แมว 9 ชีวิต (Binkyeong) -2-
.
.
.
.
.
สภาพของหญิงสาวนิรนามนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น ร่างกายหักงอผิดธรรมชาติ กระดูกสีขาวที่แซมไปด้วยเลือดปริออกมานอกแขนขาบ่งบอกว่ามันถูกแรงกระแทกเข้าอย่างแรง เลือดค่อยๆไหลซึมรวมกับน้ำฝนย้อมให้ซีเมนต์สีเทาหม่นค่อยๆกลายเป็นสีสนิม แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าลูกสีขาวๆที่ค่อยๆหล่นไหลออกมาจากหน้า เพียงแค่มันหมุนตามแรงน้ำฝนก็ปรากฏอีกส่วนของมันออกมา พอเดาออกได้ไม่ยากนัก ...มันคือลูกตา 

ภาพสยดสยองแรกในชีวิตเป็นภาพที่เธอเจอคนตกตึกตาย ชีวิตธรรมดาที่วันๆไม่มีขึ้นหรือลง ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงกลับต้องมาเจอศพคนในสภาพแบบนี้ ขาเล็กๆไร้เรี่ยวแรงทันที อาการเข่าทรุดที่เธอเคยอ่านเจอในนิยายมันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันไม่ทำตามที่เธอสั่ง ตัวเธอเองในตอนนี้กำลังมีอาการหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต  

ในขณะที่กำลังสับสน จิตใต้สำนึกกลับบอกให้ตนใจเย็น มันอาจจะเป็นภาพหลอนที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมาจากอาการตกใจเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่

'...ใช่! ต้องคิดไปเองแน่ๆ!' 

แต่สิ่งที่ทำให้เด็กสาวต้องชะงักค้าง เป็นอะไรที่รู้โดยสัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิต



--ภาพหลอนไม่มีกลิ่นคาวเลือด



แต่สิ่งที่บีบกล้ามเนื้อหัวใจให้เต้นเร็วยิ่งกว่ากลิ่นคาวเลือด ...ผู้หญิงคนนั้นกำลังลุกขึ้นมา!

ร่างสูงโงนเงนอย่างไร้สมดุล กระดูกที่หักงอบัดนี้เหมือนถูกรีเซ็ทให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม ข้อต่อต่างๆเริ่มเข้าที่เข้าทาง รวมถึงเลือดเนื้อที่อยู่นอกร่างกาย และแน่นอน...ลูกตาข้างขวาของเธอด้วย 

เมื่อแน่ใจแล้วว่าทุกส่วนของร่างกายกลับมาเป็นปกติ คนตัวสูงก็ยืนบิดไปมา ยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายความปวดเมื่อยเหมือนกับป้าข้างบ้านของเยบินที่ออกมาออกกำลังกายกันตอนเช้าตรู่ สลับกับวิ่งเหยาะๆไปมาสัก 2-3 ที 

ตอนนี้เยบินเริ่มผ่อนคลายขึ้น แต่ก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเช่นกัน จะว่าเป็นเหตุการณ์ผีหลอกก็ไม่เชิง แกล้งเล่นก็ไม่ใช่ ...อาจจะเป็นเรื่องลึกลับที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้เลยก็เป็นได้

เหมือนเพิ่งนึกออก ผู้หญิงคนนั้นหันกลับขึ้นมามองเยบินทันที 

"........!!!"

แค่ชั่วพริบตา ผู้หญิงคนนั้นวิ่งไต่กำแพงขึ้นมาเหมือนแมวไม่มีผิด ด้วยความเร็วมากทำให้เมื่อถึงชั้นดาดฟ้า ร่างสูงทะยานอยู่เหนือกลางอากาศ ก่อนที่จะเอามือแตะลงพื้นอย่างแผ่วเบา แล้วตวัดตัวขึ้นเพื่อยืนประจันหน้ากับเยบิน

เจ้าตัวถึงกับหน้าเหวอ เดินถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่หญิงสาวนิรนามคนนั้นกลับเดินหน้าเข้ามาหาเยบิน ...เธอยิ้มให้เด็กสาวอย่างนึกสนุก รอยยิ้มนั่นทำให้ร่างกายตอบสนองออกมาเป็นความรู้สึกไม่ไว้ใจ รูขุมขนเริ่มดึงตัวจนลุกเกรียวตั้งแต่ท้ายทอยขึ้นไปถึงหัว เยบินถอยหลังจนชิดกำแพง สายตาตวัดไปยังประตูดาดฟ้าก็ยังคงเห็นแม่กุญแจลูกใหญ่ล็อคอยู่อย่างนั้น 


...ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว


พอหันกลับมา ผู้หญิงคนนั้นก็อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว 

เธอเหมือนคนอย่างไร้ที่ติ... ไม่มีส่วนใดของร่างกายบ่งบอกว่าเธอเป็นผีหรือปีศาจ แถมชุดที่ใส่ยังเป็นชุดนักเรียนแบบเดียวกับเธออีก ผมยาวสยายไปตามลมแบบมีน้ำหนัก จมูกได้รูปโด่งมนงดงาม รอยยิ้มนั่นยังคงแต้มอยู่บนใบหน้า แต่ตอนนี้เยบินไม่ได้รู้สึกว่ามันน่ากลัว...

รอยยิ้มนั่นมันทำให้เธอ...


...สวย

"ขอบคุณที่ชม ^^"

เยบินเอามือปิดปากแทบไม่ทัน ไม่เคยสักครั้งที่จะหลุดพูดสิ่งที่คิดออกมาแบบนี้... แต่เธอคนนี้ก็สวยจริงๆนั่นแหละ

ว่าแต่มันใช่เวลามาชมอีกคนว่าสวยไหมเนี่ย!

"...เธอไม่ใช่คน" 

เยบินเข้าประเด็นทันที แต่พออีกคนสบตา เธอกลับหลบตาโดยอัตโนมัติ

"ใช่~" 

"เธอเป็นใคร? ทำแบบนั้นได้ยังไง"

"หมายถึง?"

"...ฉันเห็นเธอนอนกองอยู่ข้างล่าง สภาพมัน...เอ่อ...แบบว่ามัน...ไม่ปกติ แล้วเธอก็วิ่งขึ้นมาเหมือนกับสัตว์... เธอใช้สี่ขาวิ่ง...แล้วมันก็--"

"สับสนหรอ?" 

หญิงสาวถามพลางยิ้มหวาน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆจนเยบินต้องห่อตัวลงไปอีกทั้งๆที่เธอก็เตี้ยกว่าอีกฝ่ายมากแล้ว

"ก็ใช่น่ะสิ! เธอเป็นตัวอะไรกันแน่!?"

"อยากรู้ไปทำไมกันนะ~"

"ฉันจำเป็นต้องรู้อยู่แล้วสิ! จะได้ทำตัวถูก" เยบินเถียงกลับ

"แล้วถ้าฉันบอกว่าเป็นผีล่ะ~ เธอจะวิ่งหนีฉันหรอ"

"ก็..." 

"แล้วถ้าฉันบอกว่าตัวเองเป็นปีศาจ เธอจะเรียกให้คนช่วยรึเปล่านะ~"

"นี่! อย่ามาเล่นลิ้นจะได้มั้ย!! บอกมาเร็--"



พูดยังไม่ทันจบ เยบินก็รู้สึกว่ามีอะไรมานัวเนียอยู่ที่แขน ...มันคือหาง

หางพวงสีส้มๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เมื่อมองยาวลงไปก็พบว่ามันมาจากด้านหลังของผู้หญิงตรงหน้า แถมเธอยังเลียที่ข้อมือที่มีผ้าพันแผลอีกต่างหาก

ชัดเจนขนาดนี้คนที่ไม่ค่อยเข้าเรียนอย่างเยบินยังมองออกว่าเธอคือแมวส้มตัวนั้น

"มาว่าฉันอ้วนกลมนี่โกรธจริงๆนะ"

"งั้นเสียงในตอนนั้น..."

หญิงสาวพยักหน้า

"เธอเป็นแบบ... ภูติแมวหรอ?" 

ท่าทางของเยบินที่ไมไ่ด้รู้เรื่องอะไรเลยทำให้ร่างสูงหัวเราะร่วน ...ใบหน้าที่ไร้เดียวสานั่นมันทำให้เธอรู้สึกขำอย่างบอกไม่ถูก

"เฮ้! ขำอะไรนักหนา ก็ฉันไม่รู้นิ"

"ฉันชื่อมินกยอง"

"ห้ะ"

"ฉันบอกว่าฉันชื่อมินกยอง เธอชื่ออะไร"

"...เยบิน คังเยบิน..."

"ชื่อน่ารักดีนะ~"

"น่ารักตรงไหน" มันออกจะแปร่งๆนะที่มีคนมาชมว่าชื่อน่ารัก... แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ...เยบินคิด

"ไม่คิดว่าเธอจะมาเจอฉันเวลาแบบนี้ ...แบบว่ามันเป็นการชดใช้กรรมของฉันน่ะ"

รอยยิ้มเริ่มจางหายไป สัมผัสได้ถึงความเศร้าที่อีกคนมีเล็กน้อย ยิ้มที่สดใสกลายเป็นยิ้มแหยๆที่ส่งมาให้เธอแทน

ดูน่าเศร้ายังไงก็ไม่รู้

"ชดใช้กรรม?"

"อืมมม... จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันน่ะเคยเป็นแมวเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว แม่ฉันเป็นแมวจรจัด ให้กำเนิดฉันในวังของจักพรรดิองค์หนึ่ง พอพวกเขามาพบเข้าก็เลยรับไปเลี้ยงในวัง"

"พันกว่าปี!!!" 

"น่าแปลกใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆ" มินกยองหัวเราะร่วนแล้วเล่าต่อ

"พระจักพรรดิมีลูกด้วยกันทั้ง 9 คน แต่มีแค่คนเดียวที่มาเล่นกับฉัน ก็คือเร"
"เธอชอบเก็บตัวอยู่เสมอ ต่างจากพี่น้องทั้ง 8 คนที่ซุกซน เรไม่ชอบสุงสิงกับใคร ยกเว้นฉัน และมีอยู่หลายครั้งที่เธอช่วยฉันจากพี่น้องเกเรพวกนั้น ทำให้ฉันมักจะหลบซ่อนจากคนอื่น และจะออกมาในตอนที่เรมาถึงเท่านั้น" 

"..." เยบินไม่ได้พูดอะไรเพราะเธอตั้งใจฟังมาก เริ่มนั่งลงข้างๆตามมินกยองบ้าง

"อยู่มาวันหนึ่ง ในขณะที่ฉันกำลังหลับ ...จู่ๆก็มีมือๆหนึ่งมาดึงฉันออกไปจากฟูกที่เหล่านางสนมวางไว้เพื่อให้ฉันนอน มือนั่นคือพี่คนโตของเร เขามักจะเป็นหัวโจกนำทุกคนไปก่อเรื่องปวดหัวมากมาย ครั้งนี้ก็เช่นกัน... เขาแกล้งโดยการให้น้องๆของเขาจับฉันนอนติดอยู่กับพื้น ฉันถูกเชือกมัดมือและขาจึงไปไหนไม่ได้ ได้แต่ดิ้นไปมาหวังจะให้เชือกหลุด แต่พอฉันหันไปตามเสียงก็เห็นเขาขี่ม้าออกมาจากคอก ด้วยความที่ม้าตัวนั้นกำลังพยศด้วยความโกรธ มันวิ่งสลับทิศทาง ดีดขาหลังอย่างโกรธเกรี้ยวจนพี่ชายของเรตกลงมาจนแขนซ้น แต่ม้าตัวนั้นก็ยังไม่หยุด จนมันวิ่งตรงมาทางฉัน โชคดีที่เชือกไม่ได้ผูกไว้แน่นมากพอ ไม่งั้นฉันคงโดนม้านั่นเหยียบตายไปแล้ว..."

"แต่ก็โชคร้ายที่มันดันเหยียบโดนขาหน้าของฉัน... กระดูกเลยหักน่ะ"

สายตาของเยบินมองไปที่ข้อมือของอีกฝ่าย มันถูกพันด้วยผ้าพันแผล... ถ้าสังเกตดีๆตอนเธอมาด้วยร่างแมวก็เดินกะเผลกๆอยู่เหมือนกัน...เป็นอีกครั้งที่เธอรู้สึกเศร้าไปกับคนๆนี้ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้รู้จักกันเลยแม้แต่น้อย

มือของเด็กสาวเอื้อมไปลูบอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบชักมือกลับแล้วหันไปมองทางอื่น ทำให้มินกยองเผลอยิ้มออกมา

"ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ^^"

"อื้อ...ก็ดีแล้ว"

"อะแฮ่ม...งั้นฉันเล่าต่อเลยละกัน"
"หลังจากเหตุการณ์นั้นเรก็นำฉันไปรักษาอยู่ในห้องของเธอ พี่ชายของเรโกรธมากที่เรเห็นฉันดีกว่าเขาที่เป็นพี่ในไส้ ...เขาไปฟ้องพระจักรพรรดิว่าต้นเหตุทั้งหมดเกิดจากฉันและเร... พระจักพรรดิไม่พอใจอย่างมาก สั่งให้นางสนมเอาฉันไปทิ้งที่คูน้ำ แต่เรก็พาฉันหนีออกมาได้ก่อน ตัวฉันรอด ส่วนเรโดนจับได้ ถูกกักบริเวณถึง 1 เดือน"

"ทำไมเรไม่บอกพ่อไปว่าพี่ชายเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดล่ะ"

"จักพรรดิไม่เชื่อเพราะพี่น้องทุกคนอยู่ข้างพี่ชาย แถมพวกนั้นยังใส่ร้ายเร ทำให้เธอกลายเป็นแพะรับบาป"
"แต่ฉันก็เป็นต้นเหตุทำให้เรต้องโดนขัง พอฉันเริ่มหายดีขึ้น ฉันจึงมีความคิดที่จะไปช่วยเธอ"


แต่ฉันคิดผิด

"วันที่ฉันตัดสินใจจะไปช่วยเรเป็นวันที่มีฝนตกหนัก ที่พักชั่วคราวที่ฉันอยู่คือเพิงเก่าๆที่ไม่มีคนอยู่ใกล้ๆกับวัง กว่าจะเดินทางไปถึงก็ทุลักทุเลพอสมควร ทั้งลมฝนที่แรง และขาหน้าของฉันที่มันยังไม่หายดีเท่าไหร่ แต่ในที่สุดฉันก็แอบเข้าไปข้างในได้"

"จุดหมายของฉันคือห้องของเร แต่ประตูหน้าห้องกลับมีทหารยามเฝ้าถึง 2 คน หน้าต่างจากอีกฝั่งของห้องจึงเป็นทางเข้าเดียวที่ฉันมี ...แต่พอฉันเข้าไปถึง เรมีสภาพผอมซูบผิดกับที่เจอครั้งล่าสุดอย่างเห็นได้ชัด ที่พื้นก็มีเศษอาหารเน่าเสียกองระเกะระกะไปหมด... จนฉันมารู้ทีหลังว่าพวกพี่ชายเธออาสาเอาอาหารมาให้เธอเอง แต่ในอาหารพวกนั้นมีแต่ปัสสาวะและสิ่งปฏิกูล ทำให้เธอกินไม่ได้ สิ่งเดียวที่พอจะประทังชีวิตได้ก็คือน้ำฝนจากรอยรั่วของหลังคาที่เรเจาะเอาไว้"

พอเล่ามาถึงตรงนี้เยบินสังเกตเห็นอีกคนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ก็ได้แต่เขยิบตัวเข้าไปใกล้ๆแล้วกอดปลอบแบบเก้ๆกังๆตามประสา แต่อยู่ดีๆร่างสูงก็โผเข้ากอดเธออย่างแน่น... ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกอยากปลอบมินกยองให้หยุดร้อง...ให้ยิ้มแทนที่จะร้องไห้ 

ตอนนี้เธอทำได้แค่กอดปลอบอีกคนอย่างอ่อนโยนเท่านั้น...

"ไม่ไหวก็พอเถอะ ...หน้าเธอมันไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะ"

"ไม่ได้...เธอจะต้องรู้เรื่องนี้"

"...?"

ยังไม่ทันตอบข้อสงสัย มินกยองก็เริ่มเล่าเรื่องต่อ

"ทันทีที่ฉันเห็น ฉันรีบใช้ขาหน้าทั้งสองข้างตะกุยกระจกห้องนอนเร ถึงจะเจ็บแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมัน จนเรเห็นเข้า...เธอเดินมาเปิดหน้าต่างให้อย่างไร้เรี่ยวแรง ผิดกับสายตาที่เธอมองมาทางฉัน...มันทั้งอบอุ่น ทั้งดีใจจนบอกไม่ถูก ทันทีที่เรเปิดหน้าต่างฉันก็กระโดดเข้าไปกอดด้วยความดีใจ เรร้องไห้อย่างหนักและกอดฉันราวกับว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก ...ฉังสงสารเรมาก แต่ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยได้แต่เอาตัวไปซุกอยู่อย่างนั้น"

"ทุกๆวันฉันจะมาหาเรและคาบพวกผลไม้มาให้เธอกิน เธอเริ่มกลับมาแข็งแรงขึ้น"
"แต่เย็นวันนั้นเป็นวันที่เรถูกปล่อยตัว แล้วก็เป็นโชคร้ายอีกครั้งที่ฉันเจอเข้ากับพวกพี่ชายของเธอ..."


"แต่คราวนี้ฉันโดนพวกนั้นจับได้"



"แต่มันก็ยังเจ็บไม่เท่าคนที่ฉันไว้ใจดันมาหักหลังกัน!!"



จู่ๆมินกยองก็ลุกขึ้นยืน ผ้าพันแผลที่มือข้างซ้ายเริ่มคลายออกช้าๆ เผยให้เห็นแผลเป็นขนาดใหญ่คล้ายแผลไฟไหม้ เยบินที่มัวแต่ตกใจเพิ่งรู้สึกตัวว่าที่ใต้ฝ่าเท้ามันไร้สัมผัส 

ตัวเธอกำลังลอยอยู่เหนือพื้น!

...พร้อมๆกับความทรงจำมากมายที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ




...เธอก็คือเร... 

...เรที่ไม่เต็มใจทรยศเพื่อนเลยแม้แต่น้อย...




.
.
.
.
.
.
ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอสวัสดีปีใหม่ 2019 ด้วยนะคะ หวังว่าจะเป็นปีที่ดีของพริสทินและชาวไฮทุกคนนะคะ ขอแค่เราเชื่อในพริสทิน ปีนี้มาแน่ค่ะ!

เริ่มปีใหม่ๆขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง สิ่งที่ไม่ดีก็ปล่อยมันไปอย่าเก็บมาคิดมากนะคะ คิดบวกเข้าไว้นะเชื่อไรท์ แล้วทุกอย่างมันจะมีทางออกเอง 

หวังว่าทุกคนจะมีความสุขนะคะ ใครที่ผิดหวังเรื่องต่างๆในปีที่ผ่านมา ...ไม่ร้องแล้วนะคะ ปีนี้เอาใหม่นะคะ //ลอกพี่ติ๊กมา

สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ

เลิฟยูว.

SHARE
Written in this book
แมว 9 ชีวิต [ฺBinkyeong]
ว่าด้วยเรื่องของแมวกับคน
Writer
BLACK-PEARL
Fic HINAPIA & YURI STORY
นานนนนนนนนนนนนนนๆทีจะมาแต่งฟิค

Comments

Iamhigh
12 months ago
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอบคุณที่มาต่อนะคะ /ปีนี้มาแน่ค่ะ
Reply
chaeim
11 months ago
เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นเข้ามาทุกที สนุกมากค่ะ มินกยองน่าสงสารพร้อมทั้งอยากเอาใจช่วย ขาหน้าของเจ้าแมวจะหายดีมั้ยคะ
Reply
Peek_Sai
11 months ago
ฮืออ กลัวมากค่ะ กลัวตอนกยองวิ่งขึ้นตึก ฉากในหนังผีมากเลย
แต่ทำไมตอนท้ายเป็นแบบนี้ แงวว
Reply