[2 Short] In The Following Year (Hyewon x Eunbi) - 2 (END)
Dec,13
18.47 น.
 


เสียงเตือนตอนเปิดประตูห้องดังขึ้นดึงความสนใจของยูจินจากกองหนังสือตรงหน้าไปมองคนมาใหม่ที่เดินหน้าบึ้งเข้ามานั่งลงบนเตียงอย่างหมดแรงเหมือนคนไร้วิญญาณ


"ไม่ไปทำงานหรอ"


"ยังไม่ถึงเวลา"


”ปกติมึงนั่งรมควันอยู่หลังม.ป้ะ”


"เปลี่ยนบรรยากาศไง อยากรมควันในห้อง" ว่าแล้วฮเยวอนก็เคาะบุหรี่ที่พึ่งซื้อมาใหม่ขึ้นมาคาบไว้ก่อนควานหาไฟแช็กตรงหัวเตียง "แล้วก็ตายไปเลย"


"อย่าสูบเชียวนะมึง มะเร็งทั้งนั้น กูยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ" ยูจินขว้างยางลบที่อยู่ใกล้มือใส่ฮเยวอน ซึ่งมันลอยละลิ่วไปโดนมือรูมเมทที่กำลังจะหยิบไฟแช็กได้พอดี "แล้วเป็นอะไรของมึง"


"พี่อึนบี.. "


"ก็บอกให้เข้าไปคุยตั้งนานแล้วก็ไม่เชื่อ เอาแต่แอบมองพี่เขาอยู่ได้ โดนคาบไปกินแล้วสิ"


"ไม่ใช่เว้ย" ฮเยวอนปายางลบกลับไปหายูจินที่คิดเองเออเองเรื่องของอึนบีแต่อีกฝ่ายกลับรับมันได้อย่างสวยงาม "เมื่อวานกูเจอพี่เขาเลยแอบเดินตามไปส่งแล้วช่วยเขาจากไอ้พวกเด็กเวรแถวนั้นไว้"


"อื้อ ก็ดูเป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับคนโรคจิตอย่างมึงนะ ไม่บอกว่าแอบชอบนึกว่าสตอกเกอร์"


"หยุดกวนตีนกูสักแปบดิ๊ เดี๋ยวปั๊ดต่อยฟันยุบ" ยูจินยักไหล่อย่างไม่แยแสแต่ก็ยอมอยู่เงียบๆ แล้วฟังฮเยวอนเล่าต่อ "คือมึงก็รู้ว่าปากกูเป็นไงใช่มั้ย"


”บอกว่าปากหมายังสงสารหมา”


"นั่นแหละ…" ถือว่าเธอปูทางมาให้ตอบ ฮเยวอนเลยยอมปล่อยยูจินไป "กูจะเตือนพี่เขาเรื่องเสื้อผ้ามันวาบหวิวไป"


"แต่มึงดันเผลอใช้คำพูดที่ฟังแล้วเหมือนเอาไม้แหลมมาแทงหูใส่พี่เขาใช่มั้ย" ยูจินยิ้มให้กับสายตาเหนื่อยใจของฮเยวอนที่เธอชอบรู้ทัน พอเห็นว่าเพื่อนเริ่มจะหมดความอดทนยูจินก็เลยยอมเลิกเล่นแล้วกลับมาจริงจังกับบทสนทนา "แล้วไงต่อ"


"วันนี้ก็เจออีก เขามาดุกูเรื่องสูบบุหรี่" ฮเยวอนมองบุหรี่ในมือพาลนึกถึงเรื่องเมื่อเย็นก่อนจะเก็บมันเข้าซองตามเดิม เธอแสดงความรู้สึกไม่เก่งแต่เธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำจริงๆ นะ "นอกจากกูจะพูดจาไม่เข้าหูเขา กูยังทำโทรศัพท์เขาร่วงน้ำอีก….กูจะทำไงดีวะ"


"ทำใจไง เป็นกูคงไม่อยากเห็นหน้ามึงแล้ว"


"ก็คงงั้น…"


"เห้ยๆ อย่าร้องไห้เชียวนะเว้ย" ยูจินรีบลุกมาดูฮเยวอนทันทีที่อีกฝ่ายก้มหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง "พูดเล่นเฉยๆ มึงก็หาทางไปขอโทษเขาสิ"


ยังไม่ทันที่ยูจินจะลูบหลังให้กำลังเพื่อน ฮเยวอนก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างเร็วจนเธอที่เอนตัวหลบไม่ทันโดนหัวของฮเยวอนกระแทกเข้ากับฟันหน้าอย่างแรง ต่างฝ่ายต่างกุมบริเวณที่ตัวเองเจ็บ ทั้งห้องมีแต่เสียงโอดโอยอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะเริ่มเงียบลง ถึงแม้จะหายเจ็บแล้วแต่ฮเยวอนก็ยังก้มหน้ากุมหัวอยู่อย่างนั้น


ถึงเธอจะชอบพูดจากวนรมใส่ฮเยวอน แต่ยูจินเข้าใจเพื่อนคนนี้หมดทุกอย่างนั่นแหละ พวกเธอเป็นเพื่อนกันมานาน รู้ทุกเรื่องของกันและกันดี เธอรู้ดีว่าไอ้คนปากร้ายแต่ใจดีคนนี้ชอบรุ่นพี่ในเอกอย่างอึนบีมากแค่ไหน ครั้งแรกที่เจอกันตอนปฐมนิเทศ เพื่อนของเธอตัวแข็งทื่ออย่างกะอึนบีเป็นเมดูซ่าแล้วสาปให้ฮเยวอนเป็นหิน ดีใจกระโดดโลดเต้นไม่เป็นตัวเองเหมือนโดนอะไรเข้าสิงตอนรู้ว่าได้อยู่หอเดียวกับคนที่ชอบ แต่ฮเยวอนก็เอาแต่มองอึนบีอยู่ห่างๆ มาตลอดไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยเพราะรู้ตัวเองว่าไม่ใช่คนที่นิสัยดีสักเท่าไร รายนั้นกลัวว่าอึนบีจะเกลียดขี้หน้าแล้วหนีไป


สุดท้ายด้วยปัญหาทางบ้านต่อให้ฮเยวอนไม่เข้าไปคุยกับอึนบียังไงทั้งสองคนก็ไม่ค่อยได้เจอกันอยู่ดีแม้จะอยู่หอเดียวกันเรียนเอกเดียวกันก็ตาม เพราะฮเยวอนต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่สามทุ่มยันตีห้า เลือกลงเรียนแต่วิชาภาคบ่ายแล้วค่อยไปตามเก็บวิชาอื่นเอาทีหลังทำให้อะไรๆ ก็ดูไม่ตรงกัน… ยูจินรู้สึกสงสารเพื่อนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี


"มึงว่าซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปใช้คืน พี่เขาจะหายโกรธมั้ยวะ"


"พูดอย่างกะมึงมีเงินเยอะขนาดนั้น"


"ก็พอมี ทำอีกไม่กี่วันก็ซื้อได้แล้วเนี่ย"


"ถึงกูจะคิดว่ายังมีทางอื่นอีกที่จะขอโทษ แต่ถ้ามึงคิดว่าอันนี้มันดีก็ทำ"


ยูจินตบไหล่ฮเยวอนก่อนกลับไปนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบในวันพรุ่งนี้ตามเดิม ปล่อยให้ฮเยวอนนั่งทบทวนกับตัวเองอยู่สักพักถึงยอมลุกไปอาบน้ำเตรียมออกไปทำงานตามปกติ



Dec, 16 
05.58 น.
 

ผ่านมาสามวันแล้วนับจากวันนั้น ฮเยวอนก็ยังไม่ได้ไปคุยกับอึนบี เธอคิดว่าจะขอโทษทีเดียวตอนซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปให้ ทุกๆ วันเธอได้แต่เอาขนมมาใส่ไว้ในถุงเท้าข้างเดิมที่แขวนอยู่หน้าห้องแล้วเช้าก็รอดูอีกคนมาหยิบมันไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าสวยๆ นั่น บางทีเธอก็แอบคิดนะว่าถ้าอึนบีรู้ว่าเธอเป็นคนเอาขนมมาใส่ไว้จะเป็นยังไง แล้วก็แอบคิดต่อไปอีกว่าอึนบีคงจะเอาทั้งถุงเท้านั่นไปโยนทิ้งถังขยะหน้าหอแทนที่จะเก็บมันไปแน่ๆ


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอเลิกจากการทำงานแล้วเอาขนมที่เปลี่ยนจากช็อกโกแลตเป็นลูกอมคาราเมลมาใส่ไว้ให้ หย่อนเอาไว้เสร็จยังไม่ทันที่ฮเยวอนจะได้กลับไปล้างหน้าล้างตาเตรียมมารอดูภาพที่ให้กำลังใจในการชีวิตไปวันๆ ของเธอ ประตูห้องที่เคยปิดตลอดจนกว่าถึงเวลาแปดโมงเช้ากลับเปิดออกพร้อมผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินออกมา


หัวใจที่เกือบหยุดเต้นของฮเยวอนกลับมาเต้นอีกครั้งเมื่อพบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่อึนบีแต่เป็นเพื่อนร่วมห้องอย่างซากุระแทนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก


"เธอ?" ซากุระมองคนที่ทำหน้าตื่นอยู่หน้าห้องอย่างแปลกใจ ก่อนเบนสายตาไปทางมือของอีกคนที่ยังคาอยู่ในถุงเท้า "อ๋อ.."


ยังไม่ทันที่ซากุระจะได้พูดอะไรต่อจากคำว่า อ๋อ เธอก็โดนฮเยวอนลากตัวออกมาจนถึงบันไดหนีไฟที่ประจำของฮเยวอนตอนจะแอบสูบบุหรี่ในหอ


"อย่าไปพูดอะไรเรื่องเมื่อกี้กับเขานะ"


"นี่คำขอร้องเธอหรอ…"


"อยากให้ขอร้องหรือให้ทำอะไรก็จะทำ แต่พี่ห้ามบอกพี่อึนบีนะ"


ซากุระเลิกคิ้วมองเด็กตรงหน้าที่ทำท่าทางและหน้าตาตื่นกลัวเหมือนพึ่งไปก่ออาชญากรรมมาแล้วโดนเธอเห็นยังไงยังงั้น อย่างกะคนละคนกับตอนอยู่มหาลัย


"งั้นพี่ถามอะไรเราหน่อย… เป็นเธอใช่มั้ยที่เอาขนมมาใส่ทุกวัน" พอเห็นฮเยวอนขมวดคิ้วคิดหนักทำท่าจะไม่ยอมตอบ ด้วยนิสัยขี้แกล้งของเธอก็อดที่จะหยอกรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้ "ไม่งั้น…อึนบีฉันต้องรู้เรื่องนี้แน่ ฮเยวอน"


"ใช่.."


"ชอบอึนบีหรอ"


"ห้ะ" ฮเยวอนร้องเสียงหลงเมื่อรุ่นพี่ตรงหน้าถามออกแบบหน้าตาเฉย แต่พอโดนสายตาคาดคั้นหนักเขาก็ต้องจำใจยอมตอบไป "…ใช่"


"น่ารักกกก เธอนี่น่ารักกว่าตอนอยู่มหาลัยอีก" ฮเยวอนขมวดคิ้วให้ซากุระอีกรอบที่จู่ๆ ก็ชมเธอด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย "ชอบมานานแล้วหรอ"


"ใช่"


"แล้วนี่อยู่หอนี้เหมือนกันหรอหรือไม่ได้อยู่ แล้วขึ้นมาได้ไง? "


"เปล่า อยู่หอนี้ ห้องข้างหลังพี่" ฮเยวอนพเยิดหน้าไปทางประตูห้องที่อยู่ข้างหลังซากุระ ซากุระกอดอกพยักหน้ารับกับคำตอบอื่นที่ไม่ใช่คำว่า ใช่ ของรุ่นน้อง "ไม่มีอะไรจะถามแล้วใช่มั้ย พี่ห้ามไปบอกพี่อึนบีนะ"


"ทำไมล่ะ อึนบีมันอยากรู้จะตายใครเป็นคนเอามาใส่"


"เพราะถ้ารู้ พี่เขาก็จะไม่ยิ้มดีใจเหมือนเดิมแล้วไง"


พอได้ยินอย่างนั้น ซากุระก็คิดถึงเหตุการณ์ที่อึนบีมาเล่าให้ฟังระหว่างตัวอึนบีกับรุ่นน้องตรงหน้าแล้วก็คิดได้ว่ารูมเมทเธอดูไม่ชอบหน้าฮเยวอนและฮเยวอนก็คงรู้ตัวว่าตัวเองถูกเกลียดขี้หน้าเลยไม่อยากให้รู้สินะ


"ถือว่าช่วยรุ่นน้องในเอกแล้วกันนะ" ฮเยวอนเดินเลี่ยงซากุระไปไขกุญแจห้องแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตู "เขาเป็นสิ่งสวยงามไม่กี่อย่างในชีวิตนี้น่ะ.. "


 
Dec,25
18.27 น.
 


"สรุปได้เจอน้องมันยัง มันตามหาแกมาหลายวันแล้วนะ"


อึนบีทำเป็นไม่สนใจคำพูดของสาวญี่ปุ่นที่เดินมาตีข้างเธอไปร้านกาแฟด้วยกัน สองสามวันมานี้เพื่อนเธอหลายคนเอาแต่มาบอกว่า มีรุ่นน้องคนหนึ่งถามหาเธอเพราะอยากจะขอโทษ เธอไม่เข้าใจจากวันนั้นก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว ฮเยวอนพึ่งจะอยากมาคุยอะไรกับเธอเอาตอนนี้ ถ้าอยากจะขอโทษก็ควรทำตั้งแต่วันแรกๆ สิ มาตอนนี้มันดูไม่มีมูลเอาซะเลยแถมถ้าไปเจอก็คงไม่พ้นโดนพูดจากวนรมใส่อีกแน่ๆ


"ยังไม่เจอและไม่อยากเจอ" อึนบียอมตอบไปเพราะซากุระเอาแต่ส่งสายตาคาดคั้นใส่


"ทำไม ก็แค่ไปเจอป้ะ น้องมันก็แค่อยากขอโทษ"


"ก็ไม่อยากได้คำขอโทษ"


"แล้วแกจะเอาอะไรจากน้องมัน"


"ก็ไม่เอา ไม่อยากได้ ไม่อยากเจอ เหม็นขี้หน้า เหม็นบุหรี่" อึนบีเก็บโทรศัพท์ที่พึ่งสละเงินค่าขนมที่พ่อแม่ให้ส่วนหนึ่งไปซ่อมลงกระเป๋าเตรียมเดินเข้าไปสั่งกาแฟ ถึงแม้จะติดๆ ดับๆ ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ยังพอถูไถใช้รอเก็บตังซื้อเครื่องใหม่ได้อยู่ "สรุปแกเอามัคคิอาโต้ร้อนนะ"


"เออ รีบๆ ไปสั่งไป หนาว" ถ้าอึนบีรู้ว่าขนมที่ตัวเองกินอยู่ทุกวัน ฮเยวอนเป็นคนซื้อมาให้จะทำหน้ายังไงนะ "…งี่เง่าจริงๆ"


ยืนเล่นโทรศัพท์ต้านลมหนาวรออึนบีซื้อกาแฟอยู่ได้สักพัก หางตาของซากุระก็เหลือบไปเห็นรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีดำเพราะดูจะไม่ได้ผ่านการซักมานานของคนที่พึ่งเดินเข้ามาหาเธอ


พอเลื่อนสายตาไปดูหน้าซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย เป็นคนที่ตามหาอึนบีมาหลายวันคนนั้นนั่นแหละ "อ้าว ฮเยวอน ว่าไง"


"พี่ ฝากนี่ไปให้พี่อึนบีหน่อยดิ" ฮเยวอนยื่นถุงกระดาษสีแดงให้ซากุระ เธอตามหาอึนบีมาหลายวันแต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยออกมาเจอเธอเลย จะไปเคาะประตูห้องก็ไม่กล้า วันนี้บังเอิญมาเจอซากุระพอดีอย่างน้อยซานต้าก็ยังเข้าข้างเธออยู่นิดนึงล่ะนะ "แล้วก็ฝากขอโทษด้วย"


ขณะที่ซากุระกำลังจะเอื้อมมือไปรับของจากรุ่นน้องที่ทำหน้าตาน่าสงสารใส่ อึนบีที่ซื้อกาแฟเสร็จพอดีก็ยื่นแก้วมัคคิอาโต้ร้อนใส่มือซากุระแทนแล้วผลักมือของฮเยวอนพร้อมถุงกระดาษใบนั้นกลับไป


"ไม่เอา ฉันไม่อยากได้"


"คือ…"


ฮเยวอนพยายามจะยื่นถุงนั้นให้อึนบีอีกครั้ง อีกฝ่ายกลับจูงมือเพื่อนสนิทที่ยังทำหน้าตาเหรอหราอยู่เดินหนีไปอีกทางทันที…ขอถอนคำพูด ซานต้าก็ยังคงไม่เข้าข้างเธออยู่ดีแฮะ


"เดี๋ยวดิ" ซากุระมองภาพฮเยวอนยืนถือถุงกระดาษสีแดงเด่นค้างไว้ท่ามกลางหิมะที่เริ่มตกลงมาอย่างรู้สึกสงสารรุ่นน้องจับใจ ก่อนรุ่นน้องคนนั้นจะค่อยๆ ลดมือลงแล้วหันหลังเดินกลับไป


พออึนบีเริ่มผ่อนความเร็วในการเดินลง ซากุระก็ดึงมือตัวเองคืนแล้วกอดอกมองเพื่อนด้วยสายตาคาดโทษทันที


"ทำแบบนั้นกับน้องมันทำไม น้องมันอุตส่าห์เอาของขวัญมาขอโทษ ทำไมไปปฏิเสธน้องมันแบบไม่ใยดีขนาดนั้นฮะ"


อึนบีไม่ตอบคำถามของซากุระ ทำเพียงแค่ยกช็อคโกแลตร้อนขึ้นมาจิบ


"ตามใจแกแล้วกัน กลับได้นะ เดี๋ยวฉันไปปาร์ตี้สาย" อึนบีที่ยังคงยกแก้วจรดริมฝีปากไว้ พยักหน้าให้ซากุระแทนคำตอบ "แล้วก็คิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำดีๆ ด้วย"



19.27 น. 


เมื่อกลับมาถึงห้องอึนบีก็ยอมทบทวนตัวเองตามที่ซากุระบอก ที่เธอไม่ยอมตอบซากุระตอนนั้น เพราะเธอก็รู้ตัวว่าทำเกินไปจริงๆ เธอยอมรับว่าเธองี่เง่า ทำตัวไม่เหมาะสมกับคนที่ตั้งใจจะมาขอโทษเธอแถมยังพูดจาห้วนๆ ใส่อีก แล้วจะให้เธอทำยังไงได้ล่ะ…ยอมรับคำขอโทษง่ายๆ ไปทั้งอย่างนั้นน่ะหรอ แค่เพราะซื้อของขวัญมาให้อ่ะนะ เด็กนั่นทั้งพูดจาไม่ดีกับเธอวางตัวไม่ดีกับเธอ ทำกระเป๋าใบโปรดเธอตกน้ำแถมยังทำโทรศัพท์เธอพังอีก ไม่รู้ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็เหอะ แต่การมาสำนึกผิดเอาตอนนี้สำหรับอึนบี…เธอคิดว่ามันสายเกินไปหน่อย


แต่ใช่ว่าเธอจะไม่เห็นภาพที่ฮเยวอนยืนถือถุงกระดาษนั่นค้างไว้ตอนเธอปฏิเสธมันหรอกนะ ตอนเห็นสายตานั่นเธอลืมความโกรธไปหมด ทำไมต้องมองเหมือนผิดหวังมากขนาดนั้นด้วย ทำไมเด็กนั่นต้องพยายามขนาดนั้นเธอไม่เข้าใจเลย …พอเริ่มนั่งคิดนานเข้ากลายเป็นว่าตอนนี้อึนบีกลายเป็นฝ่ายที่รู้สึกผิดขึ้นมาซะงั้น เธอผ่อนลมหายใจก่อนลุกขึ้นเอาผ้าในตะกร้าที่ไม่ได้ซักมา 3 วันลงไปซักที่ตู้หยอดเหรียญข้างล่างตึกแก้ฟุ้งซ่าน


ฮเยวอนมองของในถุงกระดาษที่ข้างในบรรจุด้วยกล่องโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดที่เอาเงินจากการทำพาร์ทไทม์ทั้งหมดไปซื้อให้กับจดหมายแผ่นเล็กๆ ที่ทั้งชีวิตเธอไม่เคยเขียนให้ใครมาก่อน พ่อแม่ก็อย่าได้หวัง แต่เธอกลับเขียนให้อึนบีคนแรก สุดท้ายแล้วก็ได้แต่ยืนถอนหายใจส่ายหัวให้กับตัวเองอยู่หน้าห้องพี่เขาแบบนี้ เพราะอีกคนปฏิเสธโดยที่เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยพูดอะไรสักคำ…ผลกรรมของการที่ชอบพูดจาไร้เยื่อใยกับคนอื่นหรือเปล่านะ


ฮเยวอนแขวนถุงกระดาษใบใหญ่ที่ประตูอย่างยากลำบากเพราะถุงเท้าที่เธอเอาขนมมาใส่ให้ตลอดหลายอาทิตย์กินพื้นที่ไปซะหมด จะให้หยิบกล่องโทรศัพท์ออกจากถุงแล้วใส่ไปในถุงเท้าเลยมันก็ใหญ่เกินไป …ยังไงเธอก็อยากให้วันนี้อยู่ดี เธออยากให้มันเป็นของขวัญวันคริสต์มาสกับอึนบี


ขณะที่ฮเยวอนกำลังง่วนอยู่กับการพยายามแขวนถุงใบนั้น อึนบีที่ไม่รู้เรื่องเนื่องจากมือทั้งสองข้างไม่ว่างเลยใช้เท้าผลักประตูออกมาอย่างแรง เธอตกใจจนทิ้งตะกร้าผ้าแล้วใช้มือเปิดประตูออกไปอีกทีเพราะเมื่อกี้เปิดไปกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างจนประตูตีกลับมา 


ฮเยวอนเจ็บจนร้องไม่ออก อยากจะเก็บถุงที่ร่วงทั้งๆ ที่เธอแขวนมันได้แล้วเชียวก็ทำไม่ได้ แรงกระแทกนั่นทำเอาฮเยวอนมึนหัวไปชั่วขณะหนึ่ง เธอกุมจมูกโด่งๆ ที่พ่อแม่ให้มาเอาไว้ รู้สึกเหมือนดั้งจะยุบเข้าไปเลยแฮะ…แล้วรู้สึกว่าประตูบานนี้เริ่มจะไม่ปิดจนกว่าจะถึง 8 โมงเช้าเหมือนแต่ก่อนแล้วสิ


"เธอมาทำอะไรที่หน้าห้องฉันเนี่ย" ยอมรับว่าเธอตกใจที่ฮเยวอนมาอยู่ที่นี่มากกว่าเธอเปิดประตูไปโดนหน้าซะอีก "มาขโมยขนมหรือไง"


"ใครมันจะไปอยากกินขนมในถุงเท้ากัน" ฮเยวอนพูดเสียงอู้อี้เพราะยังคงกุมจมูกตัวเองอยู่


"แล้วมาทำอะไร..ตามฉันไปทุกที่อยู่ได้ เป็นโรคจิตหรอ"


"พูดอย่างกับว่าตัวเองมีอะไรให้ดูงั้นอ่ะ"


เพราะแบบนี้เธอถึงทำใจรับคำขอโทษของเด็กคนนี้ไม่ได้สักที เอาแต่พูดจาไม่เข้าหูอยู่ได้ "พูดจาดีๆ แบบคนปกติเขาแล้วมันจะตายหรือไง"


พอเห็นสายตาที่เริ่มไม่พอใจกับคิ้วที่เริ่มกระตุกของรุ่นพี่ตัวเล็กตรงหน้า ฮเยวอนก็ทำเป็นก้มลงไปเก็บถุงที่ร่วงแทน แต่ทันทีที่ก้มลงไปเลือดกำเดาที่เธอพยายามห้ามเอาไว้ก็หยดลงพื้น ฮเยวอนเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณแม้มันจะเป็นวิธีการที่ผิด เพราะมัวแต่เงยหน้าขณะที่มือยังเอื้อมลงไปหยิบ ฮเยวอนเลยไม่ทันรู้ตัวว่าจดหมายในถุงมันร่วงออกมา


อึนบีที่เห็นหยดเลือดบนพื้นก็เริ่มตกใจหนักกว่าทีแรก เธอทำคนอื่นเลือดออก…ไม่น่ามักง่ายใช้เท้าผลักประตูออกมาเลย ให้ตายสิ… อึนบีก้มลงเก็บแผ่นกระดาษที่ร่วงจากถุงขึ้นมาและถือวิสาสะอ่านเพราะยังไงรุ่นน้องคนนี้ก็ตั้งใจจะเอามาให้เธออยู่แล้วนิ่ …ข้อความบนกระดาษแผ่นเล็กๆ นั่น ทำเอาใจของอึนบีเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลย


เธอเงยหน้าขึ้นมาจะถามถึงข้อความในกระดาษ แต่พอเห็นเลือดที่เริ่มไหลมากขึ้นจนซึมออกมาจากทางร่องนิ้วที่ฮเยวอนพยายามปิดห้ามเอาไว้ อึนบีก็อดเป็นห่วงไม่ได้


"อย่าเงยหน้าสิ…ขอดูหน่อย" อึนบีเอื้อมมือไปจะแกะมือของฮเยวอนออก แต่เจ้าตัวกลับใช้มืออีกข้างมาขวางเอาไว้ก่อน


"ถ้าไม่อยากได้เป็นของแทนคำขอโทษ ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันคริสต์มาสแล้วกันนะ" เพราะความเขินฮเยวอนเลยยัดถุงใส่มืออึนบี กันไม่ให้อีกคนมาสัมผัสตัวเธอก่อนจะรีบหันตัวเดินหนีกลับห้องตัวเอง "แล้วก็เรื่องจมูกเรา ถือว่าเธอเอาคืนเรื่องกระเป๋าแล้วกัน พอดีเรามีเงินซื้อแค่โทรศัพท์น่ะ"


อึนบีมองตามฮเยวอนที่เดินตรงไปยังห้องริมสุดท้ายตรงข้ามกับบันไดหนีไฟ เธอไม่เคยรู้เลยว่าเด็กนั่นอยู่ห้องห่างกับเธอแค่นี้เอง อึนบีเลื่อนสายตากลับมามองถุงในมือสลับกับกระดาษ…ว่าแล้วเธอก็อดจะอ่านมันอีกรอบไม่ได้

เราเอาเงินค่าบุหรี่ไปซื้อให้ใหม่เลยนะ เราไม่รู้ว่ารุ่นเก่าที่พี่ใช้อยู่มันรุ่นอะไร พอดีเห็นโฆษณาในโทรทัศน์เลยซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดมาแทน ใช้ให้ดีๆ ล่ะ

แล้วก็ขอโทษนะ ทุกเรื่องเลย พี่จะโกรธเราก็ได้ แต่อยากให้เชื่อว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะทำหรือพูดแบบนั้นเลยจริงๆ เพราะเราไม่มีวันทำร้ายพี่หรอก

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ, H.

ประโยคสุดท้ายที่ว่า เราไม่มีวันทำร้ายพี่หรอก นั่นมันหมายความว่าไงกันแน่…ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่อึนบีรู้สึกเหมือนโดนสารภาพรักยังไงยังงั้นเลย



Dec,31
22.37 น.
 

"แน่ใจนะว่าแกไม่ไปต่อกับพวกฉัน เคาท์ดาวน์เลยนะแก"


"ไม่อ่ะ ปั่นงานติดกันตั้งหลายวัน ฉันเหนื่อย" อึนบีโบกมือให้กับซากุระที่แยกไปกินกันต่อหลังจากพึ่งเลิกจากงานเลี้ยงที่ทางเอกจัดต้อนรับปีใหม่ ทำงานกันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซากุระกับเพื่อนๆ ถึงยังมีแรงไปต่อกันอีก เธอนี่ตาจะปิดอยู่รอมร่อ "จะกลับไปนอนแล้ว"


"ตามใจละกัน เปลี่ยนใจก็ตามมานะ ร้านเดิม"


"โอเค แต่คงไม่เปลี่ยนใจหรอก"


อึนบีหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ฮเยวอนซื้อให้ขึ้นมาดูเวลา หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่มีเวลาไปคุยกับฮเยวอนอย่างจริงจังเลย งานที่ต้องส่งให้ทันก่อนปิดปีใหม่รุมเร้าเธอจนไม่มีเวลาจะไปทำอะไร ทุกวันผ่านไปด้วยการที่เธอไปเรียนกลับมาทำงานแล้วก็นอนเสร็จก็ตื่นไปเรียน วนลูปอยู่แบบนี้ตลอดเกือบอาทิตย์


จริงๆ เธอว่าโทรศัพท์ที่รุ่นน้องคนนี้ซื้อให้มันแพงเกินกว่าที่เธอจะรับไว้ แต่เพราะเธอรู้สึกผิดกับการที่เธอปฏิเสธน้องมาตลอด เธอกลัวว่าถ้าเอาไปคืนมันจะดูหักหาญน้ำใจกับความพยายามที่ฮเยวอนเอามาให้เธอ…คิดแล้วเธอก็อยากจะไปขอบคุณเรื่องโทรศัพท์แล้วก็ขอโทษที่ทำกับน้องเกินไป เวลานี้ฮเยวอนจะยังอยู่ที่ห้องหรือออกไปเที่ยวไหนไหมนะ


เมื่อถึงหอพัก อึนบีเดินผ่านห้องของตัวเองเลยไปหาห้องหน้าบันไดหนีไฟที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าเป็นห้องของฮเยวอนจนวันนั้นเห็นเจ้าตัวเดินเข้าไป อึนบีกลั้นใจเคาะมือลงบนประตูสีเทาติดหน้าป้ายว่าห้อง 420 รออยู่สักพักใหญ่จนเธอจะตัดใจเดินกลับห้อง ประตูบานนั้นก็เปิดออก แต่คนที่โผล่หน้าออกมากลับไม่ใช่ฮเยวอนที่เธอตั้งใจมาหา


"เอ่อ…ฮเยวอนอยู่มั้ยคะ" อึนบียิ้มให้กับเด็กตัวสูงโย่งที่ทำหน้าตาเหมือนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งชีวิต


"ไอ้คังหรอ" ยูจินเกาหัวตัวเองเมื่อพยายามจะคิดว่าคนตรงหน้าที่ดูคุ้นๆ คนนี้เป็นใคร "มันออกไปทำงานได้สักพักแล้ว"


"สามทุ่มเนี่ยนะคะ"


"อื้อ ก็ปกติของมันนะ มันทำงานเวลานี้แหละ มีอะไรก็ฝากบอกได้นะ ถ้าอยากคุยเองต้องรอมันเลิกงานตอนเช้านู่น"


"เขาทำงานอยู่ไหน พอจะบอกพี่ได้มั้ยคะ"


"ก็ได้อยู่หรอก…" ยูจินเปิดประตูออกเต็มบานเมื่อนึกออกสักทีว่าคนตัวเล็กข้างหน้าคือใคร "เอ้ะ เดี๋ยว.. พี่อึนบีใช่มั้ย"


"รู้จักพี่ด้วยหรอ"


"ไม่รู้จักก็บ้าละ ไอ้คังมันชอบพี่จนอวยให้ฟังแทบทุกครั้งที่มีโอกะ…" ยูจินตะครุบปากตัวที่เผลอบอกความลับของเพื่อนให้คนอื่นฟัง แล้วคนฟังดันเป็นคนที่ไม่ควรจะรู้ความลับนี้ที่สุดด้วยสิ ยูจินมองหน้าพี่สาวที่เลิกคิ้วใส่เธออย่างคนเหนือกว่าก็อดรู้สึกเกลียดความปากมากของตัวเองที่พอๆ กับเพื่อนร่วมห้องไม่ได้ "เอ่อ พี่จะทำเป็นไม่ได้ยินที่ฉันพูดใช่มั้ย ถ้าฉันบอกที่ทำงานของไอ้คังให้"


"ค่ะ" ถึงยูจินจะไม่ขอเธอก็กะจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว… .ในเมื่อคำนั้นทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะแถมรู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมาแบบนี้


"เลี้ยวซ้ายหน้าหอ ถัดไปอีกซอย เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นร้านอินเตอร์เน็ต เยื้องๆ กันมีร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมงอยู่ มันทำงานที่นั่นแหละ"


"ขอบคุณค่ะ"



23.47 น. 


วันนี้ร้านเงียบเหงากว่าทุกวันเพราะทุกคนต่างก็ไปเดินเล่นเตรียมเคาท์ดาวน์ขึ้นปีใหม่กันหมด ไม่มีใครเดินผ่านมาในซอยที่เงียบเหงาแบบนี้หรอก ปกติจะมีลูกค้าจากร้านอินเตอร์เน็ตตรงเยื้องๆ กันมาซื้อของบ้าง แต่ร้านก็ปิดปีใหม่ทำให้ไม่มีลูกค้าหนักกว่าเก่าเข้าไปอีก


แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของฮเยวอนล่ะนะ ในเมื่อไม่มีลูกค้าแบบนี้ เธอก็สามารถออกมานั่งตากลมสูบบุหรี่ผ่อนคลาย ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยรอเคาท์ดาวน์คนเดียวแบบเดิมทุกปี


อีกไม่กี่สิบนาทีก็จะขึ้นปีใหม่แล้ว เธอจะมีโอกาสได้เริ่มใหม่กับพี่อึนบีมั่งไหมนะ เพราะตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เจออึนบีอีกเลย พี่เขาไม่มาหาเธอทั้งๆ ที่เธอเผลอบอกให้รู้ว่าห้องเธออยู่เยื้องถัดไปจากห้องพี่เขาไม่กี่ห้องเท่านั้น ถึงอย่างนั้นฮเยวอนเองก็ไม่กล้าไปหาพี่เขาเหมือนกันนั่นแหละ หมดช่วงเทศกาลคริสต์มาสแถมขอโทษไปหมดแล้วเลยไม่รู้จะมีหน้าอะไรไปหาอึนบีอีกเหมือนกันเพราะเธอก็ไม่ใช่รุ่นน้องที่สนิทอะไรกับพี่เขาขนาดที่จะเข้าไปพูดคุยเล่นๆ ได้


"สูบบุหรี่อีกแล้วนะ เธอน่ะ"


ขณะที่ฮเยวอนกำลังพ่นควันสบายใจ ก็ถูกทักจากเสียงที่คุ้นเคยพร้อมเจ้าของเสียงที่เดินมาอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ทำเธอตกใจจนสำลักควันบุหรี่ไอตัวโยนพลางยกมือขึ้นมากันไม่ให้อึนบีเดินเข้ามาใกล้ "ป…ไป ก..ไกลๆ แค่ก ไปไกลๆ"


"ฉันขอโทษ"


"ไม่ใช่แบบนั้น" พอเห็นหน้าสำนึกผิดของอึนบี ฮเยวอนก็รีบปฏิเสธทันที "มันเหม็น ไปห่างๆ ก่อน"


อึนบีตกใจนึกว่าฮเยวอนไม่พอใจเธอเลยขอโทษออกไป แต่พอเห็นฮเยวอนอธิบายกลับมาแบบนั้นก่อนรีบดับบุหรี่ที่พึ่งสูบไปได้ครึ่งมวนแล้วทิ้งถังขยะทั้งที่ครั้งก่อนยังบอกเสียดายอยู่เลยแถมใช้มือโบกควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้งอยู่แถวนั้นให้อีก อึนบีก็จะที่เริ่มเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมาแต่ก็แค่นิดนึงล่ะนะ


"พี่มาได้ไง.."


อึนบีไม่ตอบแต่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วยื่นอมยิ้มคาราเมลให้แทน ฮเยวอนมองลูกอมในมืออึนบีอย่างไม่เข้าใจแต่ก็รับมาเพราะอึนบีเป็นคนให้


"เพราะเธอซื้อโทรศัพท์มาใช้ฉันหรอก แต่ฉันไม่ซื้อบุหรี่มาคืนเธอแน่ เอาลูกอมไปแทนแล้วกัน ดูดได้เหมือนกันแหละ"


"ไม่เห็นต้องเปลืองเงินเลย" ฮเยวอนแกะเปลือกอมยิ้มรสคาราเมลแล้วส่งมันเข้าปากพลางปรายตาลงมองหน้าอกอึนบี "จริงๆ พี่มาตัวเปล่าก็ยังมีอะไรให้ดูดอยู่ดีนะ"


"ทะลึ่ง…." พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมองอะไรของตัวเองอยู่ อึนบีก็ลืมตัวแล้วเผลอยกมือฟาดไปที่ต้นขาของฮเยวอนทันที "เธอนี่พูดจาดีๆ แบบไม่กวนรมสักครั้งได้มั้ยเนี่ย ให้ตายสิ ฉันกลับแล้ว"


"พี่อยู่เคาท์ดาวน์กับเราไม่ได้หรอ" ฮเยวอนก้มมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกไม่กี่นาทีก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว "เราไม่เคยมีคนมาเคาท์ดาวน์ด้วยเลยสักครั้ง"


อึนบียอมนั่งลงที่เดิมตามที่คนเด็กกว่าขอ "ส่วนฉันไม่เคยเคาท์ดาวน์เลยสักครั้ง"


"งั้นเราก็เป็นครั้งแรกของกันและกันน่ะสิ"


"….พูดอะไรของเธอเนี่ย"


ฮเยวอนแอบยิ้มให้กับท่าทางเคอะเขินของรุ่นพี่ข้างๆ เมื่อเธอแกล้งพูดหยอกไป "สรุปแล้วพี่มาได้ไง เดินมาคนเดียวเปลี่ยวๆ มันอันตรายนะ"


"เพื่อนเธอบอก"


"ไปหาเราที่ห้องมาหรอ"


"อื้อ…เพื่อนเธอบอกว่าเธอทำงานแบบนี้ทุกวัน แล้วไปเรียนยังไงอ่ะ"


"เลือกเรียนแต่ภาคบ่ายไง ค่อยไปตามเก็บเอาทีหลัง"


"อ้อ.. " อึนบีก้มลงมองพื้น "แล้วเพื่อนเธอบอกอีกว่าเธอ…ชอบฉัน"


"ปากมากจริงๆ เลยไอ้อัน…แต่มันก็พูดความจริงนะ" ฮเยวอนมองอมยิ้มในมือ ต่างคนต่างไม่กล้าจะสบตากัน "เราชอบพี่จริงๆ ถ้าพี่ให้โอกาสระ…"


ยังไม่ทันที่ฮเยวอนจะได้พูดจบประโยคเสียงพลุยามเคาท์ดาวน์เสร็จก็ดังขึ้นกลบเสียงของเธอไปก่อน


"สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ" อึนบีรีบพูดขัดขึ้นมาแข่งกับเสียงพลุทันที กันไม่ให้ฮเยวอนพูดประโยคที่ชวนใจเต้นจบ…รู้สึกว่าช่วงนี้เธอจะใจเต้นผิดปกติบ่อยเกินไปแล้วนะ


"พี่ก็เหมือนกัน" ฮเยวอนหันมาส่งสายจริงจังให้กับคนข้างๆ ถึงอีกฝ่ายจะพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยแต่เธอก็หาคำถามใหม่มาถามจนได้แหละน่า "แล้วปีต่อๆ ไป พี่ยังอยากมาเคาท์ดาวน์กับเรามั้ย"


พอเห็นสายตาของฮเยวอน อึนบีก็เลือกที่จะยอมตอบคำถามน้องไป ถึงจะดูไม่ชัดเจนเท่าไรก็ตาม "ถ้าเธอยังเอาขนมมาใส่ถุงเท้าหน้าห้องฉันแบบคริสต์มาสปีนี้ ฉันจะลองเก็บไปพิจารณาดูนะ"


"พี่รู้? พี่ซากุระบอกหรอ?"


"เดาเอาน่ะ" อึนบีขมวดคิ้วใส่ฮเยวอนที่เหมือนจะหลุดความลับที่เธอไม่รู้ออกมา "ว่าแต่ซากุระรู้เรื่องนี้หรอ"


"อย่าโกรธพี่เขาเลยนะ เราเป็นคนขอไม่ให้บอกเองแหละ"


"ทำไมล่ะ ไม่งั้นพี่อาจจะหายโกรธเธอไปตั้งนานแล้วนะ"


"เรากลัวว่าพอพี่รู้ว่าเราเป็นคนเอาขนมไปใส่ จะเอาทั้งถุงเท้าไปทิ้งแทนที่จะดีใจเหมือนวันก่อนน่ะสิ"


พอเห็นหน้าตาที่แสดงอกว่ากลัวจริงๆ ของฮเยวอน อึนบีก็อมยิ้มเอ็นดูให้ "พี่ชอบนะ"


"ชอบเรา?" ฮเยวอนเลิกคิ้วถาม


"อื้อ"


"….."


อึนบีหัวเราะให้กับสีหน้าเหรอหราของคนเด็กกว่าข้างๆ


"จริงๆ ก็ยังไม่แน่ใจ ขอเวลาดูก่อน… เอาเป็นว่าตอนนี้พี่ชอบขนมของเธอแทนเธอไปก่อนแล้วกันนะ"


"....งั้นพี่อยากกินขนมมั้ย"


"มีหรอ?"


"มีสิ...ขออนุญาตนะ"


ฮเยวอนเอาลูกอมออกจากปากแล้วเข้าไปประกบจูบคนโตกว่า อึนบีตกใจถอยหนีก็ไม่ทันเลยพยายามจะผลักคนฉวยโอกาสออก แต่ผ่านไปสักพักเธอถึงรู้สึกได้ว่ารสจูบของฮเยวอนมันหวานลูกอมผสมกับรสเผื่อนๆ ของบุหรี่ ไม่อยากยอมรับแต่เธอติดใจรสชาตินี้จนปฏิเสธไม่ลง ขณะที่ฮเยวอนเลื่อนมือมาจับเอวเธอ อึนบีเองก็อดจะกุมแขนเสื้อของน้องไม่ได้ …ให้ตายสิ เด็กนี่ได้ใจเกินไปไหมเนี่ย จนเริ่มจะได้ใจเธอไปด้วยแล้วนะ

"ในปีต่อๆ ไป ไว้เรามาทำแบบนี้ด้วยกันอีกนะ"

"อื้อ"



The End.

ยังไงก็เมอร์รี่คริสต์ย้อนหลังและสุขสันต์วันปีใหม่
หวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของทุกๆ คน ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขนะ

ขอบคุณที่คอยติดตามเสมอ


#ในปีต่อไปฮเยบี 
SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

DachshundChan
2 years ago
ตัวอักษรเกินโควต้าอีกแล้ว 55555

แต่อยากมาขอโทษที่ไม่ได้มาอัพบ่อยๆ นะ งานเยอะมาก
ไรท์จะเรียนจบเทอมนี้แล้ว ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงหาที่เรียนต่อบวกกับพยายามเรียนให้จบน่ะ 555

อยากมาบอกราตรีสวัสดิ์และอรุณสวัสดิ์เหมือนเดิมด้วยแหละ งั้นก็ราตรีสวัสดิ์คนที่ยังไม่ได้นอนและอรุณสวัสดิ์สำหรับคนที่ตื่นมาอ่านตอนเช้าเช่นเคย

ปล.ไม่แน่อาจจะมีตอนพิเศษให้ด้วยแหละ 555555 ยังอยากแต่งจักรวาลนี้ต่อ (แต่ไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกนะ TwT) 
Reply
ipeachuuu
2 years ago
น่ารักกกกกกก ขอบคุณสำหรับฟิคส่งท้ายปีนะคะ อบอุ่นมากๆเลย ถ้าแต่งต่อจริงๆก็จะตามไปอ่านไปเม้นให้แน่นอนค่ะ รอติดตามนะคะ<3
แล้วก็สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ เรื่องเรียนก็สู้ๆค่ะ!
Reply
DachshundChan
2 years ago
ขอบคุณมากๆ นะ TwT แล้วจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย
Watercolor
2 years ago
ฮืออน่ารักมากเลยค่ะเขินน
Reply