จาก ฉันในปี 2018
ช่วงเวลาท้ายปี เธอก็คงได้ยินคนรำพึงรำพันบ่อยๆ ว่า "เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริงๆ" แต่ฉันบอกเลยว่ามันไม่จริง 

ผ่านไปเร็วบ้าอะไร ปีนี้ฉันเกือบจะตายแล้วรู้ไหม

เธอก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉันในปีนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง ในปีที่แล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นฉันเมื่อปี 2017 ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ทบทวนเรื่องราวทั้งปีด้วยความเศร้าสร้อยและเจ็บปวด รวมถึงภาวนาให้ปี 2018 ไม่เลวร้ายนัก

แต่เธอก็คงพอรู้ผลของมัน
ฉันในปี 2018

ปี 2018 คือปีรวม 'ครั้งแรก' ของชีวิต ไปเค้าท์ดาวน์ที่เซ็นทรัลเวิร์ลครั้งแรก (และสาบานว่าจะไม่มีครั้งที่ 2) ไปมิวเซียมสยามครั้งแรก ไปพัทยากับเพื่อนเองครั้งแรก ซื้อมือถือให้แม่ครั้งแรก เขียนนิยายจบครั้งแรก ได้งานครั้งแรก ร้องไห้ในที่ทำงานครั้งแรก หาหมอเองครั้งแรก อ้วกในที่ทำงานจะลาออกจากงานครั้งแรก (เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีงาน) และตัดสินใจไม่ออกจากงานครั้งแรก ฯลฯ

Situation เยอะ อย่างกับหนัง Coming of Age
...ต่างกันตรงที่เรารู้ตอนจบของหนัง แต่ชีวิตมันไม่ใช่ยังงั้น

ฉันในปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่เกิดความขัดแย้งในตัวเองสูง จากชีวิตนักเรียนที่มีเกณฑ์ประเมิน มีทิศทางชัดเจน มีความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม มีผลลัพธ์ของการกระทำที่ส่งผลกับตัวเองเท่านั้น...สู่ชีวิตคนว่างงานที่ไม่รู้อนาคต...แล้วก็สู่ชีวิตการทำงานที่ต้องไป 'ขึ้นกับ' คนอื่นมากมาย...
แล้วมองไม่รู้ว่า ความสำเร็จคือตรงไหน

ฉันเรียนจบมาประมาณ 2 ปีได้ นานเกินกว่าจะหยิบชุดครุยมาใส่ถ่ายรูปเล่นได้แล้ว แต่ก็ยังหยิบมันมาใส่ด้วยรอยยิ้ม ทั้งๆ ที่ในใจร้องไห้และใช้ความสำเร็จในอดีตเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ใบปริญญา ครุย เหรียญ ใบเกรด ถูกขุดขึ้นมากอดพร้อมคำถามที่ว่า 

"ทำไมถึงทำไม่ได้ดี"
"ทำไมเมื่อก่อนทำได้ แล้วเดี๋ยวนี้ทำไม่ได้"

"แล้วแบบไหนที่ว่าดี" หมอถามฉันในครั้งหนึ่งที่เราเจอกัน ฉันได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ พร้อมร้องไห้ (อยากจะบอกเธอนิดหน่อยว่าบางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจว่าร้องไห้เพราะความเศร้าหรือหิวข้าวกันแน่)
 
"ไม่รู้สิ ตอนนี้มันเหมือนไม่มีคนบอกว่าดีหรือยัง ไม่มีใครคอย approved"

"แล้วใครคือคนที่มีสิทธิ์ approved คุณ แล้วทำไมต้องมีใครคอย approved ถ้าคุณพยายามที่สุดแล้วมันยังไม่พอเหรอ"

"สมมุติว่าคุณเข้าไปอยู่ในป่าคนเดียว ไม่มีคนคอย approved คุณจะยังมีความสุขอยู่ไหม"
"น่าจะ...นะคะ"
.
"นั่นสิ"
แล้วฉันก็ออกจากห้องตรวจพร้อมการบ้านหาคุณค่าของตัวเองที่ไม่ต้องรอคน approved และฉันก็เลือกที่จะทำทุกอย่างที่อยากทำ...และมันก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

สวัสดี ฉันในอนาคต
เธอเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า ฉันหวังว่าเธอจะสบายดีนะ 
ส่วนฉันตอนนี้ก็สบายดีแหละ ถึงแม้หลายอย่างจะไม่เป็นอย่างไปที่หวัง พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ตามที่คิด...

"ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราพยายามมากพอ" สมัยเรียนฉันเคยเชื่ออย่างนั้น แต่เธอต้องรู้นะว่าในความจริงมันไม่ใช่ ..."บางอย่างมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ถึงเราจะพยายามเท่าไหร่"

แต่ฉันไม่ได้บอกให้เธอยอมแพ้อะไรง่ายๆ นะ สิ่งที่ฉันจะบอกก็คือ ให้เธอพยายามต่อไป แม้ผลอาจจะไม่เป็นดังใจ แต่เธอจะรู้ว่ามันคุ้มค่าที่เธอพยายามจนถึงที่สุด

ฉันหวังว่านะ


ฉันในอนาคต ถ้าเธอได้กลับมาอ่าน ช่วยตอบฉันด้วยนะ ว่าในตอนนั้น เธอเป็นยังไงบ้าง เธอสบายดีหรือเปล่า
 ฉันยังหวังว่าเธอจะสบายดี และมีความสุขกับทุกสิ่งที่เธอได้เลือกด้วยตัวเธอเองนะ (แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นดั่งใจเธอก็ตาม) และจำไว้อย่างหนึ่ง 

เธอเป็นคนเก่งมากๆ นะ


ด้วยรัก จากฉันในปี 2018

 
 

SHARE
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments