าถุงขนมเดินออกไปจากร้าน ทิ้งให้เอยยืนหัวเสียอยู่อย่างนั้นแต่ก็ต้องเก็บอารมณ์แล้วเตรียมรับลูกค้าคนต่อไปแทน


ไม่ว่าเมื่อไรเด็กนั่นก็ยังคงจริงจังกับคำว่าสัญญาเสมอ ถือคติว่าสัญญาแล้วต้องทำตามที่พูดไว้ให้ได้แม้บางครั้งมันจะดูฝืนเกินไปก็ตาม เธอไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรยีนถึงยึดติดกับเรื่องนี้ แต่เพราะอย่างนั้นยีนเลยไม่สัญญาพร่ำเพื่อ จะสัญญาแต่เรื่องที่คิดว่าทำได้และจะทำให้ได้ เธอยอมรับว่านั่นเป็นหนึ่งในหลายนิสัยของยีนที่เธอชอบและเป็นเหตุผลที่เธอยอมคบเป็นแฟนด้วย ถึงตอนนี้จะเลิกกันแล้วก็ตามที



3 ปีก่อน 


ในตอนนั้นเอยยังไม่ได้คบกับยีนหรอก แม้จะคุยๆ กันมาหลายปีแล้วก็ตาม เป็นสถานะที่ไม่มีชื่อเรียก เป็นแฟนก็ไม่ได้จะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องก็ไม่ใช่ เหมือนมันอยู่ตรงกลางระหว่างสถานะทั้งสอง ไม่มีใครเริ่มก็ไม่มีใครพูด ติดค้างกันอยู่อย่างนั้นจะเดินหน้าก็ไม่เดินจะถอยหลังกลับก็ไม่ถอย สุดท้ายความสัมพันธ์ของพวกเธอเลยออกจะดูระหองระแหง เสี่ยงจะไปกันไม่รอด


วันนั้นฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มลงมาเพราะมีพายุเข้า เอยนั่งรอยีนอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดของร้านอาหารเจ้าประจำที่มากินด้วยกันบ่อยๆ จนสนิทกับพี่เจ้าของร้านอย่างพี่เกื้อขนาดที่บางครั้งต้องมาเข้าครัวแทนหรือไม่ก็เฝ้าร้านให้ มันเป็นการนัดกินข้าวครั้งแรกหลังจากห่างหายไม่เจอกันเป็นเดือนๆ ได้เพียงแต่คุยผ่านแชทเพราะเธอนั้นไปเรียนต่อที่อื่น ขณะที่ยีนยังคงเรียนต่ออยู่ที่เดิม จริงๆ เรียกว่านัดกินข้าวกันเอย่างเดียวคงจะไม่ใช่ มันเป็นการนัดคุยกันมากกว่าว่าจะเอายังไงกับเราในตอนนี้ จะพัฒนาหรือจะจบลง


นั่งรอมาร่วมชั่วโมงฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด บรรยากาศที่เริ่มจะหนาวเหน็บขึ้นมา ผู้คนในร้านก็ต่างตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันหมดคือติดแหง็กไปไหนไม่ได้ ได้แต่นั่งเขี่ยอาหารในจาน วนหลอดดูดน้ำในแก้วไปมา มองดูฟ้าครึ้มสีเทาและไฟจากรถที่จอดติดอยู่บริเวณหน้าร้าน


เอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะติดต่อหายีนเพื่อที่จะบอกว่าให้เลื่อนนัดไปเป็นพรุ่งนี้แทน ยังไงครั้งนี้เธอก็กลับมาอยู่บ้านหลายวัน แต่เสียงตอบรับอัตโนมัติปลายสายที่บอกเธอว่าอีกคนนั้นปิดเครื่องอยู่ทำเอาเธอใจไม่ดีอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะล่าสุดที่คุยกันคือยีนบอกว่ากำลังออกมา แม้จะเป็นห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ภาวนาไม่ให้น้องเป็นอะไรและรอต่อไป


เสียงกระดิ่งกระทบเวลาประตูร้านถูกเปิดออกเรียกความสนใจคนไม่กี่คนในร้านรวมถึงเอยให้หันไปมอง ยีนเดินเข้ามาด้วยสภาพเปียกโชกทั้งตัวเหมือนพึ่งไปอาบน้ำมาโดยที่ไม่ได้ถอดเสื้อผ้า น้ำที่หยดลงพื้นทำเอาเจ้าของร้านอย่างเกื้ออดจะบ่นยีนไม่ได้แต่ก็ยอมหายเข้าไปหลังร้านเพื่อหาผ้ามาเช็ดตัวให้ ยีนยิ้มรับคำบ่นอย่างอารมณ์ดีพร้อมกล่าวขอบคุณล่วงหน้า


‘ทำไมถึงตากฝนมาแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก หมวกกันน็อคก็ไม่ใส่’ เอยลุกขึ้นมองยีนด้วยสายตาคาดโทษทันทีที่เด็กตัวเปียกเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าที่ไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด ‘ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไงฮะ?’


‘แต่ยีนก็มาถึงร้านได้อย่างปลอดภัยนี่นา..’ พูดจบประโยคไม่ทันไร ยีนก็จามออกมาทันที เอยส่ายหัวเบาๆ อย่างเหนื่อยใจแล้วให้ยีนนั่งลงรอพี่เกื้อเอาผ้าขนหนูมาให้ดีๆ


‘ไม่ทันขาดคำเลยเห็นมั้ย’


‘อย่ามามัวทำเก่งจีบสาวไอ่ยีน เช็ดตัวก่อนจะเป็นหวัด ไปติดเอยขึ้นมาจะลำบากกันไปหมด’ เกื้อกูลเดินเข้ามาผลักหัวรุ่นน้องตัวดีก่อนจะโยนผ้าขนหนูให้ ‘แล้วจะกินไรมั้ย’


‘ขี้บ่นว่ะ’ ยีนรับผ้ามาเช็ดผม ‘เอาเหมือนเดิมของพี่เอยด้วย’



‘เค เดี๋ยวให้ไอ่โยเอานมร้อนมาให้กินแก้หนาวรอ’


‘ขอน้ำผึ้งด้วยนะ’


‘เออๆ’


‘โทรไปหาก็ไม่รับ พี่เป็นห่วงรู้มั้ย’ เอยแย่งผ้าขนหนูในมือยีนมาแล้วค่อยๆ บรรจงเช็ดผมให้เด็กตรงหน้า ‘คราวหน้าไม่เอาแล้วนะ ไม่ต้องฝืนขับฝ่าฝนทั้งที่ไม่มีหมวกกันน็อคไม่มีเสื้อคลุมมาอีกล่ะ ล้มขึ้นมามันไม่คุ้มเลย’


‘ก็ยีนสัญญาไว้แล้ว’


ยีนที่ก้มหน้าให้เอยเช็ดผมอยู่ฝืนเงยขึ้นมามองหน้าคนโตกว่า สายตาของยีนดูพยายามจะสื่ออะไรหลายๆ อย่าง เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เอยหวั่นไหวให้กับสายตาของเด็กตรงหน้า ไม่รู้ว่าจ้องกันอยู่นานแค่ไหนรู้ตัวอีกที พี่โยพนักงานเสิร์ฟที่อยู่คู่กับร้านมานานก็เอานมร้อนสองแก้วพร้อมโหลน้ำผึ้งมาวางให้พลางกระแอมเบาๆ และดูท่าเอยจะเขินไม่น้อยที่พึ่งมารู้ตัวว่าหน้าของยีนอยู่ใกล้เกินเลยรีบดันหน้ายีนออกไปห่างๆ แล้วปล่อยให้เช็ดผมต่อเอง


ยีนซับน้ำที่ผมและตามตัวออกขณะที่มองเอยใส่น้ำผึ้งในนมร้อนให้เธอและของตัวเอง อดเอ็นดูใบหน้าของเอยขึ้นสีระเรื่อจากเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่ได้


‘นี่พี่เอย’


เอยส่งเสียงในลำคอรับปากน้องโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง


‘เป็นแฟนกับยีนนะ’


เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เอยเงยหน้าขึ้นมาจะถามไถ่ถึงประโยคเมื่อกี้แต่ก็พบกับดอกกุหลาบสีแดงตรงหน้าก่อน มันดูงอและช้ำจากการกดทับคาดว่าเด็กที่ยื่นมาให้คงจะนั่งทับมันมา แต่ยังไงมันก็ยังคงดูสวยงามไม่สร่างไปจากสภาพเดิมเลย เอยไม่ได้ตอบอะไรยีน เธอยังคงดูตกใจหลังจากที่ได้ยินประโยคที่ไม่คาดว่าจะได้ยินมาก่อน


‘ไม่ตอบยีนหน่อยหรอ ใจไม่ดีแล้วนะเนี่ย’ ยีนเกาคอด้วยความประหม่า ถึงคนในร้านจะน้อยและทุกคนดูสนใจกับสมาร์ทโฟนในมือตัวเอง แต่ก็ยังคงมีบางคนที่หันมาเห็นเพราะมุมที่พอดีแล้วอมยิ้มให้กับพวกเธอ ‘นี่ยีนอุตส่าห์อดทนรอมาให้ถึงวันนี้เลยนะ วันวาเลนไทน์เนี่ยเหมาะสุดๆ แล้ว’


เอยรับดอกกุหลาบเปียกๆ ดอกนั้นมาขณะที่มือยังคงปิดปากด้วยความเขินและใบหน้าที่ขึ้นสีชัดกว่าตอนแรก ‘อื้อ..’


‘อะไรนะ ยีนไม่ได้ยินเลย’


‘ค่ะ พี่จะเป็นแฟนกับยีน’


พูดออกมาเองก็เขินเอง เอยไม่เคยคิดเลยว่ายีนจะเก็บคำขอเป็นแฟนมาพูดกับเธอในวันนี้เพราะวาเลนไทน์หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา พวกเธอก็แค่นั่งกินขนมด้วยกันเหมือนวันปกติไม่ได้มีอะไรพิเศษไม่ได้หวือหวามากมายแต่มันก็ยังคงอบอุ่นตลอดทุกครั้ง


‘โยๆ มาเอาน้ำผึ้งไปเก็บทีว่ะ ไม่ต้องใช้แล้ว หวานกันเยิ้มขนาดนี้’ เกื้อกูลพูดแทรกขึ้นมา สองมือประคองถาดพลาสติกที่มีจานพาสต้าส่งควันฉุยวางอยู่ด้านบน


‘ขัดจังหวะอ่ะพี่เกื้อ คนเขากำลังโรแมนติก’


‘แหม่ แหย่เล่น ก็อยากมายินดีด้วย ขอเป็นแฟนกันสักที ลุ้นมาตั้งนาน’ เกื้อกูลหัวเราะแล้วหยิบจานพาสต้าลงวางตรงหน้าเอยกับยีน ‘งั้นมื้อนี้พี่เลี้ยงแล้วกัน ฉลองๆ’


‘ขอบคุณ แต่พี่รีบวางจานรีบไปไกลๆ เลย’


เกื้อผลักหัวยีนแล้วหัวเราะอีกครั้งก่อนจะยอมเดินกลับไปประจำที่หลังเคาท์เตอร์ตามเดิม


‘ป้อนหน่อยดิ’ ยีนเท้าคางหลับตาอ้าปากรอคนที่พึ่งมาเป็นแฟนสาวของเธอได้หมาดๆ ม้วนเส้นพาสต้าให้


แต่แทนที่จะได้กินพาสต้าคำโตๆ กลับได้กินมือเอยที่ตบเบาๆ ลงที่แก้มเธอแทน


‘กินเองสิ’


‘ใจร้าย..’



ปัจจุบัน 


เอยที่พึ่งเลิกงานเดินออกมามองหาเด็กที่เข้ามาก่อกวนเธอเมื่อตอนเย็นเพื่อที่จะได้เคลียร์ทุกเรื่องให้มันจบๆ และเธอจะได้ขึ้นรถเมล์รอบสุดท้ายกับหอตามปกติ เสื้อกั๊กสีส้มแสนคุ้นตาที่เป็นเอกลักษณ์ของวินมอไซค์ช่วยให้เธอมองหาเด็กที่กำลังตามหาได้ง่ายขึ้น


ยีนนั่งอยู่ที่ฟุตบาตข้างกับรถมอไซค์สีชมพูคันโปรดที่เด็กคนนี้ตั้งชื่อได้ไม่เข้ากับนิสัยตัวเองสักนิด 'พิ้งค์กี้' อดจะนึกไปถึงตอนที่ยีนได้มอไซค์คันนี้มาใหม่ๆ ไม่ได้ เด็กตรงหน้าเธอเห่อพิ้งค์กี้อย่างกะอะไรดี ช่วงนั้นเธอพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยมั้งว่าอิจฉาพิ้งค์กี้เพราะต้องมาอยู่ในจุดที่โดนรถมอไซค์แย่งความสนใจของแฟนไปจากเธอ


ใช้มือข้างที่ไม่เปื้อนคลำตามเนื้อตามตัวพลางมองหาอะไรก็ได้ที่จะเช็ดเอาครีมช็อกโกแล็ตออกไปจากนิ้วมือ พอไม่เจอยีนก็ตัดสินใจที่จะเช็ดมันลงกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่คิดว่าควรถึงแก่เวลาที่จะเอาไปซักได้แล้ว แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นก็มีคนใจดียื่นทิชชู่เปียกมาให้ซะก่อน


“นึกว่าหนีไปแล้วซะอีก” ยีนรับทิชชู่มาจากเอยเช็ดมือตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่กางเกง


“สัญญาไว้แล้วไง” ไม่เจอกันแค่ปีเดียว เด็กที่เมื่อก่อนก็ว่าสูงอยู่แล้วตอนนี้สูงขึ้นกว่าเดิมจนเอยรู้สึกว่าต้องแหงนหน้ามากขึ้นเพื่อที่จะมองหน้าคู่สนทนา “เธอชอบพูดแบบนี้ไม่ใช่หรอ”


สุดท้ายก็ยอมแพ้ที่จะพยายามเงยหน้าคุยด้วย เอยเดินนำยีนตรงไปนั่งที่ม้านั่งในป้ายรถเมล์แถวนั้นแทน ยีนก็จูงพิ้งค์กี้ตามมาอย่างว่าง่าย


“ว่าไง เธออยากจะคุยอะไร” เอยพูดเข้าประเด็นทันทีที่หย่อนตัวลงนั่งกับม้านั่งหินอ่อน


“ก็..พี่สบายดีหรือเปล่า ทำงานเหนื่อยมั้ย” ยีนนั่งลงข้างๆ เอยโดยเว้นระยะห่างให้มันไม่ใกล้ชิดเกินไปและไม่ดูห่างเหินกันเกินไป “ยังฝืนตัวเองเหมือนเมื่อก่อนอยู่หรือเปล่า”


“จะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันและถ้านี่คือประเด็นที่อยากจะคุยกับฉันล่ะก็เสียเวลามากเลยนะยีน”


“ไม่เห็นต้องเย็นชากันขนาดนั้นเลยนี่นา ยีนก็แค่อยากรู้ชีวิตพี่ตอนนี้เอง” ยีนเอื้อมไปหยิบขนมจากในถุงที่ห้อยอยู่หน้ามอไซค์มาแกะ “แล้วพี่ไม่อยากรู้มั่งหรอทำไมยีนถึงมาเป็นวิน”


“แฟนเก่า”


ยีนละสายตาจากแท่งเวเฟอร์ช็อกโกแล็ตห่อสีแดงยี่ห้อดังในมือตัวเอง หันไปมองคนข้างกาย เธอไม่ได้พูดอะไรกลับไปรอให้เอยได้พูดขยายความคำที่ตัวเองพูดออกมา


“เราเป็นแค่แฟนเก่ากันยีน อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามใส่กันเลยดีกว่า” เอยหันมาสบตากับยีนที่มองเธออยู่แต่ก่อนแล้ว พยายามจะทำใจแข็งให้กับดวงตาตกฉายแววเศร้าๆ ของเด็กข้างๆ “ฉันยอมมานั่งคุยกับเธอเพราะอยากมาเคลียร์ให้มันจบๆ”


“ยีนไม่เคยยอมรับคำบอกเลิกของพี่สักหน่อย มีแต่พี่ที่คิดเองคนเดียว”


“เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาก็เพียงพอสำหรับคำตอบของทุกอย่างแล้วยีน เธอทำตัวเธอเองทั้งนั้น” เป็นฝ่ายยีนที่หลบสายตาหันกลับไปมองขนมในมือตามเดิม “หรือพี่ต้องโทษตัวเองหรอที่เอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลามาดูว่าแฟนตัวเองนอกใจไปมีคนอื่นตั้งแต่เมื่อไร”


“ยีนไม่เคยนอกใจพี่ พี่คิดไปเอง”


“หรอ ฉันคงคิดไปเองหลายครั้งเลยนะ”


“ก็แค่.. ก็คุยกันเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้นสักหน่อย” ไม่รู้ว่ายีนรู้ตัวไหม แต่เด็กที่อารมณ์ร้อนไม่เปลี่ยนคนนี้กำลังเผลอทำเสียงแข็งใส่เธออีกครั้ง


“แล้วที่ฉันเห็นในทวิตนั่นเรียกว่าไม่ได้มีอะไรมากใช่มั้ย”


“แล้วพี่เห็นอะไรล่ะ พี่เห็นอะไรถึงหายไปเป็นปีๆ ไม่บอกอะไรยีนเลย ย้ายหอหนี เปลี่ยนเบอร์ บล็อกยีน ทิ้งให้ยีนถามตัวเองอยู่ทุกวันว่ายีนทำอะไรผิด ยีนทำอะไรผิดหรอพี่เอย..”


เอยไม่กล้าที่จะมองยีนเลย ดวงตาที่เหมือนกำลังร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมาทำใจเธอสั่นคลอน ทั้งๆ ที่ตัวเองตัดสินใจแล้วว่าจะทำใจแข็งไม่ยอมใจอ่อนให้ยีนอีก


“เลิกก็คือเลิกยีน เธอต้องยอมรับความจริงข้อนี้จะมางอแงแบบเมื่อก่อนไม่ได้ โตได้แล้วยีน”


“ยีนโตขึ้น” ยีนห่อขนมเก็บกลับเข้าถุงเหมือนเดิม ในตอนนี้เธอรู้สึกว่าช็อกโกแล็ตมันขมมากกว่าหวานไปแล้วถ้าจะกินมัน “หนึ่งปีที่ไม่มีพี่น่ะ…ยีนตัดสินใจอะไรไปหลายเรื่อง”


เอยนั่งเงียบรับฟังสิ่งที่ยีนจะพูด


“หนึ่งในหลายๆ เรื่องนั้นคือเรื่องของพี่ ยีนสัญญากับตัวเองและยีนไม่เคยผิดคำพูดที่ยีนได้สัญญาไปแล้ว” ยีนลุกขึ้นยีนเต็มความสูงหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวม ไขกุญแจเปิดเบาะแล้วหยิบหมวกอีกใบให้เอย มันดูใหม่ซะจนถ้าบอกว่าพึ่งซื้อมาก็เชื่อ…และก็เชื่อได้เพราะยีนพึ่งซื้อมาจริงๆ ซื้อให้เอยโดยเฉพาะเพราะไม่อยากให้ใช้ร่วมกับลูกค้าคนอื่น “ยีนตัดสินใจว่าถ้าได้เจอพี่อีกครั้ง ยีนจะไม่มีวันปล่อยพี่ไปอีก”


“นี่เธอพูดไม่รู้เรื่องหรือไงเนี่ย”


“รู้เรื่องกับรับฟังมันคนล่ะอย่างกัน” ยีนยัดหมวกกันน็อคใส่มือเอย “ขึ้นมายีนจะไปส่ง”


“ไม่” เอยยื่นหมวกคืน


“คิดซะว่าจ้างวินมอไซค์ก็ได้ถ้าไม่อยากให้เป็นยีนที่ไปส่ง” ยีนรับหมวกกันน็อคคืนมาจากเอยก่อนจะสวมให้อีกคนพร้อมล็อคสายรัดคางให้เรียบร้อย


พอเห็นว่าคนโตกว่าไม่ยอมขึ้นมาซ้อนสักที ยีนเลยคว้ากระเป๋าของเอยมาแขวนไว้กับถุงขนม ทำให้เอยต้องจำใจยอมขึ้นคร่อมพิ้งค์กี้ด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์สักเท่าไร


“เผื่อจะบังเอิญได้เจอพี่แบบที่ได้เจอวันนี้” ขับไปได้สักพักจู่ๆ ยีนก็เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “นั่นคือเหตุผลที่ยีนมาเป็นวิน”


“แล้วก็เกือบจะชนฉันตายอ่ะนะ” เอยบังคับใจตัวเองไม่ให้ไปหวั่นไหวกับคำพูดของคนที่เมื่อก่อนแสนจะเอาแต่ใจและรักสบายข้างหน้า คงจะโตขึ้นอย่างที่บอกจริงๆ สินะ “แล้วถามจริงมันคุ้มมั้ยเงินทีได้กับค่าน้ำมันที่เสียไปเนี่ย แม่เธอให้เงินค่าขนมเยอะกว่ามาขับวินอีกมั้ง”


“แต่มันก็ทำให้ยีนได้เจอพี่นะ คุ้มไม่คุ้มไม่เห็นต้องคิดมากเลย”


“แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะกลับมาคบกับเธออยู่ดี”


“เดี๋ยวยีนก็พยายามในแบบของยีนเองนั่นแหละ ไม่เห็นต้องย้ำให้เจ็บใจเล่นเลย”


เอยก้าวลงจากมอไซค์ทันทีที่ยีนจอดรถสนิท เธอถอดหมวกและหยิบกระเป๋าคืน ยีนมองลูกค้าที่เธอเต็มใจมาส่งให้ฟรีๆที่สุดตั้งแต่ทำงานนี้มายืนค้นกระเป๋าด้วยสีหน้าที่เริ่มจะกังวลขึ้นเรื่อยๆ จนยีนอดจะถามออกไปด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ 


“เป็นไรพี่เอย”


“กระเป๋าตังค์ฉันหาย”


“มีของสำคัญๆ หรือเปล่า”


“มีบัตรเครดิต..”


“โทรอายัดบัตร แล้วรีบขึ้นห้องซะ” จากที่จะรอส่ง พอได้ยินคำตอบของสีหน้าเป็นกังวลของเอย ยีนก็เลี้ยวรถกลับก่อนจะพูดทิ้งท้ายแล้วขับออกไปทันที “แล้วอย่าออกไปหานะ มันดึกแล้วอันตราย”



TBC.
ปล.
เอย = อึนบี
ยีน = ยูจิน
ไนน์ = ฮเยวอน
เกื้อ = กาอึน
โย = เยนา
เมย = มินจู
ซิม = ซากุระ

#2019ValentizoneTH
 
SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments