เธอหลงรัก ความโดดเดี่ยว
1  .  มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่บางเวลา 
 "ฉันอยากอยู่คนเดียว "
เธอบอกผม และเฟดตัวหายไปกับปุยเมฆ บ้าน่า ไม่จริง เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราเป็นแบบนี้มาตลอด เราอาจใช้อำนาจในการควบคุมเธอบางครั้ง แต่ทุกครั้งเราจะปลดอำนาจทิ้ง และยอมสิโรราบเธอเสมอ   เธอเคยบอกว่า 

" ฉันจะอยู่ในอ้อมกอดคุณ "
แต่ตอนนี้เธอทิ้งอ้อมกอดนั้น แล้วหายไป
ฟ้าเป็นสีดำ อำนาจสมองผมไม่อาจทำให้ดวงตามองเห็นเป็นสีโทนชมพูได้อีก 

"  เชน เชน "
" อ่ะ ว่าไง "
" ไหวมั้ย "
" ไหวเพื่อน ไหวๆ "
" ไม่ไหวบอกพวกกูนะ ถ้าอยากระบายหรือต้องการเพื่อน "
ดีที่สุด คือมีเพื่อนอยู่ 
ผมเขียนมันออกมาทั้งที่รอบตัวคือผู้คนเต้นยั่วเย้าปากกาหนึ่งด้าม กับกระดาษจดรายการอาหาร เขียนล้อรับกับเสียงเพลงตื๊ดๆ ในผับที่สนุกแต่จืดชืด ผู้คนเหมือนแข่งขันที่ใครส่ายเยอะ จะมีความสุขเยอะ นั่นไม่จริงเลย 
.
เธอหลงรักความโดดเดี่ยว 
เธอหลงรักความเงียบงัน เธอไม่ต้องการได้ยินเสียงผม เธอไม่ต้องการความธรรมดาสามัญ
เธออยากได้ชีวิตที่สงบ  ส่วนตัว อิสระ ไร้ความรู้สึกต่อกัน ไม่ผูกพันธ์ ไม่มีเส้นใยความควางหวังที่ผูกรั้ง  แล้วผมก็เห็นร่างเธอลอยขึ้นสูง ร่างเธอขาวโพลน แสงสุรีย์สีแทรกสอดสดับรับไร้ซอกตัวเธอ ตาผมเบลอพร่า 
" มึงควรจะดื่มบ้างนะ ให้ความรู้สึกมึงดีขึ้น  "
" ไม่มึง กูดีเสมอ เอาความรู้สึกอึดอัดที่อยู่ที่นี่ออกไปดีกว่า "
" เอาหน่อย กูเป็นห่วงมึง กูห่วงความเงียบจะทำร้ายมึง "
..
ผมถูกวินิฉัยว่ามีสภาวะซึมเศร้าเมื่อ 3 เดือนก่อน หลังจากการหายตัวไปไร้การติดต่อของภรรยา เราแต่งงานเดือนพฤษภาปลายๆ จับวันเวลาไม่ได้ เหมือนถูกลบจากสาระบบสมอง 
ผมกลายเป็นคนที่ถูกมองว่าคิดต่าตัวตาย 

2 . เราต่างมีเหตุผลบนความไม่มีเหตุผล

ผมกลับมาที่ห้อง จดบันทึกต่อ ภาพที่ผมเห็นในหัว ข้อมูลเดียวที่จำได้คือ เธอถอดแหวนวางไว้ที่ซิงค์ล้างจาน แหวนบิ่นบุบ แต่ไม่ยุบจนรูปผิด ผมเก็บมันใส่ลิ้นชักครั้งก่อน เวลานี้
ผมหาแหวนในลิ้นชัก เพื่อหาความเป็นไปได้ เผื่อจะมีรอยบันทึกไว้ที่ใดสักแห่งบนแหวน
...
" ผมรักคุณ "
เราจูบกัน กลางฝนพรำริมน้ำทะเลมืดดับสลัลกับเสียงไวโอลิน บรรเลงโดยชาวโปรตุเกสที่เป็นญาตห่างๆของเธอ 
ผมคิดถึงเธอจริงๆ คิดถึงน้ำหอมกลิ่นมีรสนิยม คิดถึงไรผมบางๆจางเจือสีย้อมถลอก คิดถึงรอยยิ้มกับลิปสีแดงก่ำ คิดถึงคิ้วบางๆ หน้าผากแคบที่ผมจุมพิษเป็นประจำ 
...
ผมเริ่มบีบแหวน รอบตัวช่างใจร้าย สิ่งของเริ่มระงมเสียงด่าทอมาไม่ขาด ตู้เสื้อผ้าด่าพ่อ พัดลมด่าแม่ รองเท้าด่าปู่ ประตูด่าความผิดพลาดของผม
...
ผมฆ่าเธอเมื่อ 4 เดือนก่อน .. 
ด้วยวาจา ผมใช้อารมณ์กับเหตุผลอันร่อยหรอ สาดกราดความโธสา และตอนนี้ คำด่าทั้งหมดย้อนกลับมาสู้ตัว  ผู้ทำการด่าคือฟอร์นิเจอร์รอบตัว ผมเริ่มหลั่งน้ำตา ใบมีดเย็นๆกรีดช้าลงบนข้อมือตัวเอง ผมไปคว้ามีดมาตอนไหน ผมเริ่มกรีดเมื่อไหร่ ไม่รู้ตัว อาการผิดปกติทางจิตของผมกำเริบหรือ ภาพความซ้อน ภาพลวงตา จิตสำนึก หรืออะไร 
ไม่รู้ !!!  ไม่รู้เลย สับสน แต่เลือดกำลังหยดย้อน ไหลระรินลงพื้นปาเก้เก่าๆ  เริ่มท่วม ท่วมขา ข้อเท้า จนเลือดหมดตัว แล้วผมก็เห็นตัวเอง นอนอยู่ 
....

ผมตายแล้ว ....
ผมถูกวินิจฉัยว่าตายแน่ๆจากนี้ 

..
แล้วเธอ ผู้ซึ่งหายไป ก็กลับเข้ามา ใส่ส้นสูงสีดำ และมือถือถังน้ำมันก๊าซ
พระเจ้า เธอกลับมา เปิดตัวด้วยชุดสีแดงสด และผ้าผัดคอเหลืองอ๋อยลายสก๊อต  เธอกลับมา ตอนที่ผมตายแล้ว ใบหน้านิ่งเฉย จืดชืด นิ่งสงบ 
เธอพูดกับศพผม 
                   ฉันหลงรักความโดดเดี่ยว                นี่เป็นเหตุผลที่ฉันไปจากคุณ เพราะคุณเอง       ทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมาก่อน 

เธอเทน้ำมันที่ถือมา  ลงตั้งแต่หัว จรดเท้า ชุ่มฉ่ำ ฉ่ำถึงผ้าคลุมเตียง  เอ่ยเอื้อนคำด่าทอ เหมือนที่ผมด่าทอเธอ ฟอร์นิเจอร์เป็นคอรัส 
ไฟเริ่มโหมไหม้ ร่างผมดำเป็นถ่าน  ผมมองร่างแหลกสลายของตน ปลิวเป็นฝุ่นว่อนห้องอันร้อนระอุ แล้วเธอก็หัวเราะ  ดัง ดัง ดัง !!!""
...


" เชน เชน  "
" อ่า ว่าไง "
" โห ดื่มไปเยอะเลยนี่ "
" ไม่เมา บ้าเหรอ " 
" ดื่่มเยอะไปแล้ว กลับเถอะ Pub ปิดแล้ว "
" เออ กลับๆ "
...

ผมไม่รู้ตัวว่าดื่มไปเยอะแค่ไหน และตอนไหน
เพื่อนเริ่มพยุงออกจากร้าน และวินาทีนั้น ผมเห็นเธอยืนอยู่บนเวที เต้นรำในความเงียบงัน มองด้วยสายตาอาวรณ์มาทางผม 

" ผมขอโทษ "
ผมพูดในลำคอด้วยความต้องการคือขอให้เธอกลับมา  ประตู Pub ค่อยๆปิด ช่องประตูแคบลง แคบลง จนปิดสนิท 

" สู้ๆนะเพื่อน "

...




SHARE
Writer
mighty_
Writer / Actor
I love you when you read me .

Comments